คมชัดลึกออนไลน์ 28 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
อาชญากรรม

"บิ๊กอู๊ด" เปิดอก "ไบโอเมตริก" ยังไม่เชื่อมโยงฐานข้อมูล

28 มิถุนายน 2562 - 13:43 น.
อาชญากรรม,บิ๊กอู๊ด
อาชญากรรม

Shares :
เปิดอ่าน 13,044 ครั้ง

รรท.ผบช.สตม. โชว์จับ 5 คดีรวด รวบหนุ่มแดนมังกรโกงพนันออนไลน์ 2 พันล้าน หนีกบดานไทย


คลิปที่ 1

 

               สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 มิ.ย. 62  พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม. แถลงผลการจับกุมรวม 5 คดี

 

 

 

คลิปที่ 2

               โดยคดีแรกเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีบุคคลต่างด้าวสัญชาติ จีน 1 ราย หลังจากนั้นได้ทำการติดตามสืบสวนกระทั่งทราบว่า ชายชาวจีนคนดังกล่าวชื่อ MR. YUNYONG HE หรือ นายโอภาส เหอ เคยถูกดำเนินคดีในข้อหา แจ้งความอันเป็นเท็จ , ปลอมและใช่เอกสารปลอม และยังเป็นบุคคลต้องห้ามถูกขึ้นบัญชีบุคคลเฝ้าดูของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและถูกผลักดันออกนอกราชอาณาจักร เมื่อปี พ.ศ. 2559

               ต่อมา นายโอภาส เหอ หรือ MR. YUNYONG HE ได้เดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักร โดยเปลี่ยนชื่อเป็น MR. AN HE สัญชาติ จีน ผ่านช่องทางท่าอากาศยานอู่ตะเภา ตม.จว.ระยอง บก.ตม.3 เมื่อวันที่ 27 เม.ย. โดยเข้ามาใช้วีซ่านักท่องเที่ยว 60 วัน อยู่จนถึงวันที่ 25 มิ.ย. และได้ขออยู่ต่อในราชอาณาจักรถึงวันที่ 25 ก.ค. ต่อมาวันที่ 26 มิ.ย. เวลาประมาณ 19.20 น. เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.สส.สตม. ตรวจสอบภาพถ่ายการเดินทางของบุคคลต่างด้าวในระบบ PIBICS พบว่าบุคคลดังกล่าวมีลักษณะตำหนิรูปพรรณคล้ายคนเดียวกัน จึงได้เชิญตัวมาสอบปากคำ ซึ่งจากการสอบสวนทาง MR. AN HE ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นบุคคลเดียวกันกับ MR. YUNYONG HE จริง ก่อนจะคุมตัวไปสแกนลายพิมพ์นิ้วมือพบว่ามีประวัติเป็นผู้ต้องกักของ กก.3 บก.สส.สตม. และเคยถูกดำเนินคดีในข้อหา แจ้งความอันเป็นเท็จ , ปลอมและใช่เอกสารปลอม ได้รับโทษจำคุก 11 เดือน เมื่อพ้นโทษแล้วจึงถูกผลักดันออกนอกราชอาณาจักร เมื่อกลับประเทศจีนแล้วจึงเปลี่ยนชื่อและทำหนังสือเดินทางใหม่ (พาสปอร์ตจีน) เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่และเดินทางเข้ามาประเทศไทยหลายครั้ง จนมาถูกเจ้าหน้าที่ติดตามตรวจสอบและจับกุมได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรก่อนผลักดันออกจากประเทศไทยต่อไป

 

 

 

               พล.ต.ท.สมพงษ์ เปิดเผยอีกว่า ยอมรับว่าระบบไบโอเมตริก การตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่หน้าด่านยังไม่สามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลกันได้ ทำให้ในปัจจุบันต้องใช้การสืบสวนในหลายมิติ ซึ่งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมใช้ระบบไบโอเมตริก ในการบันทึกข้อมูลผู้เดินทางเข้า - ออกประเทศ รวมถึงผู้ที่เคยถูกผลักดันออกนอกประเทศ มาใช้ที่หน้าด่านอย่างเร็วในเดือนสิงหาคม นี้ ซึ่งจะสามารถบันทึกฐานข้อมูลและเชื่อมโยงข้อมูล ด้วยการตรวจสอบใบหน้าอย่างละเอียด 36 จุด ถึงแม้จะมีการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงใบหน้าก็ตาม รวมถึงการสแกนลายนิ้วมือ 10 นิ้ว และ ข้อมูลไมโครชิพฝังในพาสปอร์ต ซึ่งถือว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงตรวจสอบบุคคล ที่กระทำความผิดในการเข้าออกประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

               คดีที่สอง ทางเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. จับกุม นายฉาง ยี่เฟย (MR. ZHANG YIFEI) อายุ 32 ปี สัญชาติ จีน หลังจากที่ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออกหมายจับในความผิดฐานลักลอบเปิดบ่อนการพนันออนไลน์ ร่วมกับเพื่อนชาวจีนอีก 17 คน ซึ่งถูกตำรวจจีนจับกุมตัวได้ทั้งหมดแล้ว แต่นายฉาง ยี่เฟย ได้หลบหนีจากประเทศจีนและหนีลักลอบกบดานยังประเทศไทยโดยใช้ช่องทางธรรมชาติ จากนั้นตำรวจจีนได้ประสานมายัง กก.2 บก.สส.สตม. ติดตามจับกุมตัวกระทั่งเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. เจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบว่านายฉาง ยี่เฟย ได้หลบหนีไปอยู่ใน จ.ภูเก็ต จึงนำกำลังออกติดตามจับกุมได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต จากการตรวจสอบทราบว่า นายฉาง ได้กระทำความผิดเปิดบ่อนพนันออนไลน์ที่ประเทศจีนมีมูลค่าความเสียหายมูลค่าประมาณ 400 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 2,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ได้คุมตัวและประสานตำรวจจีนคุมตัวกลับไปดำเนินคดีต่อไป

 

 

 

               คดีที่สาม เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. เข้าตรวจสอบร้านนวดสปา (The Prince) ภายในซอยสวนพลู 6 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. หลังจากได้รับการร้องเรียนว่ามีต่างด้าวลักลอบทำงานเป็นหมอนวด จากการเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นร้านนวดแผนไทยและสปา เปิดให้บริการสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ พบหมอนวดต่างด้าวเป็นชายทั้ง 15 คน แบ่งเป็นชาวเมียนมา 1 คน กัมพูชา 2 คน เวียดนาม 8 คน ลาว 3 คน และไร้สัญชาติ 1 คน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมแจ้งข้อหา “ไม่มีใบอนุญาตทำงาน” ส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

               คดีที่สี่ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.สตม. จับกุม นายเดวิด ซิโคร่า อายุ 38 ปี สัญชาติ เช็ก ซึ่งมีหมายจับศาลแขวงกรุงปราก เขต 1 สาธารณรัฐเช็ก เลขที่ 8T82/2016 ลงวันที่ 18 มิ.ย. ในคดีลักทรัพย์ โดยการบุกรุกเข้าไปในร้านกิฟต์ช้อปและขโมยสินค้าต่างๆ รวมมูลค่า 3,790 โครูนาเช็ก หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 5,200 บาท นอกจากนี้นายเดวิดยังเคยก่อคดีลักทรัพย์และศาลแขวงกรุงปรากเขต 2 ตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลา 34 เดือน มาก่อนหน้านี้ ก่อนที่นายเดวิดจะหลบหนีเข้ามายังประเทศไทยและถูกจับกุมตัวได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้ที่ กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อรอการประสานรับตัวกลับไปดำเนินคดีต่อไป

 

 

 

               คดีที่ห้า เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.สส.สตม. จับกุมตัว นายอาคี เพททรี โยเฮนเนส วาเทียเนียน อายุ 39 ปี สัญชาติ ฟินแลนด์ โดยได้รับการประสานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟินแลนด์เพื่อให้ทางการไทยติดตามจับกุมตัวเนื่องจากนายอาคี ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี 12 วัน ในข้อหามียาเสพติดในครอบครองและจำหน่ายสารฮอร์โมนต้องห้าม จากการสืบสวนพบว่านายอาคีเป็นเทรนเนอร์เพาะกายในประเทศฟินแลนด์ และได้ครอบครองยาเสพติด จำหน่ายสารฮอร์โมนและสารเร่งการเจริญเติบโตต้องห้ามให้กับลูกค้า อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวไว้และประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศฟินแลนด์ เพื่อรับตัวกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ