เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามกองกำกับการ 4 นำกำลังเข้าจับกุม นายชาติชาย หรือเป้ ศรีษะแก้ว อายุ 39 ปี ชาว จ.ขอนแก่น หนึ่งในสมาชิกแก๊งหลังศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่” หลังหลบหนีคดีกว่า 12 ปี เจ้าตัวโอดใช้ชีวิตลำบาก อดใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 

 

 

          เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ต.จักรี กันธิยะ สว.กก.4 บก.ป. จับกุม นายชาติชาย หรือเป้ ศรีษะแก้ว อายุ 39 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ.486/2550 ลงวันที่ 27 กันยายน 2550 ข้อหา “ร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่” โดยสามารถจับกุมได้บ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น
 

          การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2550 ผู้ต้องหารายนี้เป็นสมาชิกแก๊งหลังศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น กับ แก๊งรางรถไฟ ได้นั่งดื่มกินอยู่ภายในร้านร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งหน้าค่ายศรีพัชรินร จ.ขอนแก่น เกิดมีเรื่องเขม่นกันระหว่างแก๊งทั้งสอง จนกระทั่งมีเรื่องมีราวยกพวกตะลุมบอน ทางเจ้าของร้านได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาระงับเหตุ โดยมี นายโกสินทร์ อภินิจ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ศิลา ที่ขณะนั้นทำหน้าที่ตำรวจอาสา ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปฏิบัติหน้าที่ แต่กลับถูกนายชาติชาย หรือเป้ ใช้ไม้หน้าสามฟาดเข้าที่ศีรษะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนนายชาติชาย หรือเป้ ได้หลบหนีหายไปหลังก่อเหตุแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองขอนแก่น ได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ แต่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้

 

 

          ต่อมา 12 ปี ให้หลังจากเหตุการณ์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามกก.4 ได้สืบค้นหาตัวผู้ต้องหารายนี้ จนพบเบาะแสล่าสุดว่าหลบหนีไปอยู่บ้านภรรยา ในพื้นที่ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงได้นำกำลังเข้าปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าว เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านจึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้ดังกล่าว 

 

           สอบสวน นายชาติชาย หรือเป้ ให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุตนเป็นผู้ลงมือทำร้าย นายโกสินทร์ จริง ก่อนหลบหนีโดยไม่ทราบว่า นายโกสินทร์ ได้เสียชีวิต โดยหลังจากการเกิดเหตุตนเองใช้ชีวิตลำบากเพราะไม่สามารถเข้าทำบัตรประชาชนได้ นอกจากนี้ยังเสียดายที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็ดีหากเรื่องราวดังกล่าวจบลงแล้วตนจะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในครั้งต่อไปอย่างแน่นอน 

 

          เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้สอบปากคำผู้ต้องหารายนี้ ก่อนจะส่งตัวให้พนักงานสอบสวนสภ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.