royal coronation
วันที่ 19 ตุลาคม 2562
ข่าวด่วน

รวบสาวรัสเซียหนีหมายจับกบดานไทย

วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 - 15:25 น.
อาชญากรรม,หนีหมายจับ,รัสเซีย,กบดานไทย
Shares :
เปิดอ่าน 1,131 ครั้ง

ตม. จับสาวรัสเซียเปิดบริษัทนอมินีด้านอสังหาฯ ในไทย พบหนีหมายจับกว่า 3 ปี อีกคดีหนีหมายจับคดีฉ้อโกง เกือบ 20 ล้าน

คลิปที่ 1

 

               เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)  พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.รัชธพงษ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 และตำรวจ บก.สตม. ร่วมกันแถลงผลจับกุมผู้ต้องหาชาวรัสเซียเปิดบริษัทนอมินี ประกอบธุรกิจต้องห้ามเปลี่ยนหนังสือเดินทางหลบหนีหมายจับกว่า 3 ปี และคดีจับสาวรัสเซียหนีหมายจับศาลรัสเซียและตำรวจสากล

 

 

 

               พล.ต.ต.อาชยน กล่าวว่า คดีแรกจับกุม น.ส.นาตาเลีย นิกิโฟโรวา (Ms. NATALIA NIKIFOROVA) สัญชาติรัสเซีย ซึ่งได้เปิดบริษัทนอมินี ประกอบธุรกิจต้องห้ามเปลี่ยนหนังสือเดินทางหลบหนีหมายจับกว่า 3 ปี ในข้อหา “ประกอบธุรกิจนายหน้า หรือตัวแทน ที่ห้ามคนต่างด้าวประกอบธุรกิจ” โดยจับกุมได้ที่ บ้านเลขที่ 505/4 ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า บ้านเลขที่ 505/4 ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท เนสต้า เอเชีย กรุ๊ป จำกัด มีคนต่างด้าวเป็นหญิง ชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับหลบซ่อนตัวอยู่ ต่อมาจากการสืบสวน ทราบว่าบุคคลดังกล่าว คือ น.ส.นาตาเลีย นิกิโฟโรวา (Ms. NATALIA NIKIFOROVA) สัญชาติรัสเซีย ถือหนังสือเดินทางประเทศรัสเซีย

               ต่อมาวันที่ 2 ก.ค. 2562 น.ส.นาตาเลีย ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.211/2559 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2559 เจ้าหน้าที่จึงได้ยื่นคำร้องต่อ ศาลจังหวัดพัทยา เพื่อขอหมายค้นบริษัท เนสต้า เอเชีย กรุ๊ป จำกัด จากการตรวจค้นพบตัว น.ส.นาตาเลีย ได้นำหนังสือเดินทางประเทศรัสเซียของตนมาแสดง จากการสอบถาม น.ส.นาตาเลีย ยอมรับว่าตนเป็นบุคคลเดียวกันกับบุคคล ซึ่งถูกออกหมายจับดังกล่าว และไม่เคยถูกจับในคดีดังกล่าวมาก่อนแต่อย่างใด

 

 

 

               ทั้งนี้ น.ส.นาตาเลีย มีพฤติกรรมสวมชื่อคนไทยเข้ามาประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยไม่ได้เสียภาษีและนำเงินรายได้ส่งกลับไปยังประเทศของตน ส่งผลกระทบและก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย และมีประวัติการเปลี่ยนชื่อ และพาสปอร์ตมาแล้วหลายครั้ง เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม มานานกว่า 3 ปี กระทั่งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สามารถติดตามตัวได้ด้วย ระบบไบโอเมทริกซ์ หรือ ระบบสแกนม่านตา จึงสามารถติดตามจับกุมตัวได้

               พล.ต.ต.อาชยน กล่าวด้วยว่า สำหรับคดีต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 3 ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำประเทศไทย ให้ติดตามจับกุมตัว น.ส.คเซเนีย โพโดซิอัน (Ms. Ksenia Podosyan) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลเมืองรอสตอฟ-นา-โดนู คดีฉ้อโกง หลังก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหาย ในปี 2013 ที่ประเทศรัสเซีย โดยกู้ยืมเงิน ประมาณ 6,500,000 บาท อ้างว่านำไปใช้หนี้ธนาคาร และหลอกลวงผู้เสียหายว่าจะนำทองคำและแหวนเพชรไปจำหน่าย มูลค่า 12,800,000 บาท แต่เมื่อได้เงินมาได้หลบหนีออกนอกประเทศ มาแฝงตัวเข้ามาเป็นลูกจ้างบริษัทนำเข้าและส่งออก ที่จังหวัดชลบุรี นานประมาณ 4 ปี ก่อนรวบธุรกิจเป็นของตนเอง

               เบื้องต้น ได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและควบคุมตัว น.ส.คเซเนีย ไว้ เพื่อผลักดันส่งกลับไปยังประเทศรัสเซียดำเนินคดีต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ