จากกรณีที่มีการโพสต์โซเชียล ว่าในขณะที่หลานเดินทางจากจังหวัดสงขลามาที่กรุงเทพฯเพื่อจะมาสอบ พอถึงหมอชิตได้เรียกเเท็กซี่เพื่อให้ไปส่งที่รังสิต แต่พอถึงที่แล้วถูกแท็กซี่เรียกเก็บเงินค่าโดยสาร 900 บาทต่อคน ซึ่งหลานของผู้โพสต์เดินทางมาด้วยกัน 2 คน เลยถูกเรียกเก็บค่าโดยสารไป 1,800 บาท ซึ่งปกติแล้วแท็กซี่มิเตอร์หมอชิต-รังสิต ราคาจะอยู่ที่ประมาณในราคา 200 บาท โดยเด็กก็ต้องยอมจ่ายให้ไป เพราะเพิ่งเดินทางมากรุงเทพฯเป็นครั้งแรก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มี.ค.62 เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา

 

              โดยหลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต และทราบว่ารถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน กฎ3630กทม. สีเขียวเหลือง ซึ่งเป็นคันที่ก่อเหตุ ตำรวจจึงได้ประสานไปยังเจ้าของรถ ต่อมานายประจันทร์ เจ้าของรถแท็กซี่ได้พาลูกชาย อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถคันดังกล่าวเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมนำตัวส่งตัวให้เจ้าหน้าที่กรมการขนส่ง เพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับนั้น

 

 

 

 

              ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 8 มีนาคม 2562 นายสมชัย ราชแก้ว หัวหน้าฝ่ายตรวจการกรมการขนส่ง เปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบเรื่องได้ติดตามตัวคนขับรถแท็กซี่มาในทันที เพราะเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน จากการสอบถามนายศุภโชค สิงห์ขรณ์ อายุ 36 ปี ผู้ขับรถแท็กซี่คันที่ก่อเหตุ พบว่ารถเป็นประเภทส่วนบุคล มีเจ้าของก็คือนายประจันทร์ สิงห์ขรณ์ อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นพ่อของนายศุภโชค โดยได้เดินทางมารับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยในฐานะผู้ประกอบการรถสาธารณะ

              นายสมชัย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบประวัติของผู้ขับขี่ไม่พบการกระทำความผิดเหตุในลักษณะนี้มาก่อน ส่วนเรื่องการแจ้งข้อกล่าวหากับนายศุภโชค 2 ข้อหา คือ ขับรถสาธารณะในระหว่างใบอนุญาตหมดอายุ โดยโทษปรับอัตราสูงสุด 2,000 บาท และข้อหาไม่ใช้มาตรมิเตอร์มีอัตราโทษสูงสุด 1,000 บาท

 

 

 

 

 

              ส่วนนายประจันทร์ เจ้าของรถผู้เป็นพ่อถูกแจ้งข้อหาเป็นผู้ประกอบการรถสาธารณะให้เช่า แต่ไม่ส่งประวัติของผู้ที่ขับขี่แก่กรมการขนส่ง มีโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท

              ทั้งนี้หลังจากเสียค่าปรับแล้ว นายศุภโชค (คนขับ) จะต้องถูกส่งตัวเข้าทำการอบรมจำนวน 3 ชั่วโมง และบันทึกทำประวัติเอาไว้ ส่วนที่มีข่าวว่าเป็นแท็กซี่วินนั้น ตรวจสอบแล้วไม่ใช่เป็นแท็กซี่ขาจร แต่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้งว่ามีวินจริงหรือไม่ในพื้นที่ขนส่งหมอชิต

 

 

 

 

              ทางด้านนายศุภโชค อ้างว่า ผู้โดยสารเข้าใจผิดไปเอง เนื่องจากวันเกิดเหตุได้รับผู้เสียหายมาจากหมอชิตเพื่อไปส่งย่านรังสิต ก่อนขึ้นรถได้บอกผู้โดยสารแล้วว่า คิดค่าโดยสารแบบเหมาจ่ายในราคา 900 บาท ซึ่งผู้เสียหายก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร แต่เมื่อถึงที่หมาย ผู้เสียหายกลับให้ค่าโดยสารมา 1,800 บาท เพราะเข้าใจว่าค่าโดยสารคนละ 900 บาท และที่ไม่ได้คืนเงินให้ไป เพราะเข้าใจว่าเป็นการยินยอมของผู้โดยสาร ยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะโกงใคร เพราะแจ้งราคาก่อนแล้ว ซึ่งผู้โดยสารก็ยินดีจ่าย พร้อมกล่าวขอโทษที่เป็นข่าวแล้วทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย