royal coronation
19 กุมภาพันธ์ 2563
ข่าวด่วน

ประหารชีวิต "หนุ่มจีน" บีบคอชิงทรัพย์ "อาม่า"

25 กรกฎาคม 2562 - 15:01 น.
ประหารชีวิต,หนุ่มจีน,บีบคอ,อาม่า,ชิงทรัพย์
Shares :
เปิดอ่าน 1,093 ครั้ง

ศาลอาญา ลงโทษประหารชีวิต หนุ่มจีน ฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกชิงทรัพย์ฯ-ลักบัตรเอทีเอ็ม รับสารภาพลดโทษเหลือคุก 25 ปี 6 เดือน พร้อมสั่งคืนเงิน-ชดใช้ทายาทอาม่า


 

          25 ก.ค.62 - ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1189/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวูซู หมิง (Wu Zhuo ming) อายุ 28 ปีสัญชาติจีน เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่นชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 , 288 , 289 , 339

 

          ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 8 พ.ค.52 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า จำเลย เป็นคนต่างด้าวเชื้อชาติจีน สัญชาติจีน มีภูมิลำเนาอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ถือหนังสือเดินทางของสาธารณรัฐประชาชนจีน เลขหนังสือเดินทาง EA 3319051 จำเลยเดินทางเข้าในไทย ทางด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.61 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในไทยประเภทวีซ่านักท่องเที่ยวเป็นเวลา 60 วัน ครบกำหนดการอนุญาตวันที่ 20 ก.พ.62

 

          ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ก.พ.62 เวลากลางวัน จำเลยได้ลักเอาสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น ราคา 40, 000 บาท , สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาทจำนวน 1 เส้น ราคา 20, 000 บาท , จี้รูปพระเซยูพระแม่มารีจำนวน 1 อันราคา 500 บาท , แหวนทองคำหนัก 1 สลึงจำนวน 1 วงราคา 5,000 บาท , เงินจำนวน 30,000 บาท รวมทรัพย์จำนวน 5 รายการ มูลค่าทั้งสิ้น 95,500 บาทของ น.ส.อารยา ทรัพย์สวรรค์ ผู้เสียหายไปโดยทุจริต ซึ่งการลักทรัพย์ดังกล่าวจำเลยรู้จักกับผู้เสียหายมาก่อน ได้ลวงให้ผู้เสียหายไปห้องพักเลขที่ 564/38 อาคารนิวพอร์ตคอนโด ถ.พหลโยธินซอย 52 แยก 16 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.ซึ่งเป็นห้องพักของผู้เสียหายเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ จากนั้นจำเลยได้ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหายเพื่อให้ผู้เสียหายยื่นซึ่งทรัพย์ดังกล่าวแก่จำเลย แต่ผู้เสียหายขัดขืนต่อสู้ จำเลยมีเจตนาฆ่าได้ใช้กำลังประทุษร้ายผลักผู้เสียหายลงนอนหงายบนเตียงนอนแล้วใช้มือทั้งสองข้างบีบคอผู้เสียหายอย่างแรงจนหมดสติและถึงแก่ความตาย เป็นการความสะดวกแก่การลักทรัพย์นั้นฯ และเป็นการฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ และจำเลยยังได้เอาบัตรเอทีเอ็ม 1 ใบอันเป็นเอกสารของผู้เสียหายไปด้วย เหตุเกิดที่แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. ในชั้นจับกุมและสอบสวนจำเลยรับสารภาพ             

 

          ระหว่างพิจารณา จำเลย ไม่ได้ยื่นประกันตัว ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ วันนี้ ศาลได้เบิกตัวจำเลย เพื่อมาฟังคำพิพากษา

 

          ขณะที่ ศาล พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้ว่า ตามวัน-เวลาเกิดเหตุ ผู้ตายถูกฆ่ารัดคอในนิวพอร์ตคอนโดมิเนียม ซึ่งโจทก์ มีบุตรชายของผู้ตาย เป็นพยานเบิกความว่าก่อนเกิดเหตุมารดาเล่าให้ฟังว่า จำเลยเคยมาขอยืมเงิน 100,000 บาท และนัดให้นำเงินไปส่งให้ที่คอนโดดังกล่าวแต่บุตรชายของผู้ตายได้บอกว่าไม่ต้องไป กระทั่งเวลา 21.00 น. วันเกิดเหตุ บิดาของพยานโทรมาบอกว่าผู้ตายยังไม่กลับบ้านจึงได้ออกตามหา และได้มาที่คอนโดดังกล่าวเวลา 23.00 น. เจอรถของผู้ตายจอดอยู่ ตรวจสอบห้องพักถูกล็อคจากด้านใน พยานจึงได้ใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในบานเกร็ดเห็นผู้ตายลักษณะนอนหงายอยู่บนเตียงและจากการตรวจสอบทรัพย์สินในห้องพักหายไปหลายการ นอกจากนี้ในการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายพบว่าติดต่อกับจำเลยหลายครั้งก่อนเกิดเหตุ ขณะที่การตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดก็พบผู้ตายและจำเลยได้เข้าไปในห้องพักด้วยกัน ก่อนที่จำเลยจะออกมาจากห้องเพียงคนเดียว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน จับกุมตัวจำเลยได้ ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ จากการตรวจสอบร่างกายจำเลย มีรอยถลอกที่บริเวณข้อมือด้านขวา ซึ่งจำเลยให้การว่ารอยถลอกเกิดจากการต่อสู้กัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานไปยัง รพ.ภูมิพล ให้ตรวจสอบเนื้อเยื่อสารพันธุกรรมที่ปลายเล็บของผู้ตาย ผลการตรวจพิสูจน์เนื้อเยื่อมีดีเอ็นเอตรงกันกับจำเลย

 

          ศาลเห็นว่า โจทก์มีพยาน ซึ่งเป็นบุตรชายของผู้ตายมาเบิกความตามลำดับเหตุการณ์เชื่อมโยงกันมีน้ำหนักสมเหตุสมผล และพยานไม่มีเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน จึงเชื่อว่าพยานเลิกความไปตามจริง นอกจากนี้ผลตรวจสอบดีเอ็นเอเนื้อเยื่อสารพันธุกรรมที่ปลายเล็บของผู้ตายก็ตรงกับจำเลย จึงเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด

 

          จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188, 289 (6), 339 วรรคท้ายการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสาร (บัตรเอทีเอ็ม) ของผู้อื่น ให้จำคุก 1 ปี , ฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น และฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้น เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่นอันเป็นบทหนักที่สุด ให้ประหารชีวิต

 

          จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นจำคุก 6 เดือน และฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 52 (2) ให้จำคุก 25 ปี รวมโทษทุกกระทงแล้วจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 25 ปี 6 เดือน พร้อมให้จำเลยคืนเงิน 8,000 บาทแก่ผู้ร้อง (ทายาทผู้ตาย) และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้อง 1 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7. 5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 12 ก.พ.62 ที่เป็นวันทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้องด้วย.

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ