ปัจจุบันตลาดยางพาราโลกมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ซื้อมีการนำมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้เป็นมาตรฐานในการรับซื้อสินค้ามากขึ้น โดยประเทศผู้ซื้อจะอ้างอิงมาตรฐานการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืน ทั้ง Forest Stewardship Council (FSC)และ Program for the Endorsement of Forest Certification (PEFC) เป็นเกณฑ์ การปลูกยางพาราจำเป็นต้องทำให้สอดคล้องและได้มาตรฐานตามเกณฑ์ ทั้ง FSC ,PEF และ มอก.14061 ซึ่งเกี่ยวกับการปลูก ผลผลิตรวมถึงผลิตภัณฑ์จากยางพาราและไม้ยางพารา 

 

"กยท." ตั้งเป้าสวนยางยั่งยืนตามมาตรฐานมอก.14061 ภายใน 6 ปี


นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  แม้ตอนนี้จะยังไม่มีผลกระทบจากตลาดอียูและประเทศอื่น ๆ ที่กำหนดมาตรฐาน FSC แต่ทาง กยท. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจยังเร่งผลักดัน ส่งเสริม ให้เกษตรกรปรับปรุง สวนยางพาราให้ได้ตามมาตรฐานของประเทศไทย โดยอ้างอิงจากมาตรฐานของ  มอก. 14061 เป็นเกณฑ์ โดยตั้งเป้าว่า สวนยางในประเทศไทยทุกสวนจะต้องได้ตามมาตรฐาน ทุกแปลง ที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท.ทั้ง 18 ล้านไร่ 


" ทุกวันที่มีการปลูกใหม่ และ การโค่น  ปีละ 3 ล้านไร่ 4 ล้านไร่   กยท.จะมอบคู่มือไปการจัดการสวนยางมาตรฐานให้กับเกษตรกร  เพื่อจัดการแปลงให้ตรงตามมาตรฐาน   โดย 1 ปี  จะต้องมีสวนยางที่ได้ มาตรฐาน เพิ่มปีละ 3​ล้านไร่ สวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับกยท. มี 18 ล้านไร่ เพราะฉะนั้นภายใน 6 ปี​ ต้องได้มาตรฐานครบทุกแปลง รวมถึงสวนยางที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอีก 6 ไร่  ก็ต้องได้มาตรฐาน เพราะตลาดเป็นตัวบังคับให้ต้องเปลี่ยนแปลง สำหรับเกษตรกรที่รับเงินสงเคราะห์ จาก กยท. ปีละ 3 แสนไร่ ก็ต้องทำตามข้อกำหนดของ กยท. ซึ่งเราเอามาตรฐานของ มอก. มาใช้  " นายณกรณ์ กล่าว

 

"กยท." ตั้งเป้าสวนยางยั่งยืนตามมาตรฐานมอก.14061 ภายใน 6 ปี


สำหรับมาตรฐานการจัดการสวนป่าไม้เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน มอก. 14061  นั้น ครอบคลุมการดูแลและจัดการเพื่อรักษาและส่งเสริมสภาพความสมบูรณ์ของสวนป่าไม้เศรษฐกิจในระยะยาว การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ โดยมาตรฐานนี้กำหนดให้มีการป้องกันสวนป่าจากการทำผิดกฎหมายต่าง ๆ เช่น การลักลอบตัดต้นไม้ การเผาป่า การใช้ที่ดินอย่างผิดกฎหมาย ควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและอำนวยประโยชน์แก่ชุมชนในพื้นที่ 

" แปลงสวนยางของเกษตรกรที่ผ่านมาตรฐาน มอก.14061 ก็ถือว่าผ่านมาตรฐานในระดับสากลอยู่แล้ว เนื่องจากมาตรฐาน มอก.ก็มีการปรับเกณฑ์รายละเอียดให้ตรงตามมาตรฐานสากล ส่วนมาตรฐาน FSC นั้นจะต้องดำเนินกิจกรรมให้สอดคล้อง เกื้อหนุนสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ เช่น จะต้องไม่ละเมิดกฎหมาย /การถือครองที่ดิน ต้องถูกกฎหมาย ไม่อยู่ในเขตป่าสงวน หรือที่ดินสาธารณะอื่นๆ และต้องรักษาสมดุลระบบนิเวศ ไม่กดขี่แรงงานเช่นเดียวกับมาตรฐานมอก.14061" นายณกรณ์กล่าว

 

"กยท." ตั้งเป้าสวนยางยั่งยืนตามมาตรฐานมอก.14061 ภายใน 6 ปี


อย่างไรก็ตาม การรับรองมาตรฐานการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนตามแบบ FSC ,PEF และมอก.14061   จะช่วยเพิ่มมูลค่าน้ำยางและไม้ยาง​ การขยายตลาดการจำหน่ายไปยังต่างประเทศ เช่น อียู และสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเอง