จนท.ทางการเขมรหอบ 1 แสนประกันตัวหนุ่มปลอมข่าว “บิ๊กตู่ ฟิวขาด ด่ากราดปปช. ไล่ให้เติม น้ำเปล่าแทนน้ำมัน” หลังสอบปากคำกว่า 9 ชม. ซัดทอดเพื่อนชายอีกราย ตร.เร่งประสานกัมพูชา เชิญตัวสอบสวน

 

               เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. นำกำลังตำรวจบุกจับ นายรัตนะ เฮง ผู้ต้องหาสัญชาติกัมพูชา ตามหมายจับศาลอาญา 1154/2561 ลงวันที่ 30 พ.ค.2561 ในความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” ได้ที่ประเทศกัมพูชา รวบ! หนุ่มเขมรกุข่าว 'บิ๊กตู่' ไล่คนเติมน้ำแทนน้ำมัน

 

                ก่อนนำตัวกลับมาสอบสวนที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. ตั้งเเต่ช่วงค่ำของเมื่อวานที่ผ่านมา โดยมีการสอบปากคำนานกว่า 9 ชั่วโมง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จากทางการกัมพูชาเดินทางมายื่นขอประกันด้วยเงินสด 1 แสนบาท 

 

               พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหา ยังให้การปฏิเสธโดยอ้างว่า ตนไม่มีความรู้ด้านภาษาไทย อีกทั้งก่อนหน้านี้เพื่อนได้ยืมบัตรเครดิตของตนไปรูดเพื่อขอเปิดบัญชีในการลงทะเบียนระบบไอทีเพื่อเปิดใช้บริการเว็บไซต์ ในการลงข่าวต่างๆ โดยตนไม่ทราบว่าเพื่อนรายนี้มีการลงข่าวที่เกี่ยวกับการโจมตีผู้นำประเทศไทย เเต่ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ

 

 

 

               อีกทั้งยังสอบสวนเชิงลึกจนทราบว่า ในประเทศกัมพูชา นั้น ไม่มีบทลงโทษและฐานความผิดเกี่ยวกับผู้ที่เสนอหรือเเชร์ข่าวปลอม โดยรายได้จากเว็บไซต์ที่ผู้ต้องหาร่วมกระทำนั้นมาจากยอดวิว ซึ่งหากมีการเเชร์และมียอดวิวที่สูง จำนวนรายได้ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น จึงอาจจะเป็นไปได้ที่ผู้ต้องหารายนี้และผู้เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดจะมีการเเบ่งผลประโยชน์กัน 


               พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เปิดเผยต่อว่า การกระทำลักษณะดังกล่าว มีความเกี่ยวข้องกับในประเด็นการเมือง หรือไม่นั้น จากการสอบสวนยังไม่พบถึงความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาล คสช. เพื่อก่อกวนยุยงให้ประชาชนเกลียดชังรัฐบาล ซึ่งทางตำรวจได้ตรวจสอบไปยังเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายรัตนะ ก็ไม่พบการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือโจมตีรัฐบาลไทย เเต่อย่างใด 

 

               ขณะนี้ทราบตัวผู้กระทำความผิดอีกรายเเล้ว คือ นายหลุย อายุ 23 ปี สัญชาติกัมพูชา หลังจากนี้จะประสานเจ้าหน้าที่ประเทศกัมพูชา ในการเดินทางเข้าไปในประเทศเพื่อเชิญตัวมาสอบสวน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ถึงข้อเท็จจริงในการกระทำความผิดต่อไป