royal coronation
18 กุมภาพันธ์ 2563
เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง

ออกแบบม่อนแจ่มทำเกษตรยั่งยืน ท่องเที่ยวเชิงนิเวศห้ามก่อสร้าง

8 มกราคม 2563 - 00:00 น.
กรมป่าไม้,ม่อนแจ่ม,รุกป่า,เชียงใหม่,ทำการเกษตร,ระบบนิเวศ,ท่องเที่ยว
Shares :
เปิดอ่าน 371 ครั้ง

ป่าไม้เผยร่างบริหารม่อนแจ่ม ดึงประชาชนออกแบบบริหารจัดการพื้นที่ อนุญาตทำเกษตรยั่งยืน ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ห้ามสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่


 

8 มกราคม 2563 กรมป่าไม้จัดทำร่างคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริม บริเวณม่อนแจ่ม ประสานภาครัฐ ประชาชนออกแบบบริหารจัดการพื้นที่ อนุญาตให้ทำการเกษตรยั่งยืนและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้ ย้ำต้องไม่มีสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่เสี่ยงต่อการทำลายสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ  

 

 

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ได้เป็นประธานในการประชุมแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริม (ม่อนแจ่ม) ต.แม่แรมและต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ซึ่งปัจจุบันมีการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ท และลานกางเต็นท์ในพื้นที่ป่าจำนวนมาก จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจแปลงที่ดินที่มีการก่อสร้างอาคารที่พัก

 

โดยให้บันทึกเก็บข้อมูลรายละเอียดให้ครบถ้วนตรวจสอบวัดค่าพิกัดด้วยเครื่องมือตรวจหาค่าพิกัดทางดาวเทียม (GPS) จัดทำแปลงเพื่อเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลถือครองพื้นที่ที่มีอยู่ ภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายดาวเทียม และหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

 

ที่ผ่านมาได้ตรวจยึดและดำเนินคดีบ้านพักตากอากาศ ม่อนใจโฮมสเตย์ บ้านหนองหอยใหม่ หมู่ 11 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่เนื้อที่ 1-3-70 ไร่ พื้นที่มีลักษณะของสิ่งปลูกสร้างก่อสร้างหลังปี 2557 ซึ่งไม่อยู่ในโครงการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ ป่าแม่ริม ขณะตรวจสอบไม่พบตัวผู้กระทำผิด

 

ต่อมาขยายผลสำรวจและตรวจสอบบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ท ร้านกาแฟขนาดใหญ่ หรือสถานบริการนักท่องเที่ยวอื่นๆ พบว่า มีกลุ่มผู้อยู่อาศัยทำกินเดิมซึ่งขยายพื้นที่เพิ่มเติม 11 ราย  โดยคณะช่างสำรวจเข้ารังวัดกำหนดจุดที่ต้องรื้อถอนหรือคืนพื้นที่แล้วซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบกิจการและราษฎรในพื้นที่เป็นอย่างดี


ทั้งนี้ผู้ประกอบการขยายพื้นที่เพิ่มเติมไปจากที่ทำกินเดิมซึ่งขอคืนพื้นที่ส่วนขยายเพิ่มเติมได้แก่ ม่อนผาโค้ง เนื้อที่ 0-1-36 ไร่ ม่อนไอดิน เนื้อที่ 1-3-36 ไร่ นายล้ง พนมไพร เนื้อที่ 0-1-24 ไร่ สวนอีเดน เนื้อที่ 0-3-20 ไร่ ม่อนทอแสง เนื้อที่ 3-1-88 ไร่ ม่อนเหนือ เนื้อที่ 0-1-56 ไร่ ม่อนม้ง เนื้อที่ 0-1-56 ไร่ ไร่ภูสวรรค์ เนื้อที่ 0-0-80 ไร่ บ้านภูหมอก เนื้อที่ 0-0-94 ไร่ ม่อนจาวดอย เนื้อที่ 0-2-12 ไร่ และม่อนสวนอิงดอย เนื้อที่ 0-2-12 ไร่ ซึ่งทั้งหมดนี้เมื่อเจ้าของกิจการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง คืนพื้นที่ แล้วจะเร่งฟื้นฟูสภาพป่าต่อไป

 

สำหรับการดำเนินคดีต่อสถานประกอบการที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมบุกรุกครอบครองที่ป่าไม้ซึ่งดำเนินคดีเต็มพื้นที่ 6 รายซึ่งตรวจสอบพบว่า ผู้ประกอบการซื้อที่ดินจากผู้ครอบครองเดิม ดำเนินธุรกิจในลักษณะนอมินี รวมถึงเป็นนายทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้แก่ ม่อนใจโฮมสเตย์ เนื้อที่ 1-3-70 ไร่ ม่อนแสนสิริจันทรา เนื้อที 4-2-34 ไร่ ม่อนดอยลอยฟ้า เนื้อที่ 1-2-84 ไร่ บ้านท่าจันทร์ เนื้อที่ 1-2-85 ไร่ รีสอร์ท ม่อนม่วน เนื้อที่ 11-3-33 ไร่ ไร่นาย เนื้อที่ 5-1-82 ไร่

 

นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบผู้ประกอบการที่ทำสิ่งปลูกสร้าง แต่ระบุว่าเป็นลานกางเต็นท์อีก 8 รายได้แก่ เดอะเบสท์แคมป์ หนองหอยแคมป์ บ้านอุ่นไอหนาว ม่อนเหนือหมอก ไร่ปลายฝัน นายพงษ์ สุขสกุลปัญญา ไร่แสงอรุณ และภูวินคาเฟ่ซึ่งขอความร่วมมือกรมโยธาธิการและผังเมืองร่วมตรวจสอบว่า ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวรหรือไม่เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

 

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริมและท้องที่ใกล้เคียงอำเภอแม่ริมดังนี้ ดำเนินคดีกับแปลงที่ดินที่มีการเปลี่ยนการถือครองที่ดิน โดยมีกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2563 กรณีเจ้าของที่ดินเดิมก่อสร้างเกินพื้นที่ทำกินเดิม หรือสร้างสิ่งปลูกสร้างที่ไม่เหมาะสมตามหลักวิศวกรรม หรือส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ดำเนินการรื้อถอนให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

 

หากพ้นกำหนดเวลาแล้วไม่รื้อถอนให้ถือว่า มีเจตนาฝ่าฝืนต้องดำเนินการตรวจยึดดำเนินคดีทั้งแปลง โดยมีกำหนดระยะเวลาดำเนินคดี 1 เดือน นับจากวันที่สิ้นสุดการแจ้งเตือน สำหรับการก่อสร้างรีสอร์ท/บ้านพักตากอากาศรายใหม่ที่เกินจากที่เคยสำรวจไว้แล้วให้ดำเนินคดีทุกราย  บูรณาการหน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องจัดให้มีการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์

 

ตลอดจนจัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจไม่ให้มีการบุกรุกก่อสร้างอาคารบ้านพักรีสอร์ทเพิ่มเติมในพื้นที่โครงการหลวงหนองหอย (ม่อนแจ่ม) และพื้นที่ใกล้เคียงตำบลโป่งแยง และตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศ/รีสอร์ท และจัดระเบียบพื้นที่โดยจะพิจารณาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบกับทรัพยากรป่าไม้ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆในพื้นที่ให้มากที่สุด โดยมีระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

 

ส่วนแนวทางการดำเนินงานจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม (ม่อนแจ่มและพื้นที่ใกล้เคียง) นั้นให้จัดทำร่างคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม (ม่อนแจ่ม) ระหว่างภาครัฐ ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกแบบบริหารจัดการพื้นที่ในกลุ่มผู้ที่มีสิทธิ์ให้มีการจัดการพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อ เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร แต่ต้องเป็นลักษณะการทำเกษตรกรรมนำการท่องเที่ยว

 

ผสมผสานการท่องเที่ยวเชิงนิเวศกับการเกษตรแบบยั่งยืน และการแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างที่รองรับนักท่องเที่ยวที่มีขนาดใหญ่หรือเสี่ยงต่อการทำลายระบบนิเวศ ตลอดจนกำหนดรูปแบบขอบเขต สัดส่วนของพื้นที่ในการทำการเกษตรและการบริหารที่พักที่เหมาะสมเช่น กำหนดให้พัฒนาเป็นสถานที่พักในรูปแบบโฮมสเตย์หรือที่พักชั่วคราวได้ร้อยละ 20 ของพื้นที่ถือครอง

 

ส่วนลานกางเต็นท์/กระโจมจะต้องมีรูปแบบที่ไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ส่วนจัดการป่าไม้รับผิดชอบ เสนอปัญหา มาตรการแก้ไขปัญหา และแนวทางการจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืนในรูปแบบคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม (ม่อนแจ่ม) ต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า (คปป.) จังหวัดเชียงใหม่

 

เพื่อพิจารณาในระดับจังหวัดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการฯ และขับเคลื่อนการประชุม สร้างข้อตกลง กรอบแนวทางปฏิบัติอย่างมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การบังคับใช้ในการจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการจัดระเบียบพื้นที่โดยกรมป่าไม้ จัดทำฐานข้อมูลของรีสอร์ททุกราย โดยให้ชุดปฏิบัติการไปรังวัดด้วยระบบรับสัญญาณจากดาวเทียม  (GNSS) บันทึกภาพสิ่งปลูกสร้าง-อาคาร และจัดทำแผนที่/แผนผัง ที่ตั้งโดยละเอียด

 

ตรวจสอบว่า มีสิทธิตามโครงการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริมเพื่อพิจารณานำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ตามนโยบายรัฐบาล ประสานฝ่ายปกครองเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา หรือจัดการสถานการณ์ในพื้นที่เช่น ตั้งจุดสกัด สนธิกำลังพล ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรแม่ริมเพื่อไม่ให้มีการบุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติเพิ่มอีกต่อไป

 

 

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ