นายโรจน์วัฒน์  อินทร์ทุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า ศูนย์ฯ  ได้นำข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
มาทำการศึกษาพัฒนาต่อยอดกับการเพาะเห็ดหลินจือในสภาพแวดล้อมของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ คือ พื้นที่ภาคอีสาน โดยนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลายชนิดมาเป็นวัสดุหลักในการเพาะเลี้ยงและปรับปรุงเทคนิควิธีการพัฒนาสู่การเพาะเห็ดเชิงเศรษฐกิจในหลายชนิดเห็ด หนึ่งในนั้นก็คือ “เห็ดหลินจือแดง” 
  ทั้งนี้วัสดุเพาะเห็ดจะใช้ขี้เลื่อยไม้ประเภทไม้เนื้ออ่อนจำนวน 100 กิโลกรัม ผสมรำละเอียด5-8 กิโลกรัม 
ยิปซั่ม 1 กิโลกรัม ดีเกลือ 0.2 กิโลกรัม คลุกเคล้าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน จากนั้นเพิ่มความชื้นในวัสดุเพาะ
โดยการเติมน้ำสะอาดลงไปให้มีความชื้นประมาณ 65-70 เปอร์เซ็นต์ บรรจุวัสดุเพาะลงในถุงพลาสติก ขนาด 6.5 x 12.5 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 800 - 1,000 กรัมต่อถุง อัดถุงให้แน่นรวบปากถุงสวมคอขวดพลาสติกลงไปและดึงปากพับลงรัดด้วยยางรัดปิดด้วยจุกสำลี นำไปนึ่งฆ่าเชื้อถุงพลาสติกในหม้อนึ่งด้วยความร้อน 98-100 องศาเซลเซียส จับเวลาเมื่อมีไอน้ำพุ่งออกมาจากถัง ใช้เวลานึ่ง 2-3 ชั่วโมง เมื่อนึ่งเสร็จนำก้อนเชื้อเข้าโรงปลูกเชื้อด้วยการนำหัวเชื้อในเมล็ดธัญพืชที่เส้นใยเดินเต็มขวด มาเคาะหรือแคะด้วยเหล็กให้เชื้อเห็ดแตกร่วน เปิดปากถุงที่มีจุกสำลีหรือจุกพลาสติกออก กรอกหัวเชื้อลงในถุงประมาณ 20-30 เมล็ด หัวเชื้อ 1 ขวด สามารถปลูกเชื้อลงในถุงก้อนเห็ดได้ 30-50 ถุง จากนั้นเปลี่ยนจุกสำลีหรือจุกพลาสติกปิดด้วยกระดาษรัดด้วยยาง นำก้อนเชื้อเห็ดเข้าโรงบ่มที่ไม่มีความชื้น วางตามแนวตั้งหรือแนวนอน เพื่อให้เส้นใยเจริญภายในก้อนเชื้อใช้เวลา 20-30 วัน จึงขนย้ายเข้าโรงเรือนเปิดดอกต่อไป  
       

เมื่อบ่มเส้นใยเห็ดที่เจริญเต็มถุงแล้วจะนำเข้าโรงเรือนเพื่อเปิดดอก โดยวางเรียงก้อนเชื้อเห็ดบนแผงเอียงตามแนวนอน สูงจากพื้นขึ้นไป 15 ก้อน ความยาวของแผงทุก ๆ 1 เมตรสามารถวางก้อนเชื้อเห็ดได้ประมาณ 150 ก้อน โรงเรือนเปิดดอกเห็ดขนาด 5 x 10 เมตร วางก้อนเห็ดได้ประมาณ 5,500 ก้อน จากนั้นดึงกระดาษที่ปิดปากถุงออกเพื่อรอให้ดอกเห็ดออกจากปากถุงต่อไป

                  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จ.สกลนคร ประสบความสำเร็จเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือแดงในภูมิอากาศแบบอีสาน   ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้น เมื่อดอกเห็ดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มทั้งดอก เป็นช่วงที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยว ช่วงนี้จะดึงดอกเห็ดออกจากถุงก้อนเชื้อโดยการจับและหมุนดึงออกทั้งหมด ดอกเห็ดชุดแรกจะมีน้ำหนักเฉลี่ย 35 กรัม และได้น้ำหนักรวมประมาณ 40-100 กรัมต่อถุง ตัดส่วนที่เป็นก้านเห็ดออกทิ้ง และนำดอกเห็ดไปล้างในน้ำสะอาดทิ้งสะเด็ดน้ำ หั่นดอกเห็ดเป็นชิ้นบาง ๆ มีความหนา 2-3 มิลลิตเมตร หั่นตามขวางของดอกแล้วนำไปลดความชื้นทันที ถ้าทิ้งดอกเห็ดไว้จะมีคราบสีขาวเกิดขึ้นบนเห็ดได้ โดยการนำไปตากแดดแล้วนำเข้าตู้อบ โดยจะเริ่มอบดอกเห็ดที่อุณหภูมิ 45 องศา เซลเซียส เป็นเวลา 3 ชั่วโมง เพิ่มอุณหภูมิเป็น 55 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 3 ชั่วโมง และสุดท้ายอบที่อุณหภูมิ 67-70 องศาเซลเซียส อีก 3 ชั่วโมง ในช่วงอุณหภูมินี้จะทำให้เห็ดมีกลิ่นหอมขึ้น เนื่องจากน้ำมันในเนื้อเยื่อเห็ดมีการแตกตัว น้ำหนักเห็ดสด 3.7 กิโลกรัม จะได้เห็ดแห้ง 1 กิโลกรัม เมื่ออบดอกเห็ดได้ที่แล้วจะนำไปบรรจุในกล่องพลาสติกหรือถุงพลาสติกหรือบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ เก็บไว้บริโภคหรือจำหน่ายต่อไป

ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

                       ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จ.สกลนคร ประสบความสำเร็จเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือแดงในภูมิอากาศแบบอีสาน  สำหรับศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ การเพาะเห็ดหลินจือแดง จะใส่เชื้อเห็ดลงในถุงช่วงเดือนมกราคม และเดือนกุมภาพันธ์ ทำการเปิดดอกถึงต้นเดือนเมษายนและจะเก็บดอกได้ ซึ่งเป็นช่วงที่เห็ดจะออกดอกเดียว มีน้ำหนักประมาณ 30 - 70 กรัม ส่วนดอกเห็ดรุ่นที่สองจะมีน้ำหนักลดลงที่ประมาณ 20 - 40 กรัม จากการเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือแดง ในสภาพภูมิอากาศของพื้นที่ภาคอีสานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ พบว่า เห็ดจะชอบอุณหภูมิในระหว่าง 24 -32 องศา โดยดอกเห็ดรุ่นที่สองจะออกดอกให้เก็บได้อีกหลังจากการเก็บเกี่ยวรุ่นแรกภายใน 30 - 40 วัน จากนั้นจะนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือแห้งบรรจุถุงที่น้ำหนัก 30 กรัม จำหน่ายแก่ผู้สนใจทั่วไปในราคา 50 บาท เพื่อนำไปชงน้ำดื่มบำรุงสุขภาพ ด้วยการใช้น้ำเปล่า 1 ลิตร ใส่เห็ด 3 ชิ้น หรือ น้ำร้อน 1 แก้ว ต่อ 1 ชิ้น
เห็ดหลินจือแดง มีสรรพคุณในการสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย ต่อต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวเพื่อลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ช่วยลดความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงและฟื้นฟูไต ตับ ตับอ่อน ปอด ลดอาการข้างเคียงจากการให้เคมีบำบัด และช่วยให้นอนหลับสบาย 
           ผู้สนใจที่จะเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือแดง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ได้ที่กิจกรรมเพาะเห็ดศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร โทร 08 1369 2705