วันที่ 10 ต.ค. 2562 พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยเพิ่มเติมจากกรณีสื่อได้นำเสนอข่าว หนุ่มโวยโดนตัดต่อใบสั่งขับรถเร็วเกิน โดยเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลาย ว่า

 

 

 

                 ได้รับรายงานเพิ่มเติมจากกองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าเป็นการออกใบสั่งของเจ้าพนักงานจราจรในสังกัดจริง โดยพนักงานจราจรได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง จากข้อมูลของภาพถ่ายและวิดีโอแล้วตรวจสอบพบการกระทำความผิดของผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีขาว ทะเบียน ฎบ 1312 กรุงเทพมหานคร สถานที่เกิดเหตุบริเวณถนน ทล.24 กิโลเมตรที่ 107-109 ตำบล/แขวง หัวถนน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์  เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 เวลาประมาณ 16.56 น.

 

 

รองโฆษก ตร. ยันใบสั่งจริง ไม่ได้ตัดต่อ

 

 

                 จากนั้นเจ้าพนักงานจราจรจึงได้ออกใบสั่ง ในข้อหา ขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (ตาม พ.ร.บ.จร.ม.67 วรรคหนึ่ง,152) และฝ่าฝืนป้ายจำกัดความเร็ว (ตาม พ.ร.บ.ทางหลวงฯ ม.5(2),ม.69) โดยให้ชำระค่าปรับตามใบสั่งจำนวน 500 บาท ซึ่งถนนบริเวณจุดที่เกิดเหตุนั้นกฎหมายได้กำหนด 90 กม./ชม. (Speed limit enforcement) โดยความเร็วที่ตรวจจับได้ของผู้กระทำผิดคือ 135 กม./ชม.

 

 

 

                 อีกทั้งขณะนี้ พันตำรวจเอก จตุพล เร่งถนอนทรัพย์ ผกก.6 บก.ทล. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการกระทำความผิด หรือทำให้หน่วยงานได้รับความเสียหาย ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไป

                 รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่ออีกว่า ขอฝากเตือนไปยังประชาชนในการนำเข้าข้อมูล การโพสต์ การแชร์ ต่างๆเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือโลกโซเชียลมีเดีย ขอให้ใช้สติ ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัด ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่นำข้อมูลที่เป็นเท็จในประการที่น่าจะสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น เมื่อเกิดการกระทำที่เป็นความผิดต่อกฎหมายบ้านเมืองแล้ว ท่านเองก็อาจจะถูกดำเนินคดีได้

 

 

รองโฆษก ตร. ยันใบสั่งจริง ไม่ได้ตัดต่อ

 

 

                 อีกทั้งในกรณีหากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการกระทำผิดเสียเองจริง ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่มิชอบ สร้างความเดือดร้อน ความเสียหายให้กับประชาชนหรือสังคม ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ไม่เคยปกป้องหรือปล่อยไว้อยู่แล้ว มีการดำเนินการทางวินัย และอาญา มาโดยตลอด มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำในลักษณะนี้ทั้งไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี