royal coronation
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562
ข่าวด่วน

"ทักษิณ" เจอคุกอีก 2 ปี ม.157 ออกสลากหวยบนดินไม่ชอบ

วันที่ 6 มิถุนายน 2562 - 13:30 น.
หวยบนดิน,ทักษิณ,ศาลฎีกานักการเมือง,เสียงข้างมาก,ออกสลากหวยบนดิน,กองสลาก,เบิกเงินเกิน,คุกเอ็มซิมแบงก์
Shares :
เปิดอ่าน 3,622 ครั้ง

ศาลฎีกานักการเมือง พิพากษาคุก 2 ปี "ทักษิณ" ทำหวยบนดินฝ่าฝืนกฎหมาย ทำคนมัวเมา กองสลากเบิกเงินเกินบัญชีสำรอง 2 หมื่นล้าน ให้ออกหมายจับบังคับคดีอีกรอบ

คลิปที่ 1

 

ศาลฎีกานักการเมือง เสียงข้างมาก พิพากษาคุก 2 ปี "ทักษิณ" ทำหวยบนดินฝ่าฝืน ก.ม. เสี่ยงคล้ายหวยใต้ดิน ทำคนมัวเมา กองสลากเบิกเงินเกินบัญชีสำรอง 2 หมื่นล้าน ให้ออกหมายจับบังคับคดีอีกรอบ หลังเจอคุกเอ็มซิมแบงก์ 3 ปี

คลิปที่ 2

 

          6 มิ.ย.62 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง เมื่อเวลา 12.00 น. นายสบโชค สุขารมณ์ อดีตประธานศาลฎีกา และองค์คณะผู้พิพากษารวม 9 คน อ่านคำพิพากษาคดีออกโครงการสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว หรือหวยบนดินในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร คดีหมายเลขดํา อม.1/2551 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อายุ 70 ปี อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 152, 153, 154 ,157 ประกอบมาตรา 83, 84, 86, 90, 91 , ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 4, 8, 9, 10 ,11 กรณีถูกกล่าวหา ร่วมกลุ่มรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ 2 ปี 2549 และอดีตผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวม 47 คนดำเนินโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) ตั้งแต่งวดวันที่ 1 ส.ค.46 –  16 ก.ย.49 โดยมิชอบ 

 

          โดยเมื่อปี 2561 ป.ป.ช.โจทก์ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลนำคดีนี้ซึ่งยื่นฟ้องตั้งแต่ปี 2551 แต่ศาลสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวเนื่องจากจำเลยหลบหนีโดยออกหมายจับแล้วยังไม่ได้ตัวมา จึงให้นำขึ้นมาพิจารณาใหม่ หลังจากปี 2560 มีการแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 

 

          ซึ่งเมื่อเริ่มพิจารณาคดีใหม่ นายทักษิณ อดีตนายกฯ ไม่มาศาลและไม่ตั้งทนายความเข้ามาไต่สวนพยานสู้คดี โดยศาลได้ไต่สวนพยานฝ่าย ป.ป.ช.โจทก์แล้ว 

 

          ผู้แทน ป.ป.ช. ที่มาร่วมฟังคดี

 

          ศาลพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า วัตถุประสงค์การออกสลากกินแบ่ง เพื่อหาเงินรายได้เข้ารัฐ โดยก่อนการจำหน่ายสลากหวยบนดินมีการศึกษาข้อกฎหมายและผลกระทบทางสังคมแล้ว ได้ทักท้วงจำเลยที่ 1 ให้ทราบว่าการออกสลากหวยบนดินอาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยับยั้งความเสี่ยง ยังปรากฎข้อเท็จจริงว่าได้สั่งการให้ รมช.คลัง จำเลยที่ 10 และ ผอ.กองสลาก (ขณะนั้น) จำเลยที่ 42  เร่งดำเนินการออกสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว โดยไม่ต้องรอเครื่องพิมพ์สลาก แสดงว่าจำเลยที่ 1 ต้องการออกสลากหวยบนดินโดยไม่คำนึงถึงวัตถุประสงค์ของกองสลาก และไม่แก้ไขข้อกฎหมายก่อน เข้าลักษณะเป็นเจ้ามือรับกินใช้ ซึ่งมีเงื่อนไขเดียวกับหวยใต้ดิน เป็นการพนันขันต่อให้มัวเมาประชาชน ทั้งการนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีก็เข้าสู่วาระจรเป็นเหตุให้ครม.อนุมัติโดยเข้าใจว่าเป็นการกระทำโดยชอบตามกฎหมาย 

 

          แม้การออกสลากหวยบนดินจะมีรายได้ 123,339,890,730 บาท แต่มีผลขาดทุน 7 งวด จำนวน 1,668,192,060 บาท นอกจากนี้ยังปรากฎข้อเท็จจริงว่ากองสลากยังได้เบิกงานเกินบัญชีจากธนาคารออมสินประมาณ 20,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินสำรอง แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 ย่อมรู้อยู่แล้วว่ามีความเสี่ยง แต่ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงเหมือนขั้นตอนการออกสลากอย่างที่เคยเป็นมา

 

          นอกจากการกระทำดังกล่าวจะเป็นการจัดให้มีการพนันโดยที่กองสลากเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ ที่ไม่มีกฎหมายให้อำนาจแล้ว การใช้จ่ายเงินรายได้ก็ไม่มีการกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนและไม่ปรากฏว่าได้รับการตรวจสอบรับรองจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินในทุกกรณี อีกทั้งไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบราชการในทุกขั้นตอน โดยเมื่อหักค่าใช้จ่าย ,  ค่าตอบแทน , เงินสมทบ , ค่าบริหาร และเงินคืนสู่สังคมแล้ว ก็ยังคงมีเงินรวมประมาณนับแสนล้านบาทที่ไม่ได้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ซึ่งเงินที่ไม่นำส่งนั้นก็ไม่ปรากฏค่าใช้จ่ายแต่ละรายการเช่นเดียวกับการเสนอขอใช้งบประมาณแผ่นดินในโครงการอื่น โดยการออกสลากที่ไม่ได้ผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายก่อน แสดงว่าจำเลยที่ 1 ไม่ต้องการให้เงินจากการขายสลากถูกจัดสรรเข้าเป็นรายได้แผ่นดินอันจะส่งผลให้การใช้จ่ายเงินนั้นต้องเป็นไปตามช่องทางปกติตามวิธีการงบประมาณ

 

          องค์คณะฯ ทั้ง 9 คน จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดโดยร่วมกระทำการ กับ รมช.คลัง จำเลยที่ 10 ,  ประธานบอร์ดกองสลาก จำเลยที่ 31 และ ผอ.กองสลาก ที่ 42 (ซึ่งจำเลยทั้งสามศาลได้มีคำพิพากษาจำคุกไปแล้ว) ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบ 83

 

          ส่วนความผิดอื่นที่ ป.ป.ช. โจทก์ ยื่นฟ้องฐานผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการฯ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต ตามมาตรา 147 ,  ฐานผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามามีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นฯ มาตรา 152 , ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จ่ายทรัพย์ได้จ่ายทรัพย์นั้นเกินกว่าที่ควรจ่ายเพื่อประโยชน์ตนเองหรือผู้อื่น ตามมาตรา 153 นั้นการกระทำของจำเลยที่ 1 ยังไม่ปรากฎว่าความผิดในข้อหาดังกล่าว จึงยกฟ้องในส่วนนี้

 

          โดย องค์คณะฯ มีมติเสียงข้างมาก พิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี และให้ออกหมายจับจำเลยมาปฏิบัติตามคำพิพากษา

 

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยคดีนับเป็นคดีสำนวนที่ 2 ที่ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาตัดสินคดีของนายทักษิณ อดีตนายกฯ ในปี 2562 และมีโทษให้จำคุก ซึ่งเป็นการพิจารณาคดีโดยไม่มีตัวจำเลย ตามกฎหมายใหม่ โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาให้จำคุกนายทักษิณ เป็นเวลา 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 152 กรณีอนุมัติให้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมแก่สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า ประมาณ 1,000 ล้านบาทผ่าน Exim Bank ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าทุน นอกเหนือจากกรอบเจรจาปฏิญญาพุกาม เพื่อประโยชน์แก่ บมจ.ชิน แซทเทิลไลท์ ที่ตนเองและครอบครัวถือหุ้น ซึ่งให้ออกหมายจับจำเลยมาบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ต่อไป

 

          ขณะที่คดีหวยบนดินนั้น ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องจำเลยรวมทั้งสิ้น 47 ราย โดยก่อนหน้านี้ ศาลฎีกาฯ เคยมีคำพิพากษาในส่วนของกลุ่มคณะรัฐมนตรีไปเมื่อวันที่ 30 ก.ย.52 

 

          โดยตัดสินว่าให้จำคุก นายวราเทพ รัตนากร รมช.คลัง จำเลยที่ 10 เป็นเวลา 2 ปีปรับ 20,000 บาท นายสมใจนึก เองตระกูล ปลัด ก.คลังและประธานบอร์ดกองสลากฯ จำเลยที่ 31 จำคุก 2 ปี ปรับ 10,000 บาท ตามป.อาญา ม.157 และ 83 และนายชัยวัฒน์ พสกภักดี ผอ.กองสลาก จำเลยที่ 42 กระทำผิ ป.อาญา 157 และ 86 , พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐฯ ม.11 เป็นความผิดกรรมเดียวต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดฯ อันเป็นบทหนักสุดตาม ป.อาญา ม.90 ลงโทษจำคุก  2 ปี ปรับ  10,000 บาท 

 

          แต่จำเลยทั้งสามไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน ประกอบกับพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นสมควรให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามไว้คนละ 2 ปี ส่วนจำเลยอื่นใน ครม.นั้น ศาลฎีกาฯ พิพากษายกฟ้องซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว

 

          ภายหลัง นายพัฒนพงศ์  จันทร์เพ็ชรพูล ผอ.สำนักคดี ป.ป.ช. ซึ่งเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาคดีโครงการหวยบนดิน เปิดเผยว่า ศาลฎีกาฯพิพากษาให้จำคุก 2 ปี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งคดีนี้ป.ป.ช. ยื่นฟ้องเอง โดยขอให้ศาลลงโทษหลายมาตรา 

 

          แต่ในการตัดสินมีบางมาตราที่ศาลเห็นว่าไม่เป็นความผิด ดังนั้นก็จะนำผลคำพิพากษานี้ไปแจ้งต่อที่ประชุมคณะ ป.ป.ช.รับทราบและเพื่อพิจารณาพอใจกับผลคำพิพากษานี้ หรือจะอุทธรณ์คำพิพากษาต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ให้ลงโทษในฐานความผิดอื่นที่ยกฟ้องด้วยหรือไม่ 

 

         ส่วนเรื่องความเสียหายทางแพ่งนั้น คำพิพากษาศาลฎีกาฯ ไม่ได้พูดถึงในส่วนนี้ แต่ตามกฎหมายให้อำนาจหน่วยงานต้นสังกัด คือกระทรวงการคลังพิจารณาดำเนินการเรียกค่าเสียหายได้

 

          อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีทั้งหมดที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. และที่มีมติให้ยื่นต่อศาลฎีกาฯ เพื่อหยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่นั้น ประกอบด้วย คดีหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว , คดีปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ (Exim Bank) ซึ่งศาลพิพากษาไปแล้ว.

 

 

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ