royal coronation
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562
ข่าวด่วน

6 ศพใน 14 ปีสตรีสองหน้าปลิดชีวิตสามี-คนในบ้านด้วยไซยาไนด์

วันที่ 20 ตุลาคม 2562 - 14:31 น.
6 ศพ,14 ปี,ปลิดชีวิต 6 ศพ,สตรีอินเดีย
Shares :
เปิดอ่าน 6,049 ครั้ง

หญิงม่ายอินเดียกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง 6 ศพ ขจัดเสี้ยนหนามมรดก



ตลอด 47 ปี จอลลี อัมมา โจเซฟ ชาวเมืองคูดาทาไย เมืองเล็กๆในรัฐเกรละ ทางใต้ของอินเดีย ถูกมองว่าเป็นบุคคลต้นแบบของชุมชนแคทอลิกที่เธออาศัยอยู่ เพื่อนบ้านนับถือเป็นครูบาอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นแม่ม่ายครองตัวดี เคร่งศาสนา และไปโบสถ์เป็นประจำ  
 

 

 

ทว่าตอนนี้ สตรีคนเดียวกัน กลายเป็นฆาตกรฆ่าต่อเนื่องอำมหิตที่สุดคนหนึ่งในอินเดีย ด้วยอาวุธชื่อ ไซยาไนด์ ใส่ลงในซุป ขนม และน้ำ 

 

 

จอลลี ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา รับสารภาพว่า เป็นคนลงมือปลิดชีวิตสมาชิกครอบครัว 6 คน ในเวลา 14 ปี  (ตั้งแต่ปี 2545 - 2557 ) ไล่ตั้งแต่แม่ของโทมัส รอย สามีของเธอ พ่อของสามี ลุงของสามี ลูกสาววัย 2 ขวบและภรรยาของสามีคนปัจจุบัน 

 


นอกจากจอลลีแล้ว ยังมีพนักงานร้านเพชรอีกคนที่ตำรวจเชื่อว่าให้ช่วยเหลือฆาตกรรม กับช่างทองจากหมู่บ้านใกล้เคียง ที่ช่วยจัดหาไซยาไนด์ เพราะช่างทอง จะได้รับอนุญาตให้ซื้อไซยาไนด์ เพื่อนำมาใช้สกัดทองคำและขัดเงาได้ แต่ไม่อนุญาตให้นำไปจำหน่าย กระนั้น ทั้งสองยืนยันว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ 

 

คดีนี้ทำให้ตำรวจต้องขุดศพเหยื่อขึ้นมาใหม่ เพื่อนำไปชันสูตรอีกครั้ง 

 


เรนจี โทมัส น้องสาวของรอย โทมัส สามีของเธอ กล่าวว่า เธอภาวนาให้ครอบครัวของเธอได้รับความยุติธรรม

 


เพื่อนบ้านและญาติพี่น้อง รวมถึงลูกชาย 2 คนของจอลลี งุนงงไปหมดแล้วว่าสิ่งที่พวกเขาคิดว่ารู้เกี่ยวกับแม่ มีเรื่องไหนที่จริงบ้าง 

 


 ครั้งหนึ่ง เพื่อนบ้านเรียกจอลลีอย่างให้เกียรติว่า  “อาจารย์จอลลี” ตัวของเธอเอง ก็เคยแสดงบัตรประจำตัวที่บ่งว่า เป็นอาจารย์ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งชาติเมืองคาลีคุต  

 


ก่อนมารู้ว่า บัตรประจำตัวที่นำมาโชว์ เป็นของปลอม  จอลลีไม่เคยทำงานที่มหาวิทยาลัยมาก่อนเลย แต่ตลอด 17 ปี เธอออกจากบ้าน ขึ้นรถไปยังเมืองคาลีคุต หรือโคชิโคเด ซึ่งใช้เวลาเดินทาง 1 ชม.ทุกวัน 


เธอไปที่เมืองนี้ทำไม วลานี้ก็เป็นอีกปมที่ตำรวจสนใจและเป็นประเด็นซุบซิบนินทา 

 


จอลลีกับโทมัส พบกันในงานเลี้ยงครอบครัวหนึ่ง และตกหลุมรักกันอย่างรวดเร็ว โทมัสชอบที่จอลลียิ้มง่าย ฉลาด เรียนจบมหาวิทยาลัย และชอบช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2540 จอลลีเข้าไปอยู่ในบ้านสามีซึ่งเป็นครอบครัวรักใคร่กลมเกลียว 

 


แม้ทำงานมาทั้งวัน แต่หญิงสาวเวลานั้นยังมีแก่ใจช่วยงานบ้าน ทำอาหาร นำสวดมนต์ และไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ 

 


เรนจี โทมัส น้องสาวของโทมัส กล่าวว่า แม่ของเธออยากให้เธอเอาอย่างพี่สะใภ้ ผู้หญิงน่ารักที่เข้ามาเป็นเหมือนพี่สาวของเธอคนหนึ่ง 

 


นางอันนัมมา โทมัส แม่สามีของจอลลี เคยเป็นครู เธอมักวุ่นวายอยู่กับการติวหนังสือเด็กๆ จัดดินเนอร์ให้ครอบครัวและพบปะมิตรสหาย รวมถึงจัดปาร์ตีคริสต์มาสประจำปีใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน 

 


หลังจากนั้น 2-3 ปี พวกเขาเริ่มระหองระแหงกันด้วยเรื่องเงิน  

 

 

 


ในปี 2545 หรือ ราว 5 ปีที่จอลลีเข้าไปเป็นสมาชิกใหม่ อันนัมมา ซึ่งเป็นคนดูแลบัญชีครอบครัว เสียชีวิต โดยก่อนหน้านั้น แม่สามีไม่สบาย จอลลีทำซุปแพะอุ่นๆให้รับประทานแก้อาการปวดมวนท้อง คนไข้หมดสติและเสียชีวิตในเดือนเดียวกัน  ไม่มีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีใคร 

 


โมฮัมเหม็ด บาวา เพื่อนบ้านตรงข้าม เล่าว่า หลังจากนั้น งานเลี้ยงคริสต์มาสที่เคยจัด เล็กลงเรื่อยๆจนเลิกไปในที่สุด เพื่อนและญาติเลิกแวะมาเยี่ยมเยียนกันเหมือนเคย เพราะรู้สึกว่าบรรยากาศในบ้านหลังจอลลีก้าวขึ้นมาคุมบัญชีแทนแม่สามี ออกจะเย็นชา ส่วนทอม โทมัส พ่อสามี ก็เก็บตัวเงีบหลังสูญเสียภรรยา

 


 “เขาโศกเศร้าและเงียบขรึม อยู่ใต้การควบคุมของจอลลีมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นเลิกสุงสิงกับเพื่อนบ้านสิ้นเชิง” บาวา ที่โตมาในละแวกและเคยเข้าไปเล่นในบ้านครอบครัวโทมัสเล่า 

 


ความสัมพันธ์ของทอม กับลูกสะใภ้เริ่มแย่ลง  จอลลีต้องการให้บ้านที่เธออยู่โอนเป็นชื่อของเธอกับสามี 

 


ในปี 2551 พ่อสามีเสียชีวิตรายที่สอง หลังรับประทานอาหารว่าง จอลลีเป็นคนพบศพของเขานอนตัวงอบนพื้น เปิดพินัยกรรมต่อมา ระบุว่า รอย โทมัส เป็นผู้รับมรดกของพ่อแต่เพียงผู้เดียว แต่พินัยกรรมฉบับนี้ไม่ลงวันที่ ไม่มีพยานลงชื่อ จึงถือเป็นโมฆะ 

 


ปี 2554 รอย โทมัส สามีของเธอและพ่อของลูก 2 คน เสียชีวิตกะทันหัน หลังอาเจียนอย่างหนักในห้องน้ำที่ปิดล็อกจากข้างใน จอลลีบอกใครต่อใครว่าสามีหัวใจวาย 

 


ถัดไปในปี 2555 พินัยกรรมของทอม โทมัส (พ่อสามี ) โผล่มาอีกฉบับ ระบุชื่อ รอย กับ จอลลีเป็นทายาทรับมรดก โดยคราวนี้มีพยานลงชื่อ แต่ไม่มีใครในครอบครัวรู้เรื่องมาก่อน แต่เมื่อรอยตาย ภรรยาจึงเป็นผู้รับมรดกทั้งหมด 

 


แมททิว แมนชาดียิล ลุงของรอย (พี่ชายแม่) สงสัยเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงขอให้เปิดชันสูตรศพหลานชายอีกครั้ง และคัดค้านพินัยกรรม ภรรยาม่ายไม่ยอมแต่ก็ถูกกดดันหนักจนต้องยอมให้ตรวจ และพบสาเหตุว่าเพราะถูกวายาพิษ แต่ภรรยาปิดบังผลสอบไว้ กลับไปอ้างกับครอบครัวทั้งน้ำตาว่า รอยฆ่าตัวตาย เขาติดเหล้า กลุ้มใจเรื่องเงิน และดื่มไซยาไนด์จบชีวิตตนเอง 

 

 

ปี 2557 แมนชาดียิล เสียชีวิตไปอีกคน ด้วยพฤติการณ์แวดล้อมไม่ชัดเจน และเป็นอีกครั้ง คนที่พบศพคนแรกคือ จอลลี 

 

 

Hindustan Times 


เหยื่อคนต่อมาของเธอ คือ อัลฟีน หลานสาวฝ่ายสามี วัย 2 ขวบ 

 


อัลฟีนเป็นลูกสาวของ ชาจู ซาคาเรียส ลูกพี่ลูกน้องของรอย เด็กหญิงเคราะห์ร้ายกินขนมปังผสมไซยาไนด์ในพิธีศีลจุ่มของพี่ชาย ( บางสำนักข่าวบอกว่าโดนป้ายยาพิษที่ปาก )  เสียชีวิตไล่หลังแมนชายิดิลไม่ถึงปี 

 

ต่อมา ซิลี แม่ของอัลฟีน ก็ตายในปี 2559 เธอเป็นลมหมดสติหลังดื่มน้ำในแก้วที่จอลลียื่นให้ที่คลินิกทันตกรรม อาการสองแม่ลูกคล้ายกันคือชัก หอบ น้ำลายฟูมปาก 

 


หนึ่งปีหลังภรรยาเสียชีวิต นายซาคาเรียส ก็แต่งงานกับจอลลี ตำรวจสอบปากคำเขาหลายครั้ง แต่เจ้าตัวยืนกรานไม่รู้เห็นกับการตายของภรรยาคนแรกและลูกสาว  คาดว่า เหตุที่จอลลีปลิดชีวิตเด็กน้อยเพราะไม่ต้องการให้เป็นภาระหลังแต่งงานใหม่ 

 


การแต่งงานกับซาคาเรียสนี่เอง ที่ทำให้เรนจี กับน้องชาย โรโจ โทมัส ยิ่งสงสัยในตัวของจอลลีมากขึ้นไปอีก ขณะที่ข้อพิพาทเรื่องมรดกระหว่างจอลลีกับพี่น้องของสามีคนแรกยังดำเนินต่อไป 

 


เรนจี ยื่นฟ้องเมื่อเดือนมกราคม เพื่อชิงกรรมสิทธิที่ดินผืนหนึ่ง และผลจากการฟ้องร้อง ทำให้เธอรู้ผลชันสูตรศพพี่ชายที่ถูกปกปิดไว้เป็นครั้งแรก ว่า เขาเสียชีวิตหลังกินแกง ซึ่งภรรยามักทำให้เพราะรู้ว่าเป็นของโปรด ไม่ใช่ตายเพราะหัวใจวายในห้องน้ำ 

 


เรนจีกับน้องชายซึ่งพำนักในสหรัฐอเมริกา จึงตัดสินใจแจ้งความเอาผิดอดีตพี่สะใภ้  ส่วนลูกชายสองคนของจอลลี เวลานี้สภาพจิตใจย่ำแย่ และอาศัยอยู่กับอาหญิง 

 

ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 6 กระทง จากความพยายามฮุบมรดก ซึ่งเป็นบ้าน ที่ดินและทรัพย์สินอื่นๆขอครอบครัวสามี 

 

แม้รับสารภาพ แต่ทนายมือดีของเธอ เตรียมสู้คดีด้วยการระบุว่า ไม่มีหลักฐานมากพอเอาผิดลูกความได้ และตามกฎหมายอินเดีย ลำพังคำสารภาพกับตำรวจ ยังไม่เพียงพอ 


ล่าสุด ตำรวจชุดสอบสวนเผยว่า อันที่จริง จอลลียังมีแผนฆ่าเพิ่มอีก หนึ่งในนั้นก็คือ เรนจี น้องสามี แต่โชคดีว่าเธอต้องเดินทางไปรักษาตัวเสียก่อน 

 

 

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ