24 ม.ค.2563-นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ในฐานะทนายความของ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ กล่าวถึงกรณีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ มีคำสั่งไม่ฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวกรวม 4 คน ในข้อหาฆาตกรรมและกักขังหน่วงเหนี่ยวนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ"บิลลี่" ว่า แม้อัยการจะสั่งไม่ฟ้องคดีในหลายข้อหาแต่ก็ยังมีข้อหาอื่นๆอีก ซึ่งต้องให้ดีเอสไอทำตามอำนาจหน้าที่

 

 

คดีฆ่า บิลลี่ ผู้เสียหายส่อต้องฟ้องเอง

 

 

                โดยเชื่อว่าคดีนี้ ดีเอสไอต้องทำความเห็นแย้งไปยังอัยการสูงสุด หลังจากนั้นต้องรอดูว่าอัยการสูงสุดจะมีความเห็นอย่างไร จะสั่งฟ้องหรือไม่ เพราะคดีฆาตกรรมบิลลี่ ไม่ได้ผูกโยงกับเฉพาะกระบวนการยุติธรรมไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นที่จับตาของสากลโลกด้วย ซึ่งตนเชื่อว่าอัยการสูงสุดจะให้ความเป็นธรรมในคดีนี้ และคงต้องเรียกสำนวนทั้งหมดมาพิจารณาตามข้อเท็จจริงว่า บิลลี่หายตัวไปอย่างไร มีการควบคุมตัวโดยไม่ปล่อยหรือไม่ และขณะนั้นบิลลี่อยู่ในความควบคุมของใคร อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าอัยการสูงสุดคงไม่ปล่อยให้คดีบิลลี่หายไปอย่างไม่มีเหตุผล

 

 

 

คดีฆ่า บิลลี่ ผู้เสียหายส่อต้องฟ้องเอง

 

 

              นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการฟ้องร้องนายชัยวัฒน์กับพวกนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้ผู้เสียหาย คือ น.ส.พิณนภาภรรยาของบิลลี่ยื่นฟ้องเพื่อดำเนินคดีอาญาเองหรือไม่ แต่ในส่วนของตนได้มีการเตรียมเอกสารหลักฐานและข้อมูลไว้บ้างแล้ว ระหว่างนี้ยังมั่นใจว่า ดีเอสไอต้องทำความเห็นแย้งและยืนยันความเห็นสั่งฟ้องไปทุกข้อหาความผิดไปยังอัยการสูงสุด