คมชัดลึกออนไลน์ 3 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวด่วน

ญาติร้อง "บิ๊กแป๊ะ" โวยถูกตำรวจรีดเงินช่วยพ้นคดียา

21 กุมภาพันธ์ 2563 - 15:16 น.
ตำรวจรีดเงิน,ร้องบิ๊กแป๊ะ,ญาติผู้ต้องหา
ข่าวด่วน

Shares :
เปิดอ่าน 1,322 ครั้ง

ทนายความพาญาติผู้ต้องหาคดียาเสพติด ยื่นร้องขอความเป็นธรรม ผบ.ตร. อ้างถูกรองสารวัตรสอบสวน เรียกรับสินบน กรรโชกทรัพย์ หลังหลอกช่วยเรื่องคดีได้ แถมยึดจยย.ไว้ทั้งที่ไม่ได้เป็นร้อยเวรเจ้าของคดี ซ้ำพอทวงรถคืนกลับขอค่าเหล้าอีก 2 พัน รวมสูญเงินเกือบ 2 หมื่น


                ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 21 ก.พ.2563 เวลา 11.00 น. นายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานสมาพันธ์ทนายความแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นางชวนชม (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี และ น.ส.สุพรรณษา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี มารดาและน้องสาวของ น.ส.หยาดทิพย์ อายุ 29 ปี จำเลยในคดีครอบครองยาเสพติด ที่ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับนายตำรวจ ยศ "ร.ต.อ." ซึ่งเป็น อดีตรองสารวัตร(สอบสวน) สน.ร่มเกล้า โดยอ้างว่ามีพฤติกรรมเรียกรับสินบน กรรโชกทรัพย์ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมนำหลักฐานการโอนเงินมามอบให้ โดยมี พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี (ผบก.สสท.) ในฐานะนายตำรวจเวรอำนวยการ เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว

 

 

 

                น.ส.สุพรรณษา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากพี่สาวของตน น.ส.หยาดทิพย์ และเพื่อนอีก 3 คน ถูกตำรวจ สน.ร่มเกล้า จับกุมตัวพร้อมยาบ้า 12 เม็ด ยาไอซ์ 1.55 กรัม ภายในห้องพักบ้านเอื้ออาทร ตึก10 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา

                ต่อมาทาง "ร.ต.อ." นายดังกล่าว ขณะนั้นเป็น รองสว.สอบสวน สน.ร่มเกล้า แต่ไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกเก็บเงินกับทางครอบครัว โดยอ้างว่าคดีนี้เป็นคดียาเสพติดมีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต แต่สามารถช่วยได้ถ้าโอนเงินมา 20,000 บาท


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

                น.ส.สุพรรณษา กล่าวต่ออีกว่า ด้วยความไม่รู้กฎหมาย จึงหลงเชื่อ และต่อรองลดเหลือ 15,000 บาท และได้รีบไปยืมเงินญาติมาให้ และยังยึดรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหาไว้ โดยอ้างว่าเป็นของกลาง แต่สอบถามทางร้อยเวรเจ้าของคดีแล้วไม่มีการยึดรถคันดังกล่าวไว้เป็นของกลางแต่อย่างใด จึงทวงรถคืนแต่ ร.ต.อ.นายดังกล่าว กลับเรียกค่าปรับ พ.ร.บ.ขาดอีก 1,500 บาท และขอค่าเหล้าอีก 2,000 บาท รวมเป็นเงินที่ต้องเสียไปจากคดีนี้รวม 18,500 บาท

                "เงินจำนวนนี้ถือว่าเป็นจำนวนมาก เพราะครอบครัวมีฐานะยากจน จึงอยากขอความเป็นธรรมกับ ผบ.ตร. ได้โปรดสั่งการให้ ร.ต.อ.คนดังกล่าว คืนเงินจำนวนนี้กับครอบครัวด้วย คดีนี้สุดท้ายพี่สาวถูกศาลตัดสินจำคุก 5 ปี 8 เดือน แต่จำเลยรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาได้ลดโทษเหลือ 2 ปี 6 เดือน" น.ส.สุพรรณษา กล่าว

                ทั้งนี้มีรายงานว่า สำหรับ ร.ต.อ.ที่ถูกระบุถึงนั้น ปัจจุบันได้ย้ายออกนอกพื้นที่ไปอยู่ที่ จ.เพชรบูรณ์ แล้ว

 

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ