"กรมชลประทาน"เตรียมเปิดเวทีรับฟังความเห็นประชาชนโครงการอ่างฯ"คลองวังโตนด"หลังผ่าน EHIAย้ำให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อม มั่นใจเมื่อแล้วเสร็จจะสามารถสร้างความมั่นคงด้านน้ำได้อย่างยั่งยืนมีประสิทธิภาพประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 100,000 ครัวเรือน 

 

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ว่าได้ผ่านการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(EHIA)จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเรียบร้อยแล้ว

 

"กรมชลฯ"เปิดเวทีรับฟังประชาชน ขับเคลื่อน"คลองวังโตนด"ผ่านEHIA

 

ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมดำเนินการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้ใช้น้ำรวมถึงผู้มีส่วนได้-เสียของโครงการฯ

 

ทั้งนี้ในการจัดทำEHIA นั้นกรมชลประทานได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกๆเรื่องตลอดจนร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องซึ่งได้รับสียงสะท้อนจากผู้ได้รับผลกระทบเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขหาแนวทางที่เหมาะสม พร้อมทั้งให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ต้นน้ำและสัตว์ป่า

 

 

 

"กรมชลฯ"เปิดเวทีรับฟังประชาชน ขับเคลื่อน"คลองวังโตนด"ผ่านEHIA

 

ทั้งนี้การดำเนินโครงการอ่างฯคลองวังโตนด กรมชลประทานได้ให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมในอันดับต้นๆ โดยกรมชลประทานได้เตรียมแผนปลูกป่าทดแทน 2 เท่าของพื้นที่ป่าที่ได้รับผลกระทบหรือจำนวน 29,200 ไร่ เมื่อแล้วเสร็จก็จะดำเนินการคืนพื้นที่อนุรักษ์

 

พร้อมจัดตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยาน ดำเนินงานตามโครงการแก่งหางแมวโมเดลของมูลนิธิรอยต่อ 5 จังหวัดเพื่อแก้ปัญหาช้างป่าตลอดจนสร้างแนวรั้วกันช้างตามแนวรอยต่ออุทยาน 73,729 ไร่ ระยะทางรอบอุทยาน 60 กิโลเมตร รวมทั้งยังจะสร้างแหล่งน้ำและแหล่งอาหารสำรองสำหรับสัตว์ป่าเพื่อลดผลกระทบจากโครงการฯอีกด้วย

 

อธิบดีกรมชลประทานกล่าวต่อว่า ลุ่มน้ำคลองวังโตนด เป็นหนึ่งในลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก มีปริมาณน้ำท่าปีละ 1,200ล้านลบ.ม.แต่ก็ประสบปัญหาน้ำแล้ง น้ำเค็มรุกล้ำและน้ำท่วม เป็นประจำสร้างความเสียหายปีละหลายร้อยล้านบาท

 

"กรมชลฯ"เปิดเวทีรับฟังประชาชน ขับเคลื่อน"คลองวังโตนด"ผ่านEHIA

 

อย่างไรก็ตามจากการศึกษาพบว่าหากจะแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนตลอดจนสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำให้กับพื้นที่ได้จะต้องมีการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางในพื้นที่ต้นน้ำ 4 แห่ง ดังนี้

 

อ่างฯคลองประแกด ความจุ 60 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว อ่างฯคลองพะวาใหญ่ความจุ 68 ล้าน ลบ.ม.   อ่างฯคลองหางแมว ความจุ 80 ล้าน ลบ.ม.จะแล้วเสร็จภายในปี 2565และอ่างฯคลองวังโตนดความจุ 99.5 ล้าน ลบ.ม. ดังกล่าว

 

อ่างฯคลองวังโตนด จะเป็นแหล่งสำรองน้ำดิบสำคัญให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปีและสำรองน้ำให้การประปาสาขาจันทบุรีได้อีก 18.89 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี มีประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า 120,000 ครัวเรือนหรือประมาณ226,000 คนรวมทั้งยังสามารถส่งน้ำเพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานในลุ่มน้ำคลองวังโตนดได้ถึง  87,700 ไร่นอกจากนี้ยังสามารถผันน้ำส่วนเกินไปยังอ่างฯประแสร์ จ.ระยอง ในช่วงฤดูฝนได้สูงสุด70 ล้าน ลบ.ม.เพื่อสนับสนุนและเสริมความมั่นคงให้กิจกรรมการใช้น้ำในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC)   อีกทั้งยังช่วยชะลอน้ำหลาก และบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองวังโตนดได้กว่า 5,000 ไร่ ตลอดจนยังช่วยรักษาระบบนิเวศและคุณภาพน้ำตลอดลำน้ำให้อุดมสมบูรณ์อีกด้วย”อธิบดีกรมชลประทานกล่าวในตอนท้าย