ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดี นายวัชรชัย ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย กับพวกเข้าไปลักลอบล่าหมีขอในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อย ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ว่า จากการสอบสวน นายตาตา สัญชาติพม่า , นายอนุสรณ์ เรือนงาม หรือ อส.ออย และ นายสกานต์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และได้นำไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพเรียบร้อยแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานจากสำนักงานกองพิสูจน์หลักฐาน ว่า ผลการตรวจอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนที่ยึดได้จากตัวผู้ต้องหา และที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ มีผลตรงกัน จำนวน 5 กระบอก คือ ปืนพกออโตเมติก ขนาด .45, ขนาด .38 และ ลูกกรดยาว .22 โดยอาวุธปืนซิกอาวเออร์ ขนาด 9 มม.ของปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย พบปลอกกระสุนตรงกับอาวุธปืนทั้งหมด 20 ปลอก 

 

          นอกจากนี้ยังสั่งการให้สอบสวนเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ เกี่ยวกับการประเมินค่าเสียหายของสัตว์ป่าที่ถูกผู้ต้องหายิงตาย และความเสียหายต่อระบบนิเวศน์ของอุทยานฯ พิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเพิ่มเติม คือ พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะฯ , มีอาวุธและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ปืนยาวขนาด .22 ติดลำกล้องและเครื่องเก็บเสียง /มียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม (อุปกรณ์เก็บเสียง) มีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย กระสุนปืน M16 จำนวน 20 นัด/ ยิงปืนในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชนโดยไม่มีเหตุสมควร โทษจำคุก 10 วัน/ปรับ 5,000 บาท/ รอผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอของกลาง ชิ้นเนื้อและชิ้นส่วนของหมีขอจากกรมอุทยานฯ, ผลการตรวจรถยนต์ที่ยึดได้ เรื่องการตอกเลข การตัดต่อแชชซี นำไปสู่ข้อหา “ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม, ลักลอบนำของหนีภาษีที่ไม่ผ่านการตรวจของศุลกากร, ลักทรัพย์หรือรับของโจร

 

 

          สำหรับนายตาต้า พนักงานสอบสวน ได้นำตัวไปฝากขังครั้งที่ 1 ต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรีแล้ว
  

          รองผ.ตร. กล่าวอีกว่า จากกการตรวจสอบทราบว่า นายจิระ สัญชาติพม่า ผู้ต้องหาร่วมกันชำแหละซากหมีขอ ได้หลบหนีออกไปประเทศเมียนมา โดยผ่านทางช่องทางธรรมชาติแล้ว ซึ่งได้สั่งการให้เร่งติดตามจับกุมตัวแล้ว พร้อมยืนยันมั่นใจในพยานหลักฐาน สามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้ทั้งหมด เนื่องจากมีวัตถุ พยานหลักฐานชัดเจนเชื่อว่าจะสามารถสรุปสำนวนให้พนักงานอัยการสั่งฟ้องได้ภายในผัดฟ้องที่ 4 (25 พ.ย.) นี้ อย่างไรก็ตาม ในชั้นนี้ยังไม่พบผู้กระทำความผิดเพิ่ม แต่หากการสืบสวนพบว่ามีบุคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมก็จะดำเนินคดีทั้งหมด.