กรมชลประทานเดินหน้าโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอบางสะพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ แก้ปัญหาครบวงจรตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ  เร่งขุดขยายคลองระบายน้ำ-คลองผันน้ำ พร้อมก่อสร้างอ่างฯเพิ่มอีก 2 แห่งในพื้นที่ต้นน้ำ มั่นใจแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้อีกกว่า 15,450ไร่ 
 นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมชลประทานได้ดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอบางสะพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ และเพิ่มพื้นที่ชลประทานกว่า 15,450 ไร่  เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำในอนาคตยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการภายในปี 2568
 

                             กรมชลฯสืบสานพระราชดำริแก้ปัญหาน้ำท่วม เดินหน้าโครงการบรรเทาอุทกภัยบางสะพาน

                                                        บางสะพาน

ทั้งนี้โครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอบางสะพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นการแก้ปัญหาน้ำครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำและถึงปลายน้ำตามสภาพภูมิประเทศของ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีความแตกต่างกันในแต่ละส่วน  โดยพื้นที่ต้นน้ำจะมีความลาดชันสูง ในขณะที่พื้นที่ปลายน้ำ เป็นที่ราบสลับที่ดอน  ดังนั้นเมื่อเกิดภาวะฝนตกหนักและต่อเนื่องหลายวัน น้ำจะหลากเข้าท่วมพื้นที่ตอนล่างซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนอ.บางสะพานอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินให้ชาวบางสะพานอย่างมากเป็นเวลามากกว่าสิบปี

                 กรมชลฯสืบสานพระราชดำริแก้ปัญหาน้ำท่วม เดินหน้าโครงการบรรเทาอุทกภัยบางสะพาน
  สำหรับการดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอบางสะพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ต้นน้ำบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี  จะดำเนินการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่งพื่อตัดยอดน้ำที่จะหลากและกักเก็บไว้เป็นน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร ปศุสัตว์ ตลอดจาอุตสาหกรรม ในพื้นที่ อ.บางสะพาน ช่วงฤดูแล้ง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำบ้านไทรทอง  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างพร้อมกับระบบส่งน้ำ  มีความจุ  13.36 ล้านลบ.ม. คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2566   และอ่างเก็บน้ำคลองลอยตอนล่าง จะเปิดโครงการพร้อมระบบส่งน้ำในปี 2565  มีความจุ 17.46 ล้านลบ.ม. คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2568 เมื่อแล้วเสร็จ ทั้ง 2 แห่งจะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้รวม 30.82 ล้านลบ.ม. ส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรได้ 6,850 ไร่ และส่งน้ำให้ครัวเรือนได้ 481 ครัวเรือน จากเดิมที่เคยมีน้ำต้นทุนจากแหล่งน้ำขนาดเล็กและฝายที่สามารถเก็บน้ำเพียง 1.32 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เท่านั้น
 นอกจากนี้ก็จะทำการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำเดิมที่มีอยู่  3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำบ้านโป่งสามสิบ อ่างเก็บน้ำบ้านคลองลอย อ่างเก็บน้ำวังน้ำเขียว  พร้อมปรับปรุงฝายทดน้ำห้วยลึก อันเนื่องมาจากพระราชดำริอีก 1แห่งเพื่อให้สามารถใช้งานได้เต็มศักยภาพ
 รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวต่อว่า ส่วนพื้นที่กลางน้ำและปลายน้ำ กรมชลประทานจะดำเนินการขุดขยายคลองระบายน้ำ 4 สายเพื่อรับมวลน้ำที่หลากมาจากเทือกเขาตะนาวศรีฝั่งตะวันตกได้มากขึ้น พร้อมงานขุดคลองผันน้ำ 3 สายเพื่อตัดยอดน้ำที่ไหลบ่าผ่านตัวเมือง และผลักออกสู่ทะเลในเวลาอันรวดเร็วซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้ อ.บางสะพานได้ในอัตรา 1,025 ลบ.ม.ต่อวินาที มากกว่าอัตรารับน้ำของคลองเดิมกว่าเท่าตัว  โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการขุดขยายคลองบางสะพาน ซึ่งเป็นคลองขนาดใหญ่สุดที่ไหลผ่านเมืองบางสะพาน โรงเรียนอนุบาล สถานที่ราชการ ชุมชนอีกหลายแห่ง  รวมทั้งขุดคลองผันน้ำคลองบางสะพานเ เพื่อให้แล้วเสร็จและรับน้ำได้ในฤดูฝนปีนี้ จะช่วยลดระดับน้ำหลาก ลดระยะเวลาการเกิดอุทกภัย  ตลอดจนลดปัญหาติดการขัดของเส้นทางสัญจรลงสู่ภาคใต้ทั้งทางรถยนต์ในถนนเพชรเกษม และเส้นทางรถไฟ
 ส่วนการขุดขยายคลองสายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นคลองแม่รำพึง คลองปัตตามัง คลองเขาม้าร้อง คลองผันน้ำแม่รำพึง-อ่าวบ่อทองหลาง และคลองผันน้ำคลองเขาม้าร้อง-อ่าวบางสะพาน จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป  พร้อมทั้งจะดำเนินการสร้างอาคารบังคับน้ำตามลำคลองเป็นระยๆะ จำนวน 9 แห่ง เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ  ซึ่งจะได้น้ำต้นทุนเพิ่มอีกประมาณ 5.5 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่การเกษตรได้รับโยชน์กว่า 10,000 ไร่  ทำให้ประชาชนในพื้นที่ทั้ง 2 ฝั่งคลองมีรายได้ที่ดีขึ้น และสร้างความมั่นคงให้กับชุนชนอย่างยั่งยืน