19 มีนาคม 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้สินค้าเกษตรสำคัญหลายชนิดได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง กาแฟ ถั่วเหลือง และมะพร้าวมีปริมาณการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศทั้งการบริโภคโดยตรงและใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง  

 

 

สินค้าบางชนิดราคาอยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้มีการลักลอบการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสวมสิทธิ์เป็นสินค้าเกษตรของไทยหรือหลีกเลี่ยงภาษี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปาล์มน้ำมัน จึงประสานขอความร่วมมือหน่วยงานความมั่นคง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และศุลกากรให้เข้มงวดตรวจสอบ จับกุมการลักลอบการนำเข้า โดยเฉพาะตามแนวชายแดน

 

นอกจากนี้ เห็นสมควรให้ทบทวนข้อตกลงทางการค้าภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) และองค์การการค้าโลก (WTO) ใหม่ ตลอดจนมาตรการทางการค้าอื่น ๆ เช่น มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (safe guard) และมาตรการปกป้องพิเศษการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (special safeguard) ซึ่งสินค้าเกษตรที่ต้องเฝ้าระวังได้แก่

 

สำหรับปาล์มน้ำมันนั้น ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ของไทย ช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2563 เฉลี่ยกิโลกรัมละ 36.19 บาท  ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบตลาดมาเลเซียเฉลี่ยกิโลกรัมละ 21.05 บาทซึ่งต่ำกว่าไทยกิโลกรัมละ 10 - 15 บาท ล่าสุดคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงการคลัง โดยกรมศุลกากร ร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติปราบปรามการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มทั้งระบบอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง

 

รวมทั้งเร่งให้กรมการค้าภายในติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำมันปาล์มดิบที่ถังเก็บให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยอนุมัติงบประมาณ จำนวน 372.516 ล้านบาท นอกจากนี้คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) กำหนดให้นำเข้าได้ที่ด่าน 3 ด่านเท่านั้นได้แก่ ด่านศุลกากรมาบตาพุด สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ และสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง

 

ส่วนด่านนำผ่านสินค้าน้ำมันปาล์มได้กำหนดด่านต้นทาง เพียงด่านเดียวคือ สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งมอบหมายสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เลขานุการกนป. ติดตามผลการดำเนินงานตามมติ ครม. อย่างใกล้ชิด

 

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสศก. กล่าวถึงการป้องกันการลักลอบนำเข้ามะพร้าว  โดยจากการจัดทำข้อมูลปริมาณการผลิตและต้นทุนการผลิตมะพร้าวในอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์พบว่า มีการลักลอบนำเข้ามะพร้าวผล ซึ่งสศก. เร่งประสานกรมศุลกากรเพื่อตรวจสอบ 

 

 

นอกจากนี้ยังพบว่า การนำเข้าน้ำกะทิส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการและราคามะพร้าวในประเทศ ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน ดังนั้นควรเข้มงวดมาตรการการนำเข้ามะพร้าวและน้ำกะทิ โดยกำหนดช่วงเวลาและปริมาณการนำเข้ามะพร้าวผลที่เหมาะสมภายใต้กรอบการค้า AFTA และ WTO การตรวจสอบและควบคุมการนำเข้ากะทิ การกำกับดูแลการเคลื่อนย้ายมะพร้าวผลนำเข้าน้ำหนักตั้งแต่ 4 ตันขึ้นไป ซึ่งได้ประสาน กรมการค้าภายใน เพื่อทบทวนมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายแล้ว

 

รวมทั้งประสานกรมวิชาการเกษตรให้ทำลายมะพร้าวซึ่งลักลอบนำเข้าตาม พ.ร.บ. กักพืช สินค้าอีกชนิดที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านคือ กาแฟ โดยผ่านมาช่องทางด้านตะวันออกของไทย สาเหตุหนึ่งมาจากเกษตรกรบางรายนำเข้ากาแฟมาสวมสิทธิ์เป็นกาแฟไทยแล้วจำหน่ายแก่ผู้ประกอบการโดยตรงซึ่งได้ราคาสูงกว่าจำหน่ายแก่สหกรณ์  

 

ดังนั้นภาครัฐควรคุมเข้มเกี่ยวกับการนำเข้าในทุกรูปแบบ โดยกำหนดช่วงนำเข้ากาแฟได้หลังเดือนพฤษภาคมของทุกปีเนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตกาแฟของเกษตรกรในประเทศเริ่มจำหน่ายหมดแล้ว กาแฟเป็นสินค้าควบคุม ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรแจ้งกรมศุลกากรถึงปัญหาการลักลอบนำเข้า รวมถึงแจ้งข้อมูลช่วงเวลาที่ผลผลิตกาแฟออกสู่ตลาด และช่วงเวลาที่ห้ามนำเข้า ให้กรมศุลกากรรับทราบเพื่อจะได้ดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อไป