เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 21 มิถุนายน 2562 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานเทศบาลตำบลหนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เทศบาลตำบลหนองผึ้งจัดกิจกรรม ร่วมรับฟังแนวทางการดำเนินโครงการและพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ในการดำเนินโครงการร่วม “พัฒนาศูนย์การเรียนรู้สถานีแจ้งเตือนภัยพิบัติจากธรรมชาติเครื่องเตือนภัยวาตภัยในชุมชน” โดยมีนายธรรมศักดิ์ พุฒทอง ปลัดเทศบาลตำบลหนองผึ้ง เป็นประธานในพิธี โดยมี รศ.ดร.พานิช อินต๊ะ หัวหน้าหน่วยงานวิจัยสนามไฟฟ้าประยุกต์ในงานวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่ นางปิยะฉัตร ใคร้วานิช เบอร์ทัน ผอ.สวทช.ภาคเหนือ และนายวันชัย ฉันทพัชนี ตัวแทนผู้บริหารเอไอเอส ร่วมเสวนาและลงนามความร่วมมือทางวิชาการ และมีตัวแทนชาวบ้านในเขตเทศบาลตำหนองผึ้งเข้าร่วมรับฟัง 50 คน

              สำหรับโครงการ “พัฒนาศูนย์การเรียนรู้สถานีแจ้งเตือนภัยพิบัตจากธรรมชาติเครื่องเตือนภัยวาตภัยในชุมชน” เป็นความร่วมมือของเทศบาลตำบลหนองผึ้งกับนักวิชาการ สวทช.ภาคเหนือ ในการคิดค้นและวิจัย เพื่อหาแนวทางการเตือนภัยวาตภัยในพื้นที่บนเส้นทางสายเชียงใหม่-ลำพูน ซึ่งมีต้นยางนาเก่าแก่อายุหลายร้อยปี ซึ่งเมื่อเกิดลมพายุมักจะมี กิ่งไม้ต้นยางนาขนาดใหญ่ตกใส่บ้านเรือนประชาชน รวมถึงผู้ที่สัญจรอยู่บนถนนสายเชียงใหม่-ลำพูน สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก

              ทางด้านนักวิชาการจะเข้ามาวิจัย โดยอาศัยหลักวิชาการในการวางแผน การคาดการณ์ล่วงหน้า และตั้งศูนย์เตือนภัยกระจายอยู่ตามชุมชนต่างๆในเขตเทศบาลตำบลหนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ โดยทางเอไอเอสจะเป็นผู้ช่วยเหลือในการวางระบบโครงข่ายและสนับสนุนด้านเทคโนโลยี เพื่อการเตือนภัยของโครงการนี้

 

 

 

 

              นางธนพร จมูรศรี ตัวแทนชาวบ้านป่าแคโยง ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ได้กล่าวว่า ในช่วงที่เป็นฤดูลมฤดูฝน จะมีความวิตกกังวลพอสมควร แต่ก็ตัวเราเองก็ต้องมีความระมัดระวัง ถ้าเราเลี่ยงในเส้นทางนี้ได้ก็จะเลี่ยง ก่อนออกจากบ้านก็จะมองอากาศฟ้าฝนก่อน ถ้ามีลมพายุก็จะหลีกเลี่ยงในเส้นต้นยาง ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็จะมองไปบนต้นไม้ว่ามีกิ่งแห้งที่ใกล้จะตกหรือไม่ แล้วจะแจ้งเทศบาลให้มาดำเนินการ

              นางธนพร กล่าวต่อว่า ถ้าโครงการนี้สามารถใช้ได้จริง จะมีประโยชน์ต่อชาวบ้านและชุมชนมาก เพราะจะสามารถรับรู้ถึงวาตภัยได้ล่วงหน้า นับว่าเป็นสิ่งที่ดีของชาวหนองผึ้งและชาวอำเภอสารภีที่ใช้เส้นทางนี้สัญจรไปมา

              ด้าน รศ.ดร.พานิช อินต๊ะ หัวหน้าหน่วยงานวิจัยสนามไฟฟ้าประยุกต์ในงานวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่ กล่าวว่า ความอันตรายของต้นยางที่สำรวจมาหลายๆปี พอเกิดพายุฤดูร้อนมักจะเกิดการหักโค่นของต้นยางที่มีอายุหลายร้อยปี หลายปีที่ผ่านมาเราจะได้ยินข่าวบ่อยว่าเกิดอุบัติเหตุต้นยางหักทับคน บ้านเรือนและรถยนต์ ถ้าเราสามารถเตือนภัยได้ก่อน เราก็ช่วยลดในเรื่องของการสูญเสียได้

 

 

 

 

              รศ.ดร.พานิช อินต๊ะ กล่าวต่อว่า ในตัวโครงการนี้ชาวบ้านจะได้ประโยชน์แน่นอน เพราะชาวบ้านจะได้รับรุ้ข้อมูลและข่าวสารด้านอุตุนิยวิทยาในพื้นที่ของตนเอง เช่น ความเร็วลม เพราะข้อมูลเหล่านี้จะเตือนผ่านระบบ ซึ่งเรียกว่า I.O.T เข้าไปที่ศูนย์กลางของเทศบาล เทศบาลและปอท. ก็จะสามารถแจ้งเตือนประชาชนได้ เพื่อที่จะรับรู้และป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น

              “โดยการเตือนภัยล่วงหน้าจะใช้เวลาประมาณ 10-30 นาที แต่ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูลที่เก็บไว้และตัวโปรแกรมว่าจะมีความแม่นยำแค่ไหน ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการวิจัย ถ้าเรามีข้อมูลเยอะและมีการคำนวณที่แม่นยำ ก็จะสามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ และตอนนี้แผนเราจะทำให้ครอบคลุมทั้งตำบลหนองผึ้ง และในอนาคตก็จะทำครอบคลุมทั้งอ.สารภี” รศ.ดร.พานิช กล่าวปิด