royal coronation
วันที่ 23 ตุลาคม 2562
อาชญากรรม

รวบหนุ่มแสบ รวมหัวพนง.รถทัวร์ ลักทรัพย์นทท.เยอรมัน

วันที่ 8 ตุลาคม 2562 - 16:04 น.
ลักทรัพย์,ลักทรัพย์บนรถทัวร์,รวบหนุ่มแสบ
Shares :
เปิดอ่าน 9 ครั้ง

ตำรวจท่องเที่ยวโชว์ผลงาน รวบผู้ต้องหาร่วมกับพนักงานประจำรถทัวร์ลักทรัพย์ผู้โดยสาร พบประวัติโชกโชนก่อเหตุมาแล้วหลายพื้นที่

คลิปที่ 1

 

               วันที่ 8 ตุลาคม 2562 พลตำรวจโทเชษฐา โกมลวรรธนะ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วยพลตำตรวจตรีอังกูร คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พลตำรวจตรีวรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 และตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายธวัชรัตน์ หรือพิธาวัชร์ หรือประสิทธิ์ หรืออนุชิต ฝ้ายเพ็ชร์ อัครฐิติวีรกุล อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ในความผิดฐาน "ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่น แทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด" โดยจับกุมได้ที่บริเวณแมนชั่นแห่งหนึ่งย่านบางอ้อ กรุงเทพมหานคร

 

 

 

คลิปที่ 2

               พลตำรวจโทเชษฐา กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2562 มีนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน มาแจ้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวกองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ว่า บัตรเครดิตจำนวน 2 ใบ ได้หายไประหว่างโดยสารรถทัวร์จากเกาะพะงันมายังกรุงเทพมหานคร และต่อรถทัวร์ไปยังเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา จนทราบภายหลังว่าถูกนำไปใช้ จำนวน 6 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 1 แสนบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนหาข่าว และรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุดังกล่าวได้ กระทั่งนำไปสู่การจับกุมนายธวัชรัตน์ (ผู้ต้องหา)

 

 

 

 

               จากการสืบสวนพบว่าได้ร่วมกันก่อเหตุเป็นขบวนการ โดยจะมีพนักงานประจำรถโดยสาร (ทัวร์ 30) ฉวยโอกาสขณะนักท่องเที่ยวเผลอลอดตัวไปยังช่องพิเศษ ซึ่งได้เจาะไว้แล้วในรถทัวร์ไปยังห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องรถ แล้วลงมือก่อเหตุลักทรัพย์สิน หรือหากเป็นรถโดยสารปกติ จะอาศัยช่วงที่นักท่องเที่ยวอยู่ห่างจากกระเป๋าสัมภาระหรือเผลอตัวนอนหลับ ก็จะลงมือลักทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว เช่น เงินสด และบัตรอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นพนักงานประจำรถจะส่งต่อให้กับนายธวัชรัตน์ นำบัตรไปรูดซื้อสินค้าราคาแพงตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ก่อนนำสินค้าที่ได้มาทั้งหมดไปขายต่อแลกเป็นเงินสดกลับมา เพื่อนำมาแบ่งกัน

 

 

 

 

 

คลิปที่ 3

               จากการตรวจสอบประวัติ นายธวัชรัตน์ เคยก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้งในหลายพื้นที่ โดยถูกตำรวจจับกุมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ทุกครั้งที่ถูกจับกุมได้ นายธวัชรัตน์จะบอกกับตำรวจว่า “จะไม่ทำอีกแล้วครับ” และจะรับซื้อบัตรอิเล็กทรอนิกส์ในราคาใบละ 3,000 ถึง 5,000 บาท นอกจากนี้เคยต้องโทษในความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์, ลักทรัพย์ และรับของโจร โดยศาลพิพากษาให้จำคุกมาแล้ว 2 ครั้ง ที่เรือนจำกลางจังหวัดนครราชสีมา และเรือนจำกลางจังหวัดภูเก็ต และยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในความผิดฐาน "ร่วมกันลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นฯ เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น และใช้บัตอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นเพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าแทนเงินสดโดยมิชอบ" ซึ่งอยู่ระหว่างประกันตัวและหลบหนีศาล

 

 

 

 

               สำหรับข้อหา ลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 - 140,000 บาท และข้อหาใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้ เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด คือ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 

 

 

               พลตำรวจโทเชษฐา ฝากเตือนผู้ที่ต้องโดยสารรถประจำทางไปท่องเที่ยวในต่างจังหวัดให้ระมัดระวังกระเป๋าสัมภาระของตัวเองให้เก็บทรัพย์สินมีค่าไว้กับตัว หรือหากจากต้องไปไหนก็ควรหาคนที่ไว้ใจได้ฝากสัมภาระไว้ หรือนำติดตัวไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายลงมือก่อเหตุได้

 

 

 

 

               อย่างไรก็ตาม ตำรวจท่องเที่ยวจะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามหาผู้ร่วมกระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ