กรมชลประทานเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปีนี้แล้วเสร็จอีก 14 โครงการ  พร้อมสั่งเร่งก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  สนองพระราชปณิธานบรรเทาภัยแล้ง-น้ำท่วม  ให้แล้วเสร็จตามแผนภายในปี  2567 เผยประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 87,000 คน
 นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า  กรมชลประทานได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาอย่างต่อเนื่องภายในปี  2563  มีโครงการอันเนื่องมาจากพระรชาชดำริแล้วเสร็จอีก 14  โครงการ เช่น อ่างเก็บน้ำแม่อาง จ.ลำปาง อาคารบังคับน้ำวังคางฮูงในลำห้วยทวน จ.อุดรธานี ฝายทดน้ำวังครกพร้อมระบบส่งน้ำ จ.ราชบุรี โครงการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำทำการเกษตรของหมู่บ้านทะเลปัง จ.นครศรีธรรมราช และโครงการจัดหาน้ำช่วยเหลือศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภักดี จ.ยะลา เป็นต้น  ทั้งนี้ทุกโครงการมุ่งหวังช่วยสร้างรายได้ให้ราษฎร มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีความสุขอย่างยั่งยืน สมดั่งพระราชปณิธาน
 

                เร่งขับเคลื่อนพระราชดำริเสร็จอีก14โครงการ เดินหน้าอ่างฯลำสะพุงช่วยราษฎร87,000คน

 นอกจากนี้ ยังได้เร่งดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทุกโครงการให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้  โดยเฉพาะโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ โดยขณะนี้ผลงานการก่อสร้างมีความก้าวหน้าอยู่ที่ร้อยละ 22.57  คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมอาคารประกอบทั้งระบบภายในปี 2567  ตามแผนที่กำหนดไว้อย่างแน่นอนซึ่งจะทำมีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและผลิตประปาในพื้นที่ตลอดทั้งปีรวมทั้งยังจะสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับภาคเกษตรกรรม ทำให้มีน้ำสำรองไว้ใช้เพาะปลูกในฤดูฝนกว่า 40,000 ไร่ และในฤดูแล้งอีกกว่า 8,000 ไ ร่  เกิดการจ้างงานซึ่งจะช่วยลดอัตราการย้ายถิ่นฐานได้ อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ สร้างอาชีพประมง รวมไปถึงทำให้มีปริมาณน้ำต้นทุน สำหรับรักษาระบบนิเวศน์ในลำน้ำชีและลำน้ำสาขาอีกประมาณปีละ 73 ล้านลบ.ม. ช่วยสร้างทัศนวิสัยที่ดีให้สองฝั่งลำน้ำ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของราษฎรในท้องถิ่นและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งจะมีประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการฯ 5,145 ครัวเรือน หรือประมาณ 20,580 คน 

             เร่งขับเคลื่อนพระราชดำริเสร็จอีก14โครงการ เดินหน้าอ่างฯลำสะพุงช่วยราษฎร87,000คน
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร   รัชกาลที่ 9  ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการสร้างอ่างเก็บน้ำหรือฝายทดน้ำทางบริเวณต้นลำน้ำชีและลำน้ำสาขาเมื่อปี 2526 เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง และปัญหาน้ำท่วม บริเวณลาดเชิงภูเขียว อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีชุมชนราษฎรขนาดใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตรแบบอาศัยน้ำฝน และอาศัยน้ำจากลำห้วย บ่อน้ำต่าง ๆ เป็นแหล่งน้ำสำหรับใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคด้วย อย่างไรก็ตามช่วงฤดูแล้งประมาณเดือนมีนาคม-เมษายนจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างมาก ข้าวยืนต้นตายเพราะขาดน้ำ ซึ่งราษฎรพยายามจัดหาน้ำพึ่งพาตนเองหลากหลายรูปแบบ เช่น ขุดลอกหนองน้ำ ขุดสระเก็บน้ำ ตลอดจนการสร้างฝายทดน้ำในลำสะพุง เป็นต้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงมีการเรียกร้องให้ทางราชการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนมาอย่างต่อเนื่อง

               เร่งขับเคลื่อนพระราชดำริเสร็จอีก14โครงการ เดินหน้าอ่างฯลำสะพุงช่วยราษฎร87,000คน
กรมชลประทานได้เริ่มดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.หนองแวงอ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2536 โดยได้ศึกษาจัดทำรายงานเบื้องต้นของโครงการฯ แล้วเสร็จปี พ.ศ.2537 ดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ( EIA ) แล้วเสร็จเดือนตุลาคม ปี 2538 ผลปรากฏว่าขนาดความจุของอ่างเก็บน้ำลำสะพุงที่เหมาะสมที่สุด คือ 32 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) และได้นำผลการศึกษาโครงการฯ ดังกล่าว ไปดำเนินการสำรวจ ออกแบบ แล้วเสร็จเมื่อปี 2541

แต่เนื่องจากบริเวณก่อสร้างโครงการมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว และไม่ได้รับความเห็นชอบการขอเพิกถอนพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวในบางส่วน คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติได้มีมติให้กรมชลประทานพิจารณาพื้นที่ใกล้เคียงในการก่อสร้าง เพื่อไม่ให้กระทบพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ดังนั้น กรมชลประทาน รวมถึงผู้นำท้องถิ่น จึงได้ร่วมกันพิจารณาตำแหน่งที่ตั้งใหม่  บริเวณลำสะพุงตอนล่าง  บ้านนาเจริญ ซึ่งสามารถเพิ่มความจุอ่างฯได้มากกว่าจุดเดิม
“พื้นที่ก่อสร้างโครงการอ่างฯ ลำสะพุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งใหม่ สามารถลดผลกระทบการใช้พื้นที่ป่าไม้จาก 2,100 ไร่ เหลือ 354 ไร่ ครอบคลุม 3 ตำบลในอำเภอหนองบัวแดง ได้แก่ ต.หนองแวง ต.หนองบัวแดง และ ต.นางแดด มีพื้นที่รับน้ำทั้งหมด 679.49 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ย 181.59 ล้านลบ.ม. ต่อปี  ตัวเขื่อนมีความจุ 46.9 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 25.8 ของปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างฯ ถือเป็นความสำเร็จในการพัฒนาแหล่งน้ำที่ได้ทั้งป่าและน้ำในเวลาเดียวกัน" นายประพิศ กล่าวในตอนท้าย

เร่งขับเคลื่อนพระราชดำริเสร็จอีก14โครงการ เดินหน้าอ่างฯลำสะพุงช่วยราษฎร87,000คน