ต่อจากเสาร์ที่แล้ว 

            เขียวหมื่นปีหรือ “แก้วกาญจนา” เป็นไม้ที่ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2549 อันมีความหมายว่า งดงามสว่างไสวและสุกสว่างดั่งทอง

"เขียวหมื่นปี"จากไม้ป่าด้อยค่าสู่ราชาไม้ใบ ตอน4

 

              แก้วกาญจนา ไม้ใหม่ที่มีศักยภาพมักจะตามมาด้วยเกียรติยศ หรือการได้มาซึ่งทรัพย์ พร้อมกับการเป็นที่ยอมรับของคนในแวดวงผู้ผลิตและกลุ่มสังคมธุรกิจ หรือที่เกี่ยวข้องกันทุกๆ ภาคส่วนที่เห็นคุณค่าจนต่อยอดไปสู่สิ่งต่างๆ อีกมากมาย และหลายครั้งก็ยังถูกนำมาเป็นของมีค่าสำคัญใช้มอบให้แก่กันเป็นสิ่งแทนใจในช่วงเทศกาลหรือโอกาสสำคัญที่มิอาจเทียบแทนเงินด้วยมูลค่าและนับเป็นราคาได้ และด้วยความสวยสง่า พร้อมกับความเป็นมงคลและเป็นที่ยอมรับในวงกว้างขึ้น 

"เขียวหมื่นปี"จากไม้ป่าด้อยค่าสู่ราชาไม้ใบ ตอน4

               จนได้ก้าวขึ้นไปสู่เวทีระดับสากลให้คนที่อยู่นอกเขตกำเนิดของพืชชนิดนี้ได้มีโอกาสสัมผัส พร้อมใช้ประโยชน์อย่างที่มีการใช้กันมาอย่างแพร่หลายจากถิ่นที่มีมา ให้เกิดสีสันสดใสจากการนำไปใช้มากไปกว่าไม้ที่เคยมีเพียงแค่สีเขียว อันเป็นที่มาตามชื่อดั้งเดิมและเปลี่ยนไปยิ่งกว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ปกแผ่ลงมาถึงพสกนิกร กลุ่มผู้ผลิตไม้ดอกไม้ประดับ 

               ไม้ชนิดนี้ จึงยิ่งด้วยความเป็นสิริมงคล รวมถึงคุณค่าจากหลายๆ สิ่งที่มีอยู่ทั้งลักษณะสีสันบนใบ ลวดลายเส้นไปจนถึงจุดปื้นลายเฉพาะตัวที่นับเป็นความแปลกให้ดูแตกต่างไปจากไม้ชนิดอื่นอันมีอยู่ในเฉพาะไม้ชนิดนี้ ซึ่งมีคุณค่าเหลือคณานับ จนเป็นสิ่งในส่วนช่วยให้เกิดการยอมรับพร้อมกับยกไม้ป่าด้อยค่าจากอดีตของไม้กลุ่มสกุลนี้ให้เป็นราชาแห่งไม้ใบ ด้วยการยอมรับของผู้ผลิตไม้ทั่วไปและจากผู้ใช้ที่เห็นในวิวัฒนาการจากจุดที่เริ่มต้นเติบโตจนมามีคุณค่า มากกว่าแต่ก่อนมาก

"เขียวหมื่นปี"จากไม้ป่าด้อยค่าสู่ราชาไม้ใบ ตอน4

    

          แม้จะเปรียบเทียบกับไม้ชนิดอื่นที่ต่างก็มีความสวยโดดเด่นเป็นไปตามแต่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์มา แต่กระนั้นต้นแก้วกาญจนากลับมีโอกาสได้ถูกขัดเกลา ดั่งหินที่ดูภายนอกเป็นธรรมดา จนได้ถูกเจียระไนให้มีความเลอค่าและใช้นำไปประดับได้แม้แต่ยอดมงกุฎ 

"เขียวหมื่นปี"จากไม้ป่าด้อยค่าสู่ราชาไม้ใบ ตอน4