ธนาคารอาหารชุมชน "เกษตรวิชญา"  แหล่งอาหารและเครื่องใช้ ที่เบิกถอนได้ตลอดปี  การพัฒนาตามพระราชดำริ เพื่อสุขแห่งพสกนิกร

27 ก.ค. 2564
48
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

ธนาคารอาหารชุมชน "เกษตรวิชญา"  แหล่งอาหารและเครื่องใช้ ที่เบิกถอนได้ตลอดปี  การพัฒนาตามพระราชดำริ เพื่อสุขแห่งพสกนิกร

 

"เกษตรวิชญา"ที่หมายถึงปราชญ์แห่งการเกษตรคือชื่อของศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร ตั้งอยู่ที่บ้านกองแหะ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

ที่วันนี้ได้ก่อเกิดประโยชน์อย่างมหาศาลแก่ประชาชนในพื้นที่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเมื่อครั้งในอดีต 

 

 

 

ธนาคารอาหารชุมชน "เกษตรวิชญา"  แหล่งอาหารและเครื่องใช้ ที่เบิกถอนได้ตลอดปี  การพัฒนาตามพระราชดำริ เพื่อสุขแห่งพสกนิกร

 

ปฐมบทแห่งการพัฒนาตามพระราชดำริเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2544 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวในขณะนั้นทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มายังพื้นที่บ้านกองแหะ

 

และทรงมีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจและวางแผนการใช้ที่ดิน รวมทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อให้ได้แนวทางหรือวิธีการที่เหมาะสมต่อการเกษตรเลือกพืชปลูกให้เหมาะสม กำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

 

ธนาคารอาหารชุมชน "เกษตรวิชญา"  แหล่งอาหารและเครื่องใช้ ที่เบิกถอนได้ตลอดปี  การพัฒนาตามพระราชดำริ เพื่อสุขแห่งพสกนิกร

 

จากความร่วมมือในการพัฒนาเพื่อสนองพระราชดำริโดยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหนึ่งในหน่วยงานหลัก ได้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่ในลักษณะของคลินิกเกษตรเพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในรูปแบบศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน เป็นศูนย์ฝึกอบรม และวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่

 

รวมทั้งการฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตอาหารธรรมชาติ และมีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนโดยในการนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.)พัฒนาพื้นที่จำนวน 123 ไร่ ในปี พ.ศ. 2546  ภายใต้โครงการธนาคารอาหารชุมชน ตามวัตถุประสงค์ของโครงการเกษตรวิชญา 

 

ธนาคารอาหารชุมชน "เกษตรวิชญา"  แหล่งอาหารและเครื่องใช้ ที่เบิกถอนได้ตลอดปี  การพัฒนาตามพระราชดำริ เพื่อสุขแห่งพสกนิกร

 

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า นับมาถึงวันนี้เป็นเวลารวม 18 ปี ที่ ส.ป.ก. ได้ดำเนินการพัฒนาโดยเน้นหลักของการมีส่วนร่วม

 

และในปี พ.ศ. 2561 ส.ป.ก. ได้ขับเคลื่อนงานในรูปแบบ4 ประสาน คือ ส.ป.ก. โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โรงเรียนบ้านกองแหะและชุมชนบ้านกองแหะ ดำเนินงานสนองพระราชดำริด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการดำเนินโครงการธนาคารอาหารชุมชน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักคิด

 

ธนาคารอาหารชุมชน "เกษตรวิชญา"  แหล่งอาหารและเครื่องใช้ ที่เบิกถอนได้ตลอดปี  การพัฒนาตามพระราชดำริ เพื่อสุขแห่งพสกนิกร

 

และแนวทางในการดำเนินการ เช่น การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้ผล พืชอาหาร และพืชสมุนไพร จนประสบความสำเร็จ สามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการเกษตรวิชญา

 

“นอกจากฟื้นฟูพืชพันธุ์ที่มีอยู่เดิม ส.ป.ก.ยังสนับสนุนองค์ความรู้และปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เพื่อให้ราษฎรบ้านกองแหะได้มีการเพาะพันธุ์ไม้เศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น ไผ่ สตรอเบอรี่ และอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อเป็นการสร้างความหลากหลายในการผลิตทั้งเพื่อการบริโภคในครัวเรือนและการสร้างรายได้ ที่เน้นตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องของตลาดนำการผลิต” เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าว

 

จากความทุ่มเทดำเนินการวันนี้ ธนาคารอาหารชุมชน ได้ช่วยให้ราษฎรของบ้านกองแหะ มีแหล่งอาหารจากป่า มีวัตถุดิบจากธรรมชาติเพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือใช้สอยประเภทต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพตลอดปี ทั้ง 12 เดือน 

 

“จากการดำเนินงานของ ส.ป.ก. ภายใต้โครงการธนาคารอาหารชุมชน ได้ช่วยให้เกษตรกรมีแหล่งอาหารทางธรรมชาติของชุมชน (Food Bank) และเกษตรกรได้เรียนรู้วิธีการใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรในการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย อีกทั้งเกษตรกรได้นำพันธุ์ไม้ พันธุ์พืชสมุนไพรในธนาคารอาหารชุมชน ไปขยายพันธุ์เพาะปลูกใช้ในครัวเรือนของตนเอง” ดร.วิณะโรจน์ กล่าว

 

ธนาคารอาหารชุมชน "เกษตรวิชญา"  แหล่งอาหารและเครื่องใช้ ที่เบิกถอนได้ตลอดปี  การพัฒนาตามพระราชดำริ เพื่อสุขแห่งพสกนิกร

 

สำหรับประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากธนาคารอาหารชุมชนนั้น ดร.วิณะโรจน์ กล่าวโดยสรุปว่า ราษฎรบ้านกองแหะ สามารถใช้ประโยชน์จากพืชพันธุ์ไม้ที่เติบโตในพื้นที่โครงการ ประกอบด้วยไม้ไผ่ชนิดต่าง ๆ โดยในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ จะสามารถตัดไผ่ข้าวหลามมาใช้ประโยชน์เพื่อทำข้าวหลามไว้เพื่อการบริโภค

 

ขณะที่เดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ จะมีไผ่บงให้เก็บมาใช้ประโยชน์ในการจักตอกเพื่อการเกษตร ขณะที่ไผ่หวาน ไผ่ไร่ ไผ่ซาง และไผ่หก จะมีให้ใช้ประโยชน์กับภาคการเกษตรของราษฎรแต่ละคนได้ตลอดทั้งปี  

 

นอกจากนี้ยังมีแหล่งพลังงานเพื่อใช้ในครัวเรือนอันประกอบด้วยฟืนและกิ่งไม้แห้ง จะมีให้สามารถรวบรวมได้มากในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี ราษฎรบ้านกองแหะจะนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการหุงต้มในครัวเรือน

 

ด้านอาหารจากธนาคารอาหารชุมชน จะประกอบด้วยพืชพันธุ์ธรรมชาติที่หลากหลาย และที่สำคัญปลอดภัยจากสารเคมี ด้วยเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติตลอดทั้งปีทั้งพืชผัก และพืชสมุนไพรท้องถิ่น อาทิ ชะอม มะเขือพวง ผักเผ็ด ผักกูด หัวปลี รวมถึงสาหร่ายน้ำจืด หรือที่ภาษาถิ่นเรียกว่า เทาน้ำ เป็นต้น
แต่ที่เป็นของขึ้นชื่อ คือ หน่อไม้และเห็ดป่าชนิดต่าง ๆ ที่เป็นทั้งอาหารและรายได้ จะมีให้ราษฎรบ้านกองแหะได้เก็บมากในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนของทุกปี และที่ขาดไม่ได้ถือเป็นอาหารยอดนิยม ปีหนึ่งมีช่วงเดียว คือ ช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน นั่นคือ หนอนไม้ไผ่หรือรถด่วน อาหารสุดอร่อยของหลาย ๆคน

 

นอกจากพืชผัก สมุนไพรแล้ว ผลไม้จากป่า นับเป็นอีกประโยชน์ที่เกิดขึ้น เพราะในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม จะสามารถเก็บผลไม้แสนอร่อยอย่าง มะเม่า มะไฟ มะแฟน คอแลน บริโภคได้ตามต้องการ ขณะที่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม จะมีผลมะขามป้อมให้เก็บทานได้อีกชนิด

 

ความอุดมสมบูรณ์แห่งป่า ได้นำมาซึ่งความสมบูรณ์แห่งอาหาร คือความสำเร็จจากการพัฒนาตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดย ส.ป.ก. ภายใต้ ธนาคารอาหารชุมชน“เกษตรวิชญา” ที่นำมาซึ่งความสุขให้กับพสกนิกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน