28 มี.ค.2563-นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) และกรมศุลกากร ภายใต้ภารกิจสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Taskforce : AITF) ยึด “ยาอีหรือเอ็กซ์ตาซี” ที่ถูกส่งมาจากประเทศเยอรมนีจำนวน 6 กล่อง รวมของกลางทั้งสิ้น 30,465 เม็ด

 

 

ไม่สนโควิด ยาอีจากยุโรปเข้าไทยต่อเนื่อง

 

 

                   โดยในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ได้สกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาอีจากประเทศแถบยุโรปไปแล้ว 18 คดี จับกุมผู้ต้องหา 21 คน ยึดของกลางรวม 142,762 เม็ด ส่วนใหญ่ถูกนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายในสถานบันเทิงและแหล่งท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่หนาแน่น

 

            ​เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่า สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติดได้ตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ในเม็ดยาอีที่ถูกส่งจากยุโรป พบว่ามีสาร MethyleneDioxyMethAmphetamine: MDMA ซึ่งเป็นหนึ่งในอนุพันธ์ของเมทแอมเฟตามีนและจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับยาบ้า และไอซ์ ในปริมาณที่มากถึงร้อยละ 40-60 ในหนึ่งเม็ด มากกว่าเมทแอมเฟตามีนที่พบในเม็ดยาบ้าถึง 4 เท่า

 

 

 

ไม่สนโควิด ยาอีจากยุโรปเข้าไทยต่อเนื่อง

 

 

             นั่นหมายถึงว่า ยาอี ออกฤทธิ์รุนแรงกว่ายาบ้าหลายเท่าและเป็นอันตรายต่อตัวผู้เสพเป็นอย่างมาก ซึ่งการเสพยาอีจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงจนระบบควบคุมอุณหภูมิล้มเหลว หรือภาวะ Hyperthermia ในบางรายหากเสพเกินขนาดจะทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและไตวาย จนเสียชีวิต เช่นกรณีการเสียชีวิตของชายวัยรุ่นอายุ 19 ปี ในประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นผลมาจากการเสพยาอีในครั้งแรกเท่านั้น นอกจากนี้ ฤทธิ์ของยาอียังจะทำลายผู้เสพให้เกิดความผิดปกติไปตลอดชีวิต เนื่องจากยาอีจะทำลายระบบประสาทและสมองอย่างถาวร แม้ในการเสพเพียงครั้งเดียว
 

 

 

ไม่สนโควิด ยาอีจากยุโรปเข้าไทยต่อเนื่อง

 

        ในประเทศไทย ยาอี จัดอยู่ในยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 โทษทางกฎหมายจึงค่อนข้างรุนแรง หากกระทำผิดในข้อหาลักลอบนำเข้า มีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต หากจำหน่ายหรือครอบครองเพื่อจำหน่าย มีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต ปรับสูงสุด 5 ล้านบาท