23 ตุลาคม  2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีนายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ที่ประชุมได้ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง

 

ในเรื่องรายละเอียดของการพิจารณายกเลิกสารเคมี 3 ชนิด ที่อาจมีผลกระทบต่อการยกเลิก เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น 2 - 3 เท่า ที่ประชุมจึงได้มอบหมาย ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น พร้อมวางกรอบในการจ่ายค่าชดเชย ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น


นอกจากนี้ยังมีการถกเถียงทางด้านวิชาการถึงสารเคมีที่เกษตรกรจะจัดหาเพื่อนำมาทดแทนสารทั้ง 3 ชนิดว่ามีอันตรายหรือไม่ โดยที่ประชุมเห็นว่าจากนี้ไปหากมีสารชนิดใดที่ส่อไปในทางสารเคมีที่มีอันตราย หากมีการนำมาใช้กรมวิชาการเกษตร ต้องศึกษาอย่างละเอียด ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูเรื่องสารเคมี หากมีอันตรายต่อสุขภาพ ต้องยกเลิกสารเคมีตัวนั้นต่อไป 


ต่อไปนี้กระทรวงเกษตรจะรับบทหนักหลังจากยกเลิกเพราะมีข้อกังวลเรื่องการลักลอบจำหน่าย โดยเฉพาะกรมวิชาการเกษตร ในฐานะหน่วยงานที่ต้องดูแลรับผิดชอบในการปราบปรามการลักลอบสารที่ถูกยกเลิกไป จะต้องตรวจจับอย่างเข้มงวดไม่ให้มีการจำหน่าย เพราะทราบว่ามีขบวนการกักตุนสินค้าจำหน่ายในทางลับ ๆ เพราะหากลักลอบนำมาใช้จะทำให้สาร 3 ชนิดมีราคาสูงกว่าสารที่ถูกต้องตามกฏหมายที่ไม่ได้มีการยกเลิก ดังนั้นเจ้าหน้าที่ต้องเอาจริงจังอย่าลูบหน้าปะจมูก

 

อย่างไรก็ตามคณะกรรมการฯที่โหวตเห็นชอบและไม่เห็นชอบในการยกเลิกมีทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นชอบให้ยกเลิกสารเคมีเป็นส่วนใหญ่และไปในทิศทางเดียวกัน มีเพียงผู้ทรงคุณวุฒิบางส่วนไม่เห็นด้วย  

 

การประชุมวันนี้มีผู้เสนอให้ลงคะแนนอย่างเปิดเผย แต่ที่ประชุมเห็นว่าหากเปิดเผยรายชื่อคนที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จะมีผลกระทบตามมา เนื่องจากสื่อโซเชียลมีความรุนแรงในเรื่องการเปิดเผยผู้เกี่ยวข้อง คณะกรรมการจึงขอสงวนสิทธิ์ไม่เปิดเผยรายชื่อดังกล่าว