เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2563 นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกลางเพื่อการควบคุมยาเสพติดแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (CCDAC) ได้ตรวจยึด Sodium Ethoxide กว่า 12.4 ตัน ในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ ก่อนถูกลำเลียงเข้าไปแหล่งผลิตในพื้นที่รัฐฉาน ซึ่งเป็นผลจากการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการ 1511 ที่ประเทศไทยเป็นแกนหลักร่วมกับ 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง โดยสารตั้งต้นจำนวน 12.4 ตันที่ตรวจยึดได้ หากเล็ดลอดไปได้จะนำไปผลิตไอซ์ได้ไม่น้อยกว่า 11 ตัน หรือผลิตยาบ้าได้ไม่น้อยกว่า 740 ล้านเม็ด และก่อนหน้านี้ CCDAC ของเมียนมาก็จับยึดกาเฟอีนได้กว่า 1 ตัน ซึ่งถือเป็นการลดทอนศักยภาพการผลิตทั้งไอซ์และยาบ้าได้เป็นจำนวนมาก และคาดว่าน่าจะมีผลต่อปริมาณยาเสพติดในตลาดและราคายาเสพติด

 

เมียนมายึดสารตั้งต้น 62 ตัน ตัดวงจรผลิตยาบ้า

 

          “ผลการปฏิบัติของเมียนมา ที่ได้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคำ 1511 อย่างเข้มแข็ง จนมีผลการยึดยาเสพติดและสารเคมีได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรอบ 2 เดือนนี้ เฉพาะในเมียนมา สามารถยึดสารเคมีไปแล้วกว่า 52.1 ตัน มีผลให้ยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ถูกผลิตขึ้นและถูกส่งออกมากระจายแพร่ระบาดในประเทศต่างๆ การดำเนินการตามแผนปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคำ 1511 ของ 6 ประเทศ ตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2562 สามารถยึดสารเคมีสำคัญที่นำไปใช้ในการผลิตยาเสพติด รวมกว่า 62 ตัน เท่ากับหยุดการผลิตยาบ้าได้ไม่น้อยกว่า 1,358 ล้านเม็ด หรือไอซ์ 32.4 ตัน ถือเป็นการตัดวงจรการผลิตยาเสพติดได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของแผน “นายนิยมกล่าว

 

เมียนมายึดสารตั้งต้น 62 ตัน ตัดวงจรผลิตยาบ้า


          สำหรับปฏิบัติการ 1511 ถูกริเริ่มโดยประเทศไทยและเสนอต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีของ 5 ประเทศลุ่มน้ำโขงประกอบด้วย จีน กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม เห็นชอบร่วมกันเพื่อสกัดกั้นเคมีภัณฑ์/สารตั้งต้นไม่ให้ เข้าไปยังแหล่งผลิต และสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้ออกจากแหล่งผลิต ตามนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล

 

เมียนมายึดสารตั้งต้น 62 ตัน ตัดวงจรผลิตยาบ้า