รายการ "โหนกระแส" เกาะติดสถานการณ์ "โจรเหี้ยมชิงทอง จ.ลพบุรี" หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ 'ผอ.กอล์ฟ' วัย 38 ปี ผู้ต้องหาคดีดังกล่าว และได้มีการแถลงข่าวไปเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ด้วยวิธีโฟนอินพูดคุยกับผู้ต้องหาตามที่นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ 

 

ทางรายการได้เชิญ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับการ 3 กองปราบปราม , พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก สารวัตรกองกำกับการ 3 กองปราบปราม มาพูดคุยในรายการ นอกจากนี้ยังได้เชิญ ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการคดีอาญาธนบุรี และนายวัลลภ นิ่มมา ซึ่งเป็นคุณพ่อ รปภ.ที่ถูกยิงเสียชีวิต

 

โดยเจ้าหน้าที่ทั้ง พ.ต.อ.บุญลือ และ พ.ต.ท.นพรัตน์ ได้พูดถึงวิธีการซึ่งไล่เรียงที่มา ที่ไป จนกระทั่งสาวไปถึงตัว และจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุดโดยเล่าว่า เคสนี้ต้องยอมรับว่าเหนื่อย เพราะชุดปฏิบัติทำงานกันตั้งแต่วันแรกไม่ได้หลับ ได้นอน ที่ผ่านมาหลายเคส คนร้ายมีการปิดบังใบหน้า ซึ่งผู้ต้องหาหลายคนอาจคิดว่าจะไม่สามารถสืบสวนในประเด็นนี้ได้ แต่ลักษณะการทำงานของตำรวจ เราได้พยานหลักฐานอะไร เราเอามาต่อจิ๊กซอร์กัน ไม่ว่าหลักฐานในที่เกิดเหตุ , ฐานข้อมูลเก่า , ฐานข้อมูลพื้นฐานที่เราได้รวบรวม เมื่อเอาทุกอย่างมาประกอบกันภาพก็แคบลง จนเราสามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้

 

ซึ่งตลอดการทำงานของ จนท. เกือบ 2 สัปดาห์หลังวันก่อเหตุ ก็มีพลเมืองดีที่แจ้งบาะแสแจ้งโดยอิงมาจากท่าทางการเดิน เครื่องใช้ต่างๆ ที่แชร์กัน อีกทั้ง ต้องยอมรับว่า "ทางกองปราบ" มีช่องทางสื่อสารกับพี่น้องประชาชนเยอะ มีข้อมูลทางนี้เข้ามา เราก็เอามาพิสูจน์โดยเทียบกับพยานหลักฐานที่เกิดเหตุจนสโคปเหลือคนนี้คนเดียว

 

เรื่องของไซเลนเซอร์กระบอกเก็บเสียง จนท.เล่าว่า เริ่มจากการมองไปที่ยี่ห้อซึ่ง เท่าที่เห็นมันติดยี่ห้อว่า swr แน่นอนว่าเป็นของนอก แต่พอเราหาข้อมูลจากหลายๆ แห่ง ผู้มีความรู้เกี่ยวกับอาวุธปืน จากอินเตอร์เน็ต ปรากฎว่า swr สัญลักษณ์ที่เขาแปะบนตัวปืน ขนาดและตำแหน่งตัวอักษรไม่มี เขาไม่เคยผลิต จนกระทั่งทราบว่าเป็นของก็อป เมื่อไม่มีผลิตจากต่างประเทศ เราก็มาหาฐานข้อมูลต่างๆ ที่เคยมี รวบรวมข้อมูลเยอะมาก เพราะคนผลิตตรงนี้มีเยอะ เราก็ไล่เลียงมาจนถึงตัวนี้

 

มีการลงพื้นที่ไปจับตาดูว่า คนร้ายหรือผู้ต้องสงสัย มีการเดินลักษณะเป็นยังไง โดยใช้ ตร.หลายหน่วยมากในการพิสูจน์ ทราบเบาะแสอะไรมาเราพิสูจน์หมด จนควบแน่นมาที่คนเดียว ส่วนเรื่องการเอาเหงื่อผู้ต้องหาไปตรวจดีเอ็นเอนั้น ท่านรอง ผบ.ตร.ยืนยันแล้วว่าไม่ได้ตรวจเหงื่อตรงนี้

 

ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.นพรัตน์ ระบุเพิ่มเติมว่า ตนได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ให้เป็นคนวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับกล้องวงจรปิดและตำหนิพิเศษที่เรามองได้ในเทปวิดีโอ เพราะต้องหาดูเพื่อชี้ระบุตัวบุคคลให้ได้ เพราะใส่โม่งคลุมมา แต่งกายทุกอย่าง เราต้องหาอะไรที่ชี้ให้ได้ว่าเป็นเขาเท่านั้น ต้องเป็นสิ่งที่เขามีคนเดียวเท่านั้น หมายถึงคนๆ หนึ่งจะมีสิ่งที่มีอยู่ทุกๆ อย่างจะมีอยู่ไม่กี่คน เราก็ต้องหาให้ได้เพื่อประกอบให้ครบ เหมือนการต่อจิ๊กซอร์

 

จนท.เล่าต่อว่า ก่อนเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหา เรามีการวางแผนค่อนข้างรัดกุม ละเอียดมาก และได้เฝ้าติดตามอยู่หลายวัน เมื่อถูกถามว่ารู้ตั้งแต่ 2 วันแรกว่าเป็นผู้ต้องหาคนนี้? จนท.บอกว่า มีแนวทางไปตั้งแต่วันแรกๆ ส่วนหนึ่งต้องขอเรียนว่า กองปราบหน้างานเราเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย เพราะฉะนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับมือปืน อาวุธอะไรต่างๆ เราค่อนข้างมีอยู่บ้างแล้ว และยืนยันว่าก่อนจับกุม ไม่เคยเรียกตัวผู้ต้องหามาสอบก่อน หลังมีข่าวหลุกมาว่า เคยเรียกมาสอบก่อนปล่อยตัวไปรอบนึง ยืนยันว่า ไม่เคยเรียก

 

 

พูดถึงเรื่องเหตุจูงใจในการก่อเหตุ ที่ผู้ต้องหาปริปากพูดก่อนหน้านี้ว่า เครียด อยากถูกวิสามัญ ซึ่งหลังพูดคุยมาระยะหนึ่ง ประเด็นดังกล่าวเมื่อมาวิเคราะห์แล้ว ถ้าอยากตายให้ตำรวจวิสามัญเขาคงไม่หนี ยืนรอเลย พยานหลักฐานทำไมต้องทำลาย ไม่ต้องเอาเสื้อผ้าไปทิ้ง จนท.ระบุ เป้าหลักก็ยังเป็นประเด็นเรื่องประสงค์ต่อทรัพย์ทรัพย์อยู่ดี ส่วนที่บอกว่าเป็นเรื่องความเครียดเรื่องส่วนตัว เราได้ทราบเรื่องการเงินเขาก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก ต้องดูอีกครั้งว่ารายได้ รายจ่ายเขาเกินตัวหรือเปล่า เพราะรายได้ข้าราชการก็ไม่ได้เงินเยอะอะไร

 

 

เรื่องปมชู้สาว ตอนนี้อยู่ระหว่างสืบสวน สอบสวน ซึ่งการซักถามผู้ต้องหาเขาจะพูดอะไรก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คือไม่เกี่ยวกับ 'กวาง' หญิงสาว พนง.ร้านทอง เราพิสูจน์มาแล้วไม่มีความสัมพันธ์อะไรกัน ส่วนเรื่อง 'ผอ.กอล์ฟ' มีอดีตภรรยา มีลูก 2 คน อดีตภรรยาตั้งครรภ์กับ 'ผอ.กอล์ฟ' 4 เดือนจริงมั้ย ประเด็นนี้ยังไม่ยืนยัน แต่เขาหน้าตาดี รูปร่างดี ปัญหาส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากเรื่องผู้หญิง ส่วนข่าวลือที่ว่าตอนนี้ภรรยา 'ผอ.กอล์ฟ' อยู่ในการดูแลของตำรวจนั้น ไม่จริง เขาใช้ชีวิตปกติ

 

ทางด้าน นายวัลลภ ซึ่งเป็นคุณพ่อ รปภ.ที่ถูกยิงเสียชีวิตเปิดใจว่า ถึงตอนนี้สภาพจิตใจก็พอสู้ได้ ดีใจที่จับคนร้ายได้ แม้เวลานานนิดนึงแต่ต้องให้เวลา ตร.สืบสวนสอบสวน จับคนร้ายรายนี้ ตอนนี้ ลูกๆ เขาก็ตื่นมาถามหาพ่อว่า พ่อไปไหน แล้วก็รู้อีกทีก็พ่อตายแล้ว พอถามว่าน้องดิวพ่อมาหามั้ย เขาบอกว่าพ่อมาเล่นด้วย ซึ่งเมื่อตนได้ยินตนถึงกับใจสลาย เด็ก 2 ขวบ 3 เดือน บอกว่าพ่อมาเล่นกับน้องดิว ตนรู้สึกใจสั่น มือเท้าเย็น ยอมรับว่าสงสารหลาน

 

ส่วนตัวตนอยากให้ประหารเลยจะได้จบๆ ไป ผู้ต้องหา ตนกลัวว่าหากติดคุกแล้วออกมา สันดานเขายังอยู่ จะเกิดภัยพิบัติกับประชาชนทั่วไปอีก ผมว่าคนประเภทนี้สำนึกไม่ได้ เขาเป็นถึง ผอ. แต่กลับวัดความเป็นคนไม่ได้ว่า คนการศึกษาดีๆ แต่สุดท้ายจะมีสันดานชั่วร้ายและโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้

 

ขณะที่ อธิบดีอัยการฯ บอกว่า เล่าเกี่ยวกับการให้การของผู้ต้องหาที่ค่อนข้างจะยังสับสน โดยเฉพาะเรื่องของการโกหก โยนทองในน้ำ ว่า เป็นธรรมชาติคนร้าย เขาวางแผนจะสู้คดีอะไรหรือเปล่า เพราะมันไม่ตรงกับที่เขาให้การ คนร้ายบางคนเก่งนะ แต่ก็ไม่รอดอยู่ดี ให้การสับสนไป สับสนมา พยายามให้ผิดไปจากข้อเท็จจริง แต่เดี๋ยว ตร.ถามนานๆ ก็ไปไม่เป็น เคยดูหลายคดีทำไมสอบตั้งแต่เย็นถึงตีสาม ถามจนสู้ไม่ไหว ตอบความจริงดีกว่าจะได้หลับได้นอน ไม่ได้แกล้งนะ แต่เป็นเทคนิคสอบสวนของเขา

 

เรื่องสู้คดีนั้น มาถึงตอนนี้ต้องบอกว่า ยากแล้ว เพราะ หลักฐานทุกอย่าง ชี้เป้ามาที่จุดเดียว ไมรู้จะสู้ทางไหน ความจริงอัตลักษณ์ในการเดินคือจุดเริ่มต้น ตร.เวลาเขาสืบ เขาไม่เหมือนพวกเรา เขาสืบปืนมาจากไหน กล้องมาจากไหน ต้นทางเขาประมวลทั้งหมด ภาพในเฟซบุ๊กก็ใช้หมดทุกเรื่อง ส่วนโทษนั้นแน่นอนว่าประหารชีวิตแน่ๆ เพราะฆ่าคนตาย 3 ศพ แถมเป็นถึง ผอ.โรงเรียน ซึ่งศาลเขาลงโทษ เขาดูทุกเรื่อง ทุกประเด็น เรื่องคดีตนมองว่าจบแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ท่าน ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ เพียงให้ผู้สื่อข่าวสบายใจ อยากรู้อะไรให้ถาม แต่สังเกตให้ดี เขาตอบเท่าที่อยากตอบ เขาตอบเพราะเกรงใจ ผบ.ตร.ขอพูดแค่นี้ เราก็บังคับเขาไม่ได้ ผู้ต้องหาคนนี้มีความฉลาดพอสมควร ยังมีอะไรอีกหลายเรื่อง อย่าไปเข้าใจว่า ตร.จบแล้วนะ เขาต้องสอบต่ออีกเยอะ

 

 

แน่นอนว่าโทษมัน คือ ประหาร แต่ถ้าเราไม่ประหารเก็บไว้ให้เขานั่งดูลูกเติบโต ภรรยาไปมีคนอื่น เก็บไว้นานๆ อยากให้นั่งรู้ข่าวครอบครัวแต่แตะไม่ได้ เหมือนตายทั้งเป็น ถ้าประหารชีวิตมันจบเลยไม่สำนึกอะไร ให้นั่งดูรออยู่จนพ้นจากคุก วันตายก็ไม่ได้เห็นลูก อธิบดีอัยการฯ ปิดท้าย

 

 

 

 

 

ขอบคุณรายการ : โหนกระแส

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง