วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2563) นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ให้ข้อมูลว่า การแพร่ระบาดยาเสพติดในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา พบการลักลอบลำเลียงนำยาเสพติดเข้าไทยทางชายแดนด้านตะวันตกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตั้งแต่มิถุนายน 2562 ถึงกุมภาพันธ์ 2563 โดยการปฏิบัติงานของหน่วยงานความมั่นคงทั้ง กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง และสำนักงาน ป.ป.ส. ส่งผลให้มีการตรวจยึดยาไอซ์ได้ถึง 7 ครั้ง คือ ลักลอบนำเข้าทาง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 2 ครั้ง รวม 1,787 กิโลกรัม อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 2 ครั้ง รวม 1,581 กิโลกรัม และ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก 3 ครั้ง รวม 2,469 กิโลกรัม

 

 

 

                   ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 ตรวจยึดยาไอซ์ 910 กิโลกรัม และคีตามีน 100 กิโลกรัม ที่ลักลอบนำเข้าทาง อำเภอพบพระ รวมไอซ์ที่จับยึดได้ 6,747 กิโลกรัม และจากผลการปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมา พบว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเส้นทางของยาเสพติดที่ถูกลักลอบนำเข้ามา ที่่ส่วนใหญ่จะใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน เพื่อส่งต่อไปยังต่างประเทศ

 

 

ป.ป.ส.จ่อปรับแผนสกัดยานรก ชายแดนตะวันตกแนวโน้มเพิ่ม

 

 

                   นายนิยม ระบุ ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นผลมาจากมาตรการสกัดกั้นตามแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ดำเนินการมาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา หน่วยกำลังป้องกันชายแดนภาคเหนือ ทั้งทหารและตำรวจมีการลาดตระเวนและปะทะด้วยอาวุธกับกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงบ่อยครั้ง สร้างความสูญเสียให้กับฝ่ายตรงข้ามทั้งกำลังคนและยาเสพติดจำนวนมาก การดำเนินมาตรการประสบผล ทำให้กลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงและช่องทางลักลอบนำเข้า เพื่อหลบเลี่ยงการปฏิบัติของฝ่ายไทยจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคตะวันตกของประเทศ

 

 

 

ป.ป.ส.จ่อปรับแผนสกัดยานรก ชายแดนตะวันตกแนวโน้มเพิ่ม

 

 

​                   ทางสำนักงาน ป.ป.ส. เร่งมาตรการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน ภาคตะวันตก ทั้งแผนปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคำ 1511 ที่ร่วมมือ 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง ยกระดับการสกัดกั้นเคมีภัณฑ์/สารตั้งต้นและยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดตากและกาญจนบุรี รวมถึงแผนการสกัดกั้นยาเสพติด ในพื้นที่ตอนใน ที่เพิ่มขีดความสามารถให้แก่ด่านสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ ทั้งด่านแม่สอด-เมียวดี ด่านห้วยยะอุ และด่านพยุหะคีรี จ.ตาก เพื่อหยุดยั้งกระบวนการการผลิตยาเสพติด ตัดวงจรการส่งออกและแพร่กระจายยาเสพติดผ่านประเทศไทยไปยังประเทศปลายทาง

 

 

 

                   จากสถานการณ์ดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ส. จะได้ประชุมหารือหน่วยกำลังป้องกันชายแดนเช่น กองกำลังนเรศวร กองทัพภาคที่ 3 กองกำลังสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 9 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการเชิงรุกในการเฝ้าระวังและสกัดการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาตามแนวชายแดนด้านตะวันตกให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่ไปกับการประสานความร่วมมือกับรัฐบาลเมียนมา

 

 

ป.ป.ส.จ่อปรับแผนสกัดยานรก ชายแดนตะวันตกแนวโน้มเพิ่ม

 

 

                   โดยการดำเนินการและผลที่กล่าวมาข้างต้น เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และข้อเน้นย้ำของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ดำเนินการทุกวิถีทางภายใต้กรอบของกฎหมายและความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขและลดปัญหายาเสพติด เพื่อให้สังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด

 

 

ป.ป.ส.จ่อปรับแผนสกัดยานรก ชายแดนตะวันตกแนวโน้มเพิ่ม

 

 

                   ​สำนักงาน ป.ป.ส. ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และหากพบเห็นบุคคลที่กระทำความผิดหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสยาเสพติดได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส.โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง