จากกรณีศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เข้าตรวจค้นโกดังโรงงานแปรรูปไม้ของ น.ส.วิภาวดี จำปาแพง เลขที่ 99 หมู่ 10 ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบทำไม้มีค่าหายากเป็นขบวนการข้ามชาติคือ ไม้พะยูง ชิงชัน ประดู่ เพื่อเตรียมนำส่งออกนอกราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการค้าไม้พะยุง ของนางมู่หลาน หรือ น.ส.ชลิดา สุพันธมาส ตัวการใหญ่ ของขบวนการค้าไม้พะยุง ซึ่งคาดว่าใหญ่ที่สุดในประเทศ ไทยขณะนี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

 

 

            ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 ก.ย. 2561 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นายสนั่น บุณริด ตัวแทนชิปปิ้งบริษัท บุญรอด อิมปอร์ต แอนด์ เอ็กซ์ปอร์ต พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. ,พ.ต.อ.สุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รอง ผบก.ปทส. และพ.ต.อ.อนรรฆ ประสงค์สุข ผกก.2 บก.ปทส. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและนำข้อมูล พร้อมเอกสารการดำเนินงานมาให้เจ้าหน้าที่ หลังปรากฎหลักฐานว่าบริษัทดังกล่าว เกี่ยวโยงกับการขนส่งขบวนการค้าไม้ข้ามชาติ เครือข่าย “มู่หลาน” โดยมีการขอส่งออกสินค้าจำนวน 2 ตู้ไปยังประเทศอินโดนีเชีย โดยสำแดงสินค้าเป็นกากอ้อย 1 ตู้ ถูกส่งไปยังท่าเรือแหลมฉบัง โดยสำแดงสินค้าเป็นของป่า ครั่ง ส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเชีย เช่นเดียวกับตู้ที่ตรวจยึดได้ แต่พบว่าจากการตรวจสอบเอกสารพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงจุดหมายปลายทางไปยังประเทศจีน ซึ่งไม่ตรงกับที่แจ้งกับทางศุลกากร

 

 

 

 

            พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวว่า จากกรณีที่มีการตรวจพบไม้ต้องห้ามในพื้นที่ สภ.บางปู ทางพนักงานสอบสวน สภ.บางปู ได้ประสานมายัง บก.ปทส. เพื่อให้ช่วยขยายผลว่าขบวนการไม้มู่หลาน มีการกระทำความผิดในพื้นที่อื่นหรือไม่ จนกระทั่งตรวจสอบพบไม้ต้องห้ามในโกดังย่านแพรกษา จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงตรวจสอบพบไม้หวงห้ามอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ พื้นที่ สภ.แหลมฉบัง ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้ดำเนินคดีก่อนหน้านี้ ซึ่งดำเนินการไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ รอเพียงผลการตรวจดีเอ็นเอของไม้ ที่ตรวจยึดได้จากบางปู และแหลมฉบัง ว่าเป็นไม้จากที่เดียวกันหรือไม่ แต่เบื้องต้นพบว่าบริษัทผู้ขอส่งออกและชื่อเจ้าของตู้คอนเทนเนอร์เป็นรายเดียวกัน

 

 

 

 

            พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวต่อไปว่า ซึ่งในวันที่มีการตรวจพบไม้หวงห้ามในพื้นที่แหลมฉบัง ได้มีเจ้าหน้าที่ของบริษัท บุญรอด อิมปอร์ต แอนด์ เอ็กซ์ปอร์ต เข้าร่วมตรวจสอบด้วย เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวแทนบริษัทดังกล่าวเข้ามาให้ข้อมูล และสอบถามข้อเท็จจริงในวันนี้ ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ต้องดูถึงขั้นตอนการตรวจตู้ เนื่องจากก่อนจะนำสินค้าเข้าบรรจุในตู้ได้ต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลทุกขั้นตอน จนกระทั่งมีการซีนปิดตู้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว สำหรับการดำเนินคดีกรณีที่มีการสวมบัตรประชาชนของนางมู่หลาน หรือ น.ส.ชลิดา สุพันธมาส จากแนวทางการสืบสวนพบว่าทางกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เคยดำเนินคดีเรื่องปลอมแปลงบัตรประชาชนของนางมู่หลาน ไปแล้วเมื่อ 2557 และได้ประสานขอข้อมูลมาประกอบด้วย

 

 

 

 

 

            ด้าน นายสนั่น กล่าวว่า ขอยืนยันว่า ตนและบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการลักลอบส่งออกหรือค้าไม้หวงห้ามผิดกฎหมายของเครือข่ายมู่หลาน ทั้งในกรณีที่พบไม้ผิดกฎหมายภายในโกดังท้องที่ สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ และที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ส่วนเรื่องที่มีชื่อบริษัทและเลขประจำตัวผู้ส่งออกปรากฏในเอกสารการส่งออกไม้กับกรมศุลกากร เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มบริษัทที่ทำชิปปิ้งเหมือนกัน เนื่องจากรู้ขั้นตอนการดำเนินการส่งออกสินค้า รวมถึงรู้ขั้นตอนทางกรมศุลกากรเป็นอย่างดี ซึ่งตนได้ตั้งข้อสังเกตว่าทางเจ้าหน้าที่รัฐน่าจะมีส่วนรู้เห็นดังกล่าว เพราะขั้นตอนการขนออกสินค้าออกนอกประเทศต้องผ่านการตรวจสอบโดยละเอียดจากเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้จากการตรวจสอบย้อนหลังกับทางเจ้าหน้าที่ยังพบว่าบริษัทยังเคยถูกแอบอ้างนำชื่อไปใช้ในการส่งออกสินค้าผิดกฎหมายมาแล้วถึง 5 ครั้ง ในวันนี้ตนและทนายความจึงนำเอกสารของทางบริษัทเข้ามามอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อทำการตรวจสอบ พร้อมจะให้การกับพนักงานสอบสวนถึงกลุ่มขบวนการดังกล่าว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ