28 พฤศจิกายน 2562 แหล่งข่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าข้าราชการกระทรวงเกษตรฯต่างวิพากษ์วิจารณ์ผิดหวังกับการทำงานของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯและนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯที่มีจุดยืนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่อยู่กับร่องกับรอย   

 

ทั้งนี้จากก่อนหน้านี้เป็นผู้ลงนามและผู้เสนอเอกสารเข้าคณะกรรมการวัตถุอันตราย ให้แบน 3 สาร ทันทีมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธ.ค.2562 ทั้งที่มีกรรมการในกรรมการวัตถุอันตราย ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯระดับผู้บริหาร ถึง 4 คน จนกระทั่งมากลับลำ พลิกมติแบนสารเคมีของตัวเองโดยเลื่อนแบนไปอีก 6 เดือน โดยมีผลหลังวันที่ 1 มิ.ย.63 จึงจะยกเลิกใช้ 2 สาร คือสารพาราควอต คลอร์ไพริฟอส ส่วนสารไกลโฟเซต ยกเลิกแบนทันที ให้ไปใช้มาตรการจำกัดการใช้

 

ดังนั้นในระยะเวลาเพียง 1 เดือน หลังจากที่มีมติแบน 3 สารทันที เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ให้มีผลวันที่ 1 ธ.ค.2562 ซึ่งนายเฉลิมชัย เป็นคนลงนาม จนมีประกาศของกรมวิชาการเกษตร ออกคำสั่งลงราชกิจจา เรียกเก็บคืนสาร 3 ชนิดภายใน 30 วัน ให้ยกระดับจากวัตถุอันตรายบัญชี 3 เป็นบัญชี 4 คือห้ามนำเข้า  จำหน่าย ผลิต ครอบครอง

 

ขณะนี้เกิดความไม่ชัดเจนว่าการที่จะแบนสาร เกิดขึ้นได้อีกหรือไม่ต่อไปในอนาคต เพราะการแบนสาร ต้องมีกระบวนการก่อนที่จะถึงวันที่ 1 มิ.ย.63 ที่มีผลห้ามนำเข้า ผลิต ครอบครอง จำหน่าย รวมทั้งอำนาจการอนุญาต นำเข้า ส่งออกเป็นอำนาจของอธิบดีกรมวิชาการเกษตร  เกิดคำถามขึ้นมาว่าขั้นตอนระหว่างนี้ จนถึงต่อไปในปี 63 การเตรียมการเข้าสู่ขั้นตอนก่อนที่จะเลิกใช้ 2 สาร  จะทำได้หรือไม่และจะไปเริ่มที่ปลัดเกษตรฯหรืออธิบดีกรมวิชาการเกษตร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ จะดำเนินการอย่างไร

 

ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหาอย่างมากในการทำงานระหว่าง น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯกับกรมวิชาการเกษตร ที่รมช.เกษตรฯกำกับดูแล แต่ไม่เคยให้ความร่วมมือในการแบนสาร ในความรู้สึกวันนี้ภาพพจน์ของกระทรวงเกษตรฯเสียหายหนัก จาก รมว.เกษตรฯ ลงนามและปลัดกระทรวงเกษตรฯ เสนอเอกสารให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ย้อนกลับไปพิจาณามติเดิมเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่มีมาตรการ จำกัดการใช้สาร เพื่อไม่ให้แบนสารไกลโฟเซต และล้มมติการแบนเมื่อวันที่22ต.ค. ซึ่งจะทำให้การนำเข้า  ผลิต ครอบครอง จำหน่าย 3 สาร กลับไปทำได้ตามปกติ  ด้วยเพื่อเอื้อประโยชน์ทุนใหญ่ฝั่งตัวในกระทรวงมายาวนาน”แหล่งข่าว กล่าว