เมื่อเวลา 10.30 วันที่ 23 มกราคม 2563- ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย,พล.ต.อ.สุชาติ ธีรสวัสดิ์,พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.,พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผช.ผบ.ตร.,พล.ต.ท.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบช.สพฐ.ตร.,พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิตรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผบก.ภ.จว.ลพบุรี และ พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น.ร่วมแถลงผลการจับกุมนายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือกอล์ฟ ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในคดีใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ทองคำน้ำหนักกว่า 28 บาท เป็นเงินมูลค่า 6.8 แสนบาท ไปจากร้านทองออโรร่า สาขาห้างโรบินสัน จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 9 มกราคม  2563 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บสาหัส 4 ราย หลังนำตัวจากสถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 จ.ลพบุรี มาคุมขังที่กองบังคับการปราบปราม เมื่อเวลา 04.00 น.ที่ผ่านมา

(ฉบับเต็ม)' ผอ.กอล์ฟ'ยอมรับเหตุปัญหาส่วนตัว-เรื่องการเงิน

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเดิมทีได้มีการควบคุมตัวนายประสิทธิชัย จากกองบังคับการปราบปรามมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน แต่ผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้วเกรงว่าจะเป็นการกระทบสิทธิผู้ต้องหา จึงใช้วิธีให้ผู้ต้องหาโฟนอินตอบคำถามสื่อมวลชนแทน 

 

(ฉบับเต็ม)' ผอ.กอล์ฟ'ยอมรับเหตุปัญหาส่วนตัว-เรื่องการเงิน

 

          นายประสิทธิชัย กล่าวว่า สำหรับมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุมาจากปัญหาส่วนตัวและปัญหาเรื่องการเงินของตัวเอง ส่วนที่มีการก่อเหตุยิงพนักงานร้านทอง ลูกค้าที่มาซื้อทอง และน้องไททัล จนมีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย นั้น เป็นการยิงเพื่อเปิดทางและทำให้กลัว ตนวางแผนล่วงหน้ามาแล้ว 2-3 วัน

 

          "ผมยืนยันว่าไม่รู้จักและมีความขัดแย้งกับ น.ส.ธิดารัตน์ หรือ กวาง ทองทิพย์ พนักงานร้านทองที่เสียชีวิต ตามที่มีกระแสข่าว ส่วนที่มีการยิงซ้ำนั้น ตอนผมปีนขึ้นไปบนตู้กระจกขณะที่ได้หันปลายกระบอกปืนไปที่น.ส.ธิดารัตน์ เนื่องจากถุงมือที่ใส่อยู่ไปขัดในไกปืน ผมพยายามดึงถุงมือให้ขยับออกทำให้ปืนยิงออกไป 2 นัด ลักษณะเหมือนกระตุกมือเข้าไปพันในไกปืน " ผอ.กอล์ฟ ระบุ

 

           ผอ.กอล์ฟ  ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณียิงน้องไทตัลว่า ยืนยันว่าตนไม่เห็น ตนตั้งใจยิงรปภ.ของห้างเพื่อเปิดทาง คิดว่าลูกกระสุนน่าจะแฉลบไปโดนน้องไททัล ตนไม่ได้ตั้งใจยิงเด็ก หลังก่อเหตุรู้สึกสำนึกผิด และเสียใจในการกระทำ
 

          ผอ.กอล์ฟ  ตอบคำถามอีกว่า  หลังก่อเหตุตนมีความคิดที่จะมอบตัว แต่ไม่ได้ปรึกษากับใคร เพราะตนก่อเหตุเพียงคนเดียว ไม่ได้ร่วมวางแผนกับใคร โดยตนเองตั้งใจจะมอบตัวในวันที่ 24 มกราคม 2563 นี้ เนื่องจากตนติดภารกิจที่โรงเรียนที่ต้องทำให้นักเรียน 

 

(ฉบับเต็ม)' ผอ.กอล์ฟ'ยอมรับเหตุปัญหาส่วนตัว-เรื่องการเงิน

 

          "นัดแรกตั้งใจยิงเพื่อเปิดทาง ไม่ให้ใครเข้ามาใกล้ แต่ลูกกระสุนน่าจะโดนรปภ.แล้วพลาดไปโดนน้องไทตัล อยากฝากไปถึงครอบครัวผู้เสียชีวิต ผมอยากกล่าวคำว่าเสียใจและขอโทษ โดยเฉพาะน้องไทตัล และพนักงานผู้หญิง รวมถึงทุกคนที่ผมได้ยิง" นายประสิทธิชัย กล่าวและว่า ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าเหตุใดหลังก่อเหตุตนเองกลับไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายนั้น ตนพยายามทำตัวให้ปกติ และไม่ได้คิดหนี ในใจทุกครั้งที่เห็นข่าวก็เสียใจกับการกระทำ 

 

          นายประสิทธิชัย กล่าวต่อไปว่า สาเหตุที่ใช้ปืนที่ติดท่อเก็บเสียง เพราะต้องการไม่ให้เกิดเสียงดัง ไม่ต้องการให้ผู้คนตื่นตระหนก ซึ่งท่อเก็บเสียงสั่งมาจากเพื่อนรุ่นน้องทางอินเตอร์เน็ต 

 

(ฉบับเต็ม)' ผอ.กอล์ฟ'ยอมรับเหตุปัญหาส่วนตัว-เรื่องการเงิน

 

          เมื่อถามถึงเหตุผลที่มีการยิงซ้ำ ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจยิงเพื่อเปิดทาง นายประสิทธิชัย กล่าวว่า ตอนแรกตนได้ยิงตู้กระจกไปสองนัด ไม่คิดว่ากระสุนจะไปโดนพนักงานผู้หญิง แล้วพอไปเจอลูกค้าผู้ชายและผู้หญิง เหมือนกระทำไปแล้ว และอารมณ์ก็หลุดไปแล้ว ตนก็เสียใจ และอยากขอโทษด้วย 

 

          ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอยากตายดังๆ ตามที่มีสื่อมวลชนนำเสนอนั้น นายประสิทธิชัย กล่าวว่า ยืนยันว่าสาเหตุที่ตนก่อเหตุมาจากปัญหาเรื่องส่วนตัว และเรื่องการเงิน ไม่ได้เป็นไปตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวแต่อย่างใด

 

(ฉบับเต็ม)' ผอ.กอล์ฟ'ยอมรับเหตุปัญหาส่วนตัว-เรื่องการเงิน

 

          ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ที่สังคมตั้งคำถามว่าเป็นการจับแพะหรือไม่ ตนขอเรียนว่า ตนไม่ใช่กรมปศุสัตว์ ไม่เคยจับแพะจับแกะ ตนเป็นตำรวจ จับแต่โจรผู้ร้ายดูแลประชาชน ที่ผ่านมาคดีใหญ่ๆ ก็จับแต่ของจริง วันนี้คดีเสร็จสิ้นแล้วทีผ่านมาได้รับกำลังใจจากนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ท่านถามตลอด ตนก็รายงานตลอด

 

         "คดีนี้ทุ่มสรรพกำลังทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวคน้รายเร็วที่สุด เรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน สำหรับตัวผู้ต้องหาที่เป็นถึงผู้อำนวยการก็ไม่เหนือความคาดหมายมาก ไม่ได้ตัดประเด็นทิ้งตั้งแต่แรก แต่เชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าตำรวจ ทหารไม่น่าจะยิง ที่ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมไม่ค้นปืนบ้านพ่อผู้ต้องหาด้วย เราไม่อยากให้ของกลางเคลื่อนที่ ซึ่งหลังก่อเหตุคนร้ายก็ทิ้งซิกเนเจอร์ไว้จำนวนมากเช่นกัน" พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว

 

          พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า ตนบอกในที่ประชุมทุกครั้งวันที่เราจับได้เป็นวันที่เราประสบความสำเร็จ โดยเมื่อวานนี้จากการสอบปากคำผู้ต้องหามีบางส่วนที่จริงใจบ้าง ทีมงานเรามีประสบการณ์ในการรับฟัง หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งฟ้องผู้ต้องหาต่อไป

 

          ด้านพล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า พยานหลักฐานที่ได้อาวุธปืนในการก่อเหตุ และทองรูปพรรณที่ได้จากบ้านพ่อผู้ต้องหา ที่ขาดอยู่คือลำกล้องและท่อเก็บเสียง อยู่ระหว่างงมหาในแม่น้ำ จากการสอบสวนจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีคนอื่นเกี่ยวข้องช่วยเหลือ แต่ก็ยังสืบสวนต่อ ส่วนหลักฐานที่นำมาสู่การออกหมายจับคนร้าย ได้มากองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ยืนยันเรื่องวัตถุพยาน และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สนับสนุน แต่ไม่มีหลักฐานที่เป็นดีเอ็นเอของเหงื่ออย่างที่เป็นข่าว

 

           " โดยรายละเอียดต่างๆ รวมถึงข้อมูลผู้ชี้เบาะแสเป็นความลับอยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นของพ่อ แต่ยังไม่พบว่าพ่อมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งข้อมูลปืน cz p-01 เข้ามาในเมืองไทย 1 แสนกว่ากระบอก รุ่นนี้มีเป็นพันกระบอก การจะตรวจสอบต้องมีเหตุพอสมควร อยู่ดีๆ จะไปตรวจสอบไม่ได้ " พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าว 

 

 

          พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า คำให้การของผู้ต้องหานั้น ต้องแยกคำให้การกับหลักฐานออกจากกัน คำพูดเรื่องเหตุจูงใจจะเกิดจากอะไรจริงเท็จยังไม่ทราบ คำพูดเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจยืนยันตามกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา การที่เขาเดินเข้าไปเอาปืนยิงคนตาย เอาทองไปเก็บไปซุกซ่อน แล้วถูกจับ เราก็ฟันธงเลยว่าเขาเจตนาฆ่า เจตนาชิงทรัพย์ ส่วนคำกล่าวอ้างก็เป็นเรื่องของเขา เพราะฉะนั้นขอให้ชัดเจนว่าเราตั้งข้อหาตามการกระทำ ไม่ได้ตั้งข้อหาเพราะเขาพูดว่าอะไร

 

         "ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหารับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่น,ชิงทรัพย์,ครอบครองอาวุธปืน แต่ถ้าวันหลังมีข่าวมาบอกว่าอยากฆ่าตัวตาย เราไม่ได้ไปฟังตรงนั้น เราก็ต้องฟันธงสาเหตุที่เขาลงมือทำว่าประสงค์ต่อทรัพย์ ไม่มีเรื่องอื่น ส่วนตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานถึงคนอื่น หากมีเพิ่มก็ต้องเอาด้วย โดยวันนี้ภายหลังการแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวนายประสิทธิชัย ไปฝากขังครั้งแรกที่ศาลอาญาต่อไป" พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าว 

 

          ขณะที่ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รองผบก.ป. กล่าวว่า การสืบสวนครั้งนี้ได้รับการประสานงานกับทุกหน่วยอย่างใกล้ชิดทั้งตำรวจภูธรภาค 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน บช.น. จนได้ข้อมูลที่ไปถึงตัวผู้ต้องหาได้ ตำรวจมีฐานข้อมูลเก่า เลยทำให้ได้ตัวเป้าหมายมาระยะเวลาหนึ่ง จากการเฝ้าสังเกตุการณ์น่าเชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้จะเป็นคนร้าย จึงรวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลออกหมายจับ

 

         " เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น, ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์ อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น หรือ หลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้, พยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น, ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและยานพหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ยิงปืนโดยใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้าน หรือที่ชุมชน, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย โดยไม่มีเหตุสมควร, มีและใช้อาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้และมียุทธภัณฑ์ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พ.ต.อ.บุญลือ กล่าว