ต่อจากเสาร์ที่แล้ว 

           แก้วกาญจนาในวันนี้แม้จะมีชนิดพันธุ์ที่มีอยู่ในระบบการค้าอยู่มากมาย นั่นก็ใช่ว่าจะมีปริมาณที่สอดคล้องต่อความต้องการของตลาดในปัจจุบัน... หากแต่จะนับย้อนกลับไปราว 6-7 ปีที่ผ่านมา ต้นแก้วกาญจนาได้ถูกยกให้เป็นไม้ในกระแสที่ร้อนแรงไม่แพ้ไม้ประดับชนิดอื่นใดเลย ด้วยความต้องการที่มีอยู่อย่างเปี่ยมล้น และมูลค่าที่รู้แล้วต้องทำให้หัวใจพองโต จนอยากจะครอบครองเป็นเจ้าของ เพื่อหวังขยายและทำกำไรด้วยเทคนิคต่างๆ สารพัดวิธี เพื่อการได้มาซึ่งหน่อพันธุ์ที่พร้อมจะเลี้ยงให้เติบโต 

ถอดบทเรียน"แก้วกาญจนา" ตอน2

           โดยบางครั้งขอเพียงแค่เริ่มออกรากก็สามารถขายทำกำไรงามๆ ได้แล้ว อีกทั้งในช่วงเวลานั้นยังมีการเพาะเลี้ยงด้วยวิธีพิเศษคู่ขนานไปกับการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ เพียงแค่ปรับสูตรอาหาร อันเป็นกระบวนการการเริ่มต้นที่สำคัญโดยเรียกวิธีการทำนั้นว่า การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (tissue culture) ซึ่งก็จะใช้เวลาในระยะหนึ่งให้ได้ต้นกล้าพันธุ์ที่พร้อมผลิตออกมาสู่ระบบการค้าอย่างมีปริมาณในช่วงเวลานั้น

            กระแสที่โหมกระหน่ำและเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นทั้งสภาพเศรษฐกิจและปริมาณต้นที่พร้อมขาย รวมถึงต้นที่จะทยอยออกมาอีกในไม่ช้า ก็ยังมิอาจทำให้พัฒนาการที่เกิดขึ้นกับไม้ชนิดนี้ชะงักหรือหยุดลงไปในทันที แต่ที่เป็นผลกระทบเป็นอย่างมากก็คือราคาที่เกิดจากการเร่งการขายเพื่อเก็บเงินสดลดความกังวลจากความไม่แน่นอนและความตั้งใจที่จะกระจายความเสี่ยงจากการซื้อไม้แม่พันธุ์เข้ามาแบบไม่ธรรมดาที่มีราคาเป็นไปตามกระแสก่อนหน้านี้ จนภาวะการปรับตัวต้องเกิดขึ้นอีกครั้งบนเส้นทางของผู้ผลิตไม้ประดับชนิดนี้

ถอดบทเรียน"แก้วกาญจนา" ตอน2

             การชะลอตัวทางการตลาดที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น ทำให้เกิดการสูญเสียสภาพคล่องและโอกาสอื่นๆ รวมถึงความสามารถแข่งขันทางการค้าเป็นอย่างมาก ซึ่งในบางชนิดพันธุ์ดูเหมือนไม่มีจุดคุ้มทุนในการผลิตต่อไป ไม้ที่ถูกกำหนดราคาไว้สูงลิบลิ่ว แถมยังขยายพันธุ์ได้ไม่ยากจึงเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้หลายคนเข้าไปสู่ระบบการผลิตด้วยความตั้งใจ ซึ่งก็รวมถึงคนที่ไม่ได้อยู่ในสายการผลิตไม้ชนิดนี้โดยตรง และมีความคิดจะไม่ปล่อยให้ความต้องการในท่ามกลางกระแสการใช้ให้ผ่านเลยไปโดยการอยู่นิ่งเฉย

ถอดบทเรียน"แก้วกาญจนา" ตอน2

              จึงนับเป็นอีกเหตุให้ได้เห็นไม้คุณภาพดีราคาไม่แพงไหลออกมาสู่ระบบตลาด ซึ่งขณะเดียวกันก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่กลับมองเห็นโอกาส และค่อยๆ เก็บต้นพันธุ์ดีดังกล่าวที่มีแนวโน้มและทิศทางค่อนข้างจะชัดเจนในแนวทางตลาดอนาคต นำไปรวบรวมพร้อมกับค่อยขยายให้เกิดปริมาณพร้อมคุณภาพ และได้ทยอยผลิตเข้าตลาดที่ไม่เคยหยุดนิ่งแบบไม่มีคู่แข่งอย่างที่เคยเกิดขึ้นมา จากวิถีเหล่านี้เพื่อให้คนรุ่นถัดมาได้เรียนรู้ถึงการผลิตที่เกินความพอดีจนมีความเสี่ยงซ่อนอยู่ ซึ่งจะส่งผลจนรับรู้ได้ก็อยู่ที่ความหนักหน่วงของวิกฤติได้คืบเข้ามาแล้ว

ถอดบทเรียน"แก้วกาญจนา" ตอน2

       

      และทุกวันนี้ยังมีเหตุการณ์อื่นๆ อีกมากที่ให้เราได้เรียนรู้ เพื่อการเตรียมความพร้อมและได้วางแผนเพื่อลดความเสี่ยงนั้นๆ อันเป็นอีกส่วนสำคัญในเส้นทางวิชาชีพให้ต้องมีความรอบคอบด้วยหลายๆ วิธี รวมถึงการเรียนรู้เรื่องราวจากในอดีต โดยมีแก้วกาญจนาเป็นฐานบทเรียนสำคัญในการสร้างสิ่งที่มีคุณค่าเหนือความบกพร่องที่อาจกลับมาอีกได้อยู่เสมอ

 

ถอดบทเรียน"แก้วกาญจนา" ตอน2