นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กยท. ได้ผลิตหมวกยางพารากันฝนให้ต้นยางที่ผลิตจากยางพาราธรรมชาติ 100% รวมกว่า 50,000 ชุด โดยวางเป้าหมายแจกจ่ายให้เกษตรกรผู้ที่สนใจ และขึ้นทะเบียนปลูกยางกับ กยท. ทั่วประเทศ นำไปติดตั้งกับต้นยางเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนไหลลงไปในจอกยางจะช่วยให้เกษตรกรยังคงเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แม้ในช่วงฝนตกซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกรชาวสวนยางต้องประสบในฤดูฝน  
 “หมวกยางพารากันฝนให้ต้นยาง ทำหน้าที่เสมือนร่มกันน้ำฝนไม่ให้ไหลลงไปในจอกยาง  เกษตรกรสามารถออกไปกรีดยาง เก็บน้ำยางได้ตามปกติแม้ฝนจะตกก็ตาม ทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้นเนื่องจากเพิ่มวันกรีดได้อย่างน้อยเฉลี่ย 30 วัน/ปี  เป็นการเพิ่มรายได้ให้โดยตรง โดยเฉพาะพื้นที่ทางภาคใต้ที่มีหน้าฝนติดต่อกันหลายเดือนในแต่ละปี  คาดว่าการนำหมวกยางพารากันฝนไปใช้ในสวนยางจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเพิ่มจากเดิมอย่างน้อย 3,000 บาท/ไร่/ปี ” รองผู้ว่าการ กยท.กล่าวย้ำ

                    กยท. ชูนวัตกรรมหมวกต้นยางกันฝน เร่งขยายผลหวังเพิ่มปริมาณการใช้ยาง

รองผู้ว่าการ กยท. กล่าวต่อว่า นอกจากจะแจกจ่ายนวัตกรรมไปให้แก่ผู้สนใจแล้ว กยท.ยังได้นำหมวกยางพารากันฝนไปใช้ในแปลงสาธิต ณ ศูนย์เรียนรู้เกษตรนวัต สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา จ.ระยอง จำนวน 2,000 ชุด และที่สวนยางพารา กองจัดการสวนยาง 2 จ.นครศรีธรรมราช อีก 6,000 ชุด เพื่อเก็บข้อมูล สถิติ ความคุ้มค่า ก่อนที่จะขยายผลต่อยอดไปยังพื้นที่ปลูกยางทั่วประเทศ  โดยการผลิตหมวกยางพาราดังกล่าวในอนาคต กยท.มีโครงการนำชิ้นงานไปให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่มีความพร้อมดำเนินการผลิต ทั้งนี้เพื่อเป็นการผลักดันการใช้ยางในประเทศมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งหมวกยางพารา 1 ชุด ใช้ยางธรรมชาติ ประมาณ 0.5 กิโลกรัม จึงเป็นอีกทางหนึ่งการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนายางพารา แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง รวมถึงส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศให้เพิ่มขึ้นด้วย

                             กยท. ชูนวัตกรรมหมวกต้นยางกันฝน เร่งขยายผลหวังเพิ่มปริมาณการใช้ยาง  “ กยท.มีความมุ่งมั่นจะยกระดับความเป็นอยู่ และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรผู้ปลูกยางไทย ซึ่งเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรทุกรายสามารถเสนอแนวทาง วิธีการเพิ่มรายได้หรือผลผลิตร่วมกันกับการยางแห่งประเทศไทย เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริงและบรรลุประสิทธิภาพได้สูงสุด ผ่านช่องทาง กยท.ใกล้บ้านท่าน หรือ โทรศัพท์ 0 2433 2222 ต่อ 511 ในวันและเวลาราชการ” นายณกรณ์ กล่าวในตอนท้าย