กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต - วันนี้ (2 กันยายน) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ พร้อมของกลางเฮโรอีนประมาณ 100 กิโลกรัม และโคคาอีน 1,500 กรัม มูลค่ายาเสพติดที่ตรวจยึดได้ประมาณ 106,500,000 บาท มูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ประมาณ 500,000 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 107,000,000 บาท

                

 

          เกี่ยวกับการจับกุมขบวนค้ายาเสพติดในครั้งนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ครั้งนี้ถือว่าเป็นการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญถึง 2 คดี โดยคดีแรกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม เวลาประมาณ 16.30 น. ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บก.สกส. บช.ปส.) ได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายนักค้ายาเสพติด พบว่า มีกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาเช่าโกดังอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีพฤติการณ์น่าสงสัยอาจเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด จนกระทั่งสามารถจับกุมนายศิริขวัญมิ่งเมือง คำธา อายุ 46 ปี ที่อยู่ 169 หมู่ 5 ตำบลช่อเล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เฮโรอีน) จำนวน 300 แท่ง น้ำหนักประมาณ 105 กิโลกรัม รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลยี่ห้อฮุนได จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง โดยจับกุมได้ภายในห้องเช่า ตำบลบางหลวง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

 


          จากการสอบสวน นายศิริขวัญมิ่งเมือง ให้การรับสารภาพว่า ได้รับฝากเฮโรอีนฯ ดังกล่าวมานานหลายปีแล้ว โดยได้ค่าจ้างตกลังละ 50,000 บาท จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ต่อไป


          ด้าน พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า เฮโรอีนไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทย ปกติแล้วมักจะถูกส่งออกไปจำหน่ายต่อในประเทศที่สาม เช่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอเมริกา ส่วนต้นทางการผลิตนั้น มีอยู่แหล่งเดียวบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เพราะต้องใช้ฝิ่นเป็นสารตั้งต้นในการผลิดตเฮโรอีน

 


          ส่วนคดีที่ 2 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตามโครงการ AITF ได้จับกุมนางลูซี่ เดอเรมม่า โอม่า (Mrs.Lucy Nderema Ouma) อายุ 30 ปี สัญชาติเคนยา ได้พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน (Cocaine) 121 ก้อน น้ำหนัก 1,500 กรัม โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

 

          ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนโดยวิเคราะห์ความเสี่ยงในการลักลอยนำยาเสพติดให้โทษเข้ามาในราชอาณาจักรจากรายชื่อผู้โดยสารของสายการบินเป้าหมายพบผู้โดยสารต้องสงสัยชื่อ นางลูซี่ เดอเรมม่าโอม่า จึงได้ติดตามไปจนถึงบริเวณช่องตรวจไม่มีสิ่งของต้องสำแดง(ช่องเขียว) อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ชุดจับกุมได้แสดงตัวเพื่อตรวจสอบและนำกระเป๋าสัมภาระของนางลูซี่ เดอเรมม่าโอม่า ตรวจสอบเบื้องต้นด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย
     

 

          จากการซักถามนางลูซี่ เดอเรมม่าโอม่า ให้การยอมรับว่าได้ซุกซ่อนยาเสพติดไว้ภายในช่องคลอดและกลืนลงในช่องท้อง และยังรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากกลุ่มคนผิวสีเดียวกันให้นำยาเสพติดซุกซ่อนในร่างกายมาจากประเทศแถบแอฟริกาตะวันตก โดยทำมาแล้วครั้งที่ 3 ครั้ง ส่วนยาที่นำเข้ามาจะนำมาจำหน่ายตามสถานบันเทิง ซึ่งได้รับค่าจ้างจากต้นทางเป็นเงินสกุลดอลล่าร์ แต่ไม่เปิดเผยจำนวน

 

 

          ต่อมานางลูซี่ เดอเรมม่าโอม่าได้นำสิ่งแปลกปลอมที่ซุกซ่อนภายในช่องคลอดออกมา 1 ก้อน และขับถ่ายสิ่งแปลกปลอมออกมาอีกจำนวน 121 ก้อน เมื่อนำสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวทดสอบสารเสพติดเบื้องต้นให้ผลเป็นโคคาอีน จึงจับกุมนางลูซี่ เดอเรมม่าโอม่าเบื้องต้นแจ้งข้อหานำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง