ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) สวนพลู พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช. สตม. กล่าวถึงกรณีข่าวนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวยุโรปไปรออยู่หน้าด่าน ตม.เชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 21.00-03.00 น. โดยยังไม่ได้ทำวีซ่าและรอกันอยู่เป็นจำนวนมาก ว่า ตนเตรียมเซ็นคำสั่งให้ ผกก.ตม.เชียงใหม่ มาช่วยราชการ ตนไม่ได้จับผิดลูกน้องหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ถ้าเตือนแล้วต้องไปแก้ไข ถ้าเกินวิสัยที่จะเตือนก็ต้องเอามาฟิตซ้อมใหม่ ไม่ใช่การลงโทษอย่างหนักหนาสาหัส แต่ถ้าเป็นหัวหน้าด่านแล้วต้องเข้มแข็ง หากยังดูแลประชาชนหรือนักท่องเที่ยวไม่ได้ ก็ต้องเรียกมาปรับทัศนคติใหม่ เหมือนนักมวยหากการ์ดตกก็ต้องเอามาฟิตซ้อมใหม่ สัก 2-3 สัปดาห์ เมื่อมีการ์ดสูงขึ้นก็ค่อยเอาไปชกใหม่ เพราะการทำงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองคือหน้าตาของประเทศไทย

 

 

 

              ส่วนกรณีที่นักท่องเที่ยวแจ้งความเท็จเพื่อหวังเงินประกันนั้น พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ประเทศแต่ละประเทศมีคนดีมากกว่าคนไม่ดีแน่นอน เพราะฉะนั้นทุกประเทศต้องการให้คนดีๆ เข้ามาในประเทศทั้งนั้น เจตนาที่ทำเรื่องเหล่านี้มีหลายเจตนา ส่วนใหญ่เกิดจากความคึกคะนอง เมื่อมาเที่ยวประเทศไทยแล้วด้วยความโก้จึงกลับไปบอกเพื่อนว่ามาเที่ยวเมืองไทยแล้วยังสามารถเครมเงินประกันได้อีก 20,000 บาท เป็นค่ากล้องถ่ายภาพที่แจ้งหายไป สิ่งเหล่านี้ตนจะไม่ตำหนิติเตียน แต่เมื่อเกิดเหตุจะต้องทำความจริงให้ปรากฎ ประเด็นสำคัญคือพนักงานสอบสวน ตำรวจโรงพักจะต้องค้นหาความจริงให้ได้ว่ามีเหตุเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เช่นกรณีล่าสุดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาแจ้งความที่ สน.ลุมพินี ว่ากล้องถ่ายภาพหายบนรถแท็กซี่ หลังจากได้ไปนั่งที่ร้านอาหาร เมื่อออกจากร้านอาหารก็ได้นั่งรถแท็กซี่ จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบ ปรากฎว่าเมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าชาวต่างชาติได้เดินออกมาจากร้านอาหารพร้อมกับเพื่อนอีก 3-4 คน โดยได้เดินกลับที่พัก ซึ่งไม่ได้มีการนั่งรถแท็กซี่ จึงได้นำภาพให้ชาวต่างชาติดู ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าเป็นนักเรียน เดินทางมาเที่ยวเพราะอยากนึกสนุก อยากกลับไปต่างประเทศแล้วไปคุยกับเพื่อนๆว่า มาเที่ยวประเทศไทยแล้วยังได้เงินกลับไปอีก 20,000 บาท จึงขอประชาสัมพันธ์ว่าการแจ้งความในสถานีตำรวจทุกๆ สถานี จะต้องเป็นความจริง เมื่อไหร่ที่แจ้งความเท็จจะต้องรับโทษ ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาจะต้องรับโทษด้วย

 

 

 

 

              ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 17 ต.ค.61 รายงานข่าวแจ้งว่า มีหนังสือคำสั่งช่วยราชการที่ 205/2561 ลงวันที่ 17 ต.ค. ให้ พ.ต.อ.ชัยรัตน์ รัตนาธรรมวัฒน์ ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่ พ.ต.ท.หญิง วรรณิภา มั่งมีผล รอง ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่ พ.ต.ท.หญิง ณพัทธ์สมร มงพลเมือง สว.ตม.จว.เชียงใหม่ มาช่วยราชการที่ ศปก.ตม.

 

 

 

              เตรียมฟันเครือข่าย "เสี่ยโป้" อีก 20 ราย

              พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. กล่าวถึงกรณีนายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ ชักชวนคนเล่นพนันออนไลน์ ว่า คดีดังกล่าวไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นความผิดในเรื่องของการชักชวนให้มีการเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด ขณะนี้เตรียมจับกุมเพิ่มอีก 20 ราย เป็นส่วนของผู้เล่นการพนันออนไลน์ วันนี้ผู้เล่นที่เกิดจากการชักชวนของเสี่ยโป้มี 300-400 คน ที่ได้ชักชวนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ให้มาเล่นพนันออนไลน์ ส่วนเสี่ยโป้มีความผิดเรื่องของเป็นเจ้าของเว็บแล้วชักชวนให้มีผู้เข้ามาเล่นพนันออนไลน์โดยผิดกฎหมาย ผู้เล่นจะมีความผิดฐานลักลอบเล่นการพนันออนไลน์โดยผ่านเว็บ ส่วนเสี่ยโป้มีความผิด 2 ส่วน ฐานฟอกเงิน เพราะการชักชวนและการลักลอบเล่นการพนันออนไลน์เหล่านี้เป็นความผิดมูลฐานของความผิดฐานฟอกเงินทั้งสิ้น ส่วนการเล่นการพนันปกติไม่เป็นความผิดมูลฐานฐานฟอกเงิน แต่การเล่นการพนันออนไลน์ปัจจุบันเป็นมูลฐานความผิดฐานฟอกเงินมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 10 ปี รวมถึงการยึดทรัพย์ทั้งหมดที่ได้มาจากการกระทำความผิดทั้งหมด

 

 

 

 

              พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งจะมีการขยายผลเข้าจับกุมต่อโดยจะจับกุมเพิ่มอีก 20 คน เป็นกลุ่มเพื่อนสนิทของเสี่ยโป้ เพื่อนสนิทของญาติ และคนใกล้ตัวเสี่ยโป้ ส่วนผู้เล่นทั้งหมดที่เป็นรายย่อยมีประมาณ 400 ราย เงินไหลเวียนในบัญชีเสี่ยโป้มีประมาณ 60 ล้านบาท โดยมีการโอนเงินกลับไปกลับมาในกลุ่มคนใกล้ตัวเสี่ยโป้ ส่วนเซิฟเวอร์พบว่าอยู่ในประเทศกัมพูชา ทั้งหมดที่จับมาเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ได้จับหมดทั้งขบวนการ 11 คน ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่โพสต์เว็บไซต์โฆษณาชักชวนให้มีคนมาเล่นพนันออนไลน์ เป็นกลุ่มเครือญาติ อย่างไรก็ตามจะขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องที่เหลือให้ได้ทั้งหมดภายในสัปดาห์หน้า