royal coronation
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562
อาชญากรรม

พบชามจีนสมัย ร.2 - ร.3 ถูกฝังกลบไว้ !!

วันที่ 3 ตุลาคม 2561 - 18:27 น.
วัดพระยาทำวรวิหาร,วัดพระยาทำ,หอระฆัง,กรมศิลป์
Shares :
เปิดอ่าน 1,179 ครั้ง

กรมศิลปฯเผยบูรณะปฏิสังขรณ์หอระฆังวัดพระยาทำวรวิหาร พบโบราณวัตถุประเภทถ้วยชามจีนสมัย ร.2 - ร.3 ถูกฝังกลบไว้ด้านในสุดของฐาน ขอชาวบ้านไว้ใจจัดเก็บโบราณวัตถุอย่างดี

คลิปที่ 1

 

             เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 3 ต.ค.2561 ที่วัดพระยาทำวรวิหาร ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกองโบราณคดีได้นำเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่เข้าชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านใกล้เคียงบริเวณวัด เกี่ยวกับการเก็บรักษาโบราณวัตถุที่พบขณะทำการบูรณะปฏิสังขรณ์หอระฆังวัดพระยาทำวรวิหาร

 

 

 

             นายสถาพร กล่าวว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ทางกรมศิลปากรพบโบราณวัตถุบริเวณฐานเดิมของหอระฆังวัดพระยาทำวรวิหาร ซึ่งถูกฝังกลบไว้ด้านในสุดของฐาน เมื่อทำการขุดจึงพบว่ามีโบราญวัตถุสำคัญหลากหลาย มีเครื่องถ้วยจำนวนมาก โดยแต่ละลายจะมีความหมายเฉพาะ เช่น ลายถ้วยรูปใบบัว มีปูและสัตว์ต่างๆ อยู่ด้านใน แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบรูณ์ในยุคนั้น ซึ่งเป็นเครื่องถ้วยจีน ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลาย ในรัชกาลที่ 2 และ รัชกาลที่ 3 บริเวณชั้นฐานเก่า เป็นเนื้อปูนที่ติดกับดิน

 

 

 

 

             นายสถาพร กล่าวอีกว่า ทางกรมศิลปากรจึงได้นำออกมาโดยจะวาดรูปของฐานเก่าไว้อย่างละเอียด และแปะหมายเลขไว้ในวัตถุดังกล่าวทุกๆ ชิ้น แยกเก็บหลักฐานตามตำแหน่งพื้นที่ที่พบ และได้เก็บรักษาโบราณวัตถุทั้งหมดไว้ตามหลักวิชาการอย่างละเอียดรอบคอบและเคร่งครัด และจัดทำบัญชีประเภทโบราณวัตถุไว้อย่างชัดเจน โดยวัตถุดังกล่าวที่ถูกค้นพบทางกรมศิลปากรจะเป็นผู้ดูแลอย่างดี หากทางกรมศิลปากร อยากจะจัดแสดง ก็จะต้องขออนุญาตกับทางวัดพระยาทำวรวิหาร ก่อน แต่หากทางวัด อยากจะนำมาจัดแสดง ทางกรมศิลปากรก็ยินดีให้ความร่วมมือ พร้อมกับจะให้ความรู้เพิ่มเติม และร่วมกันวางแผนว่าจะจัดแสดงออกมาในรูปแบบใด เพื่อเผยแพร่ต่อประชาชนรุ่นหลังได้ทราบ

             นายสถาพร กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า หลังจากการขุดหอระฆังพบของศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากนั้น ตนขอยืนยันว่าไม่พบแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นเพียงหอระฆัง จึงไม่มีการเก็บพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ ส่วนเรื่องการประเมิณราคาโบราณวัตถุ ขณะนี้ยังไม่มีการประเมินราคา ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กรณี หากทางกรมศิลป์ฯขอวัตถุโบราณไปเก็บรักษาแล้ว แล้วทางวัดให้ก็จะไม่มีการประเมินราคา และหากทางวัดไม่อนุญาตให้ทางกรมศิลปากรจะเก็บไว้จะมีการประเมินราคาและต้องทำการขึ้นทะเบียนวัถตุโบราณไว้

 

 

 

 

 

             นายสถาพร กล่าวอีกว่า จากการพูดคุยกับชาวบ้าน ทราบว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ค่อนข้างให้ความสนใจและเป็นห่วงว่าโบราณวัตถุจะหายไป เนื่องจากโบราณวัตถุดังกล่าวมีอายุยืนยาวกว่าหลายร้อยปี จึงเป็นโอกาสดีที่ทางกรมศิลปากรได้มาชี้แจงถึงการเก็บรักษาอย่างละเอียด สำหรับการบูรณะปฏิสังขรณ์หอระฆังวัดพระยาทำวรวิหาร นั้น หลังจากนี้จะมีผู้รับเหมาที่ทางกรมศิลปากรจ้างมาให้มีการบรูณะใหม่ แต่อยู่ในโครงสร้างเดิม ซึ่งผู้รับเหมาดังกล่าวยังคงเป็นชุดเดิม เนื่องจากยังติดอยู่ในสัญญาการว่าจ้างอยู่ ซึ่งขณะนี้ทางกรมศิลปากรกำลังตั้งทีมงานขึ้นมาวางแผนที่จะบูรณะต่อ และจะนำมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ขอให้ชาวบ้านเชื่อใจและไว้ใจได้ว่า เราจะเก็บโบราณวัตถุไว้อย่างดี เผื่อในอนาคตเราจะสามารถนำมาประกอบเป็นฐานใหม่ ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ต่อไป

             ด้าน น.ส.จานุวรรณ ศักดิ์ดานิรันทร์ ชาวบ้านในพื้นที่กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับฟังคำชี้แจง จาก ผอ.โบราณคดี แล้วนั้น ทราบว่าผู้รับเหมาที่จะมาบูรณะใหม่เป็นชุดเดิม ตนรู้สึกว่า ทำไมกรมศิลปากรไม่เข้ามาดูแลหอระฆังตั้งแต่ช่วงที่อยู่ในระหว่างการบูรณะ จากการดูแล้วทางผู้รับเหมาไม่ได้นำกำแพง หรือสังกะสีมากั้น เพื่อป้องกันชาวบ้านแต่อย่างใด จะให้เชื่อมั่นได้อย่างไรว่าผู้รับเหมาที่ทำนั้นมีความรู้เกี่ยวกับการบูรณะโบราณวัตถุอย่างแท้จริง

 

 

 

 

             น.ส.จานุวรรณ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดว่าผู้รับเหมาไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน เนื่องจากบริเวณหอระฆังแห่งนี้ มีคุณค่าทางจิตใจกับชาวบ้านในละแวกนี้มาก และไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ตนมีความเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยก่อนที่จะมีการบูรณะทางผู้รับเหมาไม่ได้มีการกราบไหว้ หรือขอขมาแต่อย่างใด เนื่องจากหอระฆังมีปฏิมากรรมยักษ์ ครุฑ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย ที่มีอายุมากกว่าหลายร้อยปี ในครั้งหน้าตนจึงอยากให้ผู้รับเหมาเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย และฝากถึงกรมศิลปากรให้ช่วยดูแลและกำชับให้มีการบูรณะให้แล้วเสร็จ

 

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ