royal coronation
วันที่ 16 ตุลาคม 2562
เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง

 ผ่าแผนกยท.ปี2563ในอุ้งมือ"สุนันท์ นวลพรหมสกุล"

วันที่ 30 กันยายน 2562 - 05:50 น.
กยท
Shares :
เปิดอ่าน 25 ครั้ง

 ผ่าแผนกยท.ปี2563ในอุ้งมือ"สุนันท์ นวลพรหมสกุล"

      ดีเดย์!  1 ต.ค.62 สำหรับโครงการประกันรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับการยางแห่งประเทศไทย โดยมีมาตรการที่กำหนดคือ ให้คนละไม่เกิน 25 ไร่ต่อ1 ราย ยางที่จะได้รับการประกันราคาคือ 1.ยางแผ่นคุณภาพดีประกันที่ราคา 60 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม 2.น้ำยางสด DRC 100% ประกันที่ราคา 57 บาท และ 3.ยางก้อนถ้วย ซึ่งมี DRC 50% ประกันที่ราคา 23 บาท 

 สุนันท์ นวลพรหมสกุล

 

       โดยกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินงานในช่วงแรกเป็นเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเกษตรกรชาวสวนยางจะได้รับเงินประกันรายได้ยางพารา 2 เดือนต่อหนึ่งครั้ง โดยงวดแรกจะเริ่มวันที่ 15 ธันวาคม เป็นต้นไป

       การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องยางของประเทศครบวงจร ซึ่งขณะนี้ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 5 ภายใต้การนำของรักษาการผู้ว่าการ กยท.คนใหม่ คือ  "สุนันท์ นวลพรหมสกุล"ยืนยันถึงความพร้อมของกยท.ในการสนองนโยบายดังกล่าวขงอรัฐบาลและกรระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุนันท์ถือเป็นลูกหม้อของกยท. ที่มาจาก กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง(สกย.) เดิม  ได้เข้ารับตำแหน่งรักษาการผู้ว่าการ กยท.เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมาที่พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของหน่วยงานในการย่างเข้าสู่ปีที่ 5

        "จากนี้จะเดินหน้าผลักดัน กยท. ในทุกด้านให้เป็นไปตามเป้าหมาย รวมถึงขับเคลื่อนนโยบายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในด้านต่างๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และพร้อมรับฟังข้อเสนอและความคิดเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน” รักษาการผู้ว่าการตั้งปณิธานไว้

         สุนันท์เผยว่า กยท.จะต้องทำ ตามพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะในมาตรา 9 และ 10 ในการดูแลพี่น้องเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการ ในปี 2563 ก็จะดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของเกษตรกรจะสนับสนุนเรื่องความรู้ เงินกู้ เงินสนับสนุน เพื่อให้เกษตรกรดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนกับกยท.ประมาณ 1.7 ล้านคน พื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 19 ล้านไร่

         ส่วนสถาบันเกษตรกรก็สร้างความเข้มแข็ง สร้างเครือข่ายทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกจังหวัดและทุกเขต รวมทั้งจะยกระดับให้เข้าสู่ตลาด เพื่อที่จะให้เกษตรกรได้เข้าใจราคายางว่า เป็นราคาของตลาดโลก ไม่ใช่ราคาของประเทศไทยประเทศเดียว ราคายางขึ้นก็ขึ้นทั่วโลก เช่นเดียวกันกับราคายางลงก็ลงทั่วโลก ซึ่ง กยท.มีเงินกองทุนที่จะให้สถาบันเกษตรกรกู้ยืม เพื่อพัฒนาสถาบันเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการที่แปรรูปเป็น โดย กยท.จะจัดการตลาดให้

        สำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาง กยท.จะเข้าไปช่วยเหลือให้สามารถสู้ต่างประเทศได้ เข้าไปเจรจาในเรื่องที่มีปัญหาต่างๆให้ เพื่อที่จะขยายตลาดเพิ่ม ซึ่งตลาดยางไม่ใช่ตลาดใหม่ เป็นตลาดที่มีอยู่ทุกวัน เพียงแค่ว่าเราไปเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด โดยนำข้อได้เปรียบในเรื่องคุณภาพไปใช้ขยายตลาด ประเทศไทยเป็นผู้นำในเรื่องคุณภาพและปริมาณของยางพาราในโลก ปัจจุบันมีเพียงพอกับความต้องการ

        “จะเห็นได้จากประเทศจีน ใช้ยางอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านตันต่อปี เป็นทั้งยางธรรมชาติ จีนจะซื้อยางจากประเทศไทยประมาณ 2 ล้านตัน ซึ่งเป็นยางที่มีคุณภาพ ในขณะที่จีนสามารถซื้อยางจากประเทศอื่นๆได้ แต่เพราะจีนต้องการยางคุณภาพสูงเพื่ออัพเกรดยางของต่างประเทศที่ไม่ได้มาตรฐานให้ดีขึ้น ดังนั้นแม้ราคายางจะลดลงแต่ยางของไทยยังมีราคาสูงกว่าประเทศอื่นๆ เฉลี่ยประมาณ 1-2 บาทต่อกิโลกรัม” รักษาการผู้ว่าฯกยท.กล่าว

        นอกจากภารกิจช่วยเหลือเกษตรกร การรักษาเสถียรภาพราคายาง แล้ว กยท.ยังจะเข้าไปทำตลาดเพื่อการยกระดับสินค้า โดยจะเข้าไปเพิ่มมูลค่ายางให้กับเกษตรกร ด้วยการเจรจรกับผู้ประกอบการในเรื่องขยายกำลังการผลิตที่เป็นผลิตภัณฑ์จากยาง เช่น ถุงมือ อุตสาหกรรมยางยืด เครื่องนอน เป็นต้น รวมทั้งจะต้องทำงานตามนโยบายของรัฐบาล เช่น การดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้ยางของภาครัฐ ซึ่ง กยท.จะมีหน้าที่ในการจัดหายางจากเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ไปส่งให้กับหน่วยงานภาครัฐ ที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จด้วยดี ซึ่งในปี 2563 โครงการนี้ยังคงดำเนินต่อไป

        ส่วนงานประจำอีกงานที่จะต้องดำเนินการคิือ การลดพื้นที่ปลูกยางลงปีละ 400,000 ไร่ ในปี 2562 มีเกษตรกรขอโค่นยางมากกว่า 400,000 ไร่ เมื่อโค่นแล้วเกษตรกรส่วนหนึ่งจะปลูกพืชอื่นๆ โดยขอรับเงินทุนสนับสนุนเพื่อปลูกยางเหมือนเดิมประมาณ 250,000 ไร่ พืชอื่นๆ 150,000 ไร่ โดยพืชอื่นๆที่นิยมคือปาล์มน้ำมัน ไม้ผล และไม้ยืนต้น ในปี 2563 ก็เช่นเดิม ตั้งเป้าลดพื้นที่ปลูกยางลงอีก 400,000 ไร่

        นอกจากนี้ กยท. จะแปลวิกฤตให้เป็นโอกาส โดย กยท.จะปรับการดำเนินงานของตลาดกลางยางพาราใหม่ จะปิดตลาดพร้อมกับตลาดซื้อขายยางล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นตลาดสิงคโปร์(SICOM) ตลาดโตเกียว(TOCOM) ตลาดเซี่ยงไฮ้(SHFE) เพื่อป้องกันไม่ให้พ่อค้าคาดการณ์ราคาปิดในประเทศไทยได้ เช่น ตลาดซื้อขายล่วงหน้าเซี่ยงไฮปิดเวลา 10.30 น. ตลาดยางของไทยก็จะเปิด 10.30 น.เช่นกัน แต่ในปัจจุบันเราปิดเวลา 11.00 น. พ่อค้ารู้แล้วว่าที่เซี่ยงไฮ้ปิดราคาซื้อเท่าไหร่ ก็จะไม่มีใครขายแพงกว่าราคาที่เซียงไฮซื้อ เขาซื้อไม่เกินราคาปิด เป็นต้น รวมทั้งจะแบ่งเวลาในการเปิดตลาดเป็นช่วงๆเพื่อให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าซื้อขายสู้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้

         รวมทั้งจะมีการปรับปรุงตลาดเพื่อให้เป็นตลาดที่เกษตรกรมีส่วนร่วม จะเป็นที่มาว่า ตลาดบ้านเราทำไมต้องอิงราคาล่วงหน้า เปิดโอกาสให้ต่างประเทศเข้ามาลงทะเบียนและประมูลได้ทันที  ถ้าให้ต่างประเทศเข้ามาประมูล เกษตรกรจะได้รู้ว่าราคายางต่างประเทศเป็นยังไง มีคู่แข่งมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้นเพราะทั่วโลกสามารถซื้อได้ เกษตรกรจะได้รู้ว่าราคาต่างประเทศเป็นอย่างไร และรู้เลยว่าไม่มีใครกำหนดราคายางได้

          นอกจากนี้จะมีการปรับปรุงเรื่องการล็อกอินเข้าตลาดประมูลยาง ซึ่งจะมีการกำหนดอายุการใช้งาน เช่น หากเกิน 2 เดือนไม่มาประมูลล็อกอินนั้นๆจะหมดอายุทันที จะเข้าไปประมูลจะต้องขอใหม่ ไม่สามารถเข้าได้ตลอดเวลาเหมือนปัจจุบัน ป้องกันไม่ให้เข้่ามาแอบดูราคาของคนอื่นๆ เวลาประมูล รวมทั้งเมื่อประมูลแล้วห้ามถอนออก เป็นการป้องกันการแกล้งตลาด หรือซื้อเกร็งกำไร ซึ่งต่อไปการเสนอราคาประมูลจะต้องพิจารณาอย่างละเอียด ต้องเป็นราคาจริง รวมทั้งในอนาคตการซื้อขายยาง จากตลาดประมูลยางทั้ง 6 แห่งของ กยท.

         ไม่ว่าจะเป็นที่จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช จ.สงขลา จ.บุรีรัมย์ จ.หนองคาย และจ.ยะลา จะมีการปรับระบบใหม่ สหกรณ์ไม่ต้องขนยางไปที่ตลาด ประมูลยางในแอพพลิเคชั่นแทน แต่สหกรณ์จะต้องผลิตยางได้ตามสเปคที่ลูกค้าต้องการ พอประมูลได้ก็นำมาส่งเลย ระบบนี้จะประหยัดค่าขนส่งได้ประมาณ 20 สตางค์ต่อกิโลกรัม

        รักษาการผู้ว่าฯ กยท. กล่าวด้วยว่าบุคลากร กยท. เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการปรับปรุงให้สอดคล้องกับภารกิจ และสถานการณ์ในปัจจุบันเช่นกัน โดยจะต้องพิจารณาจัดคนให้ตรงกับความสามารถ จะเน้นระบบคุณธรรม ลดระบบอุปถัมภ์ ต้องปลุกขวัญกำลังใจ สร้างความเชื่อมั่นต่อองค์กร ต่อไปนี้คนทำงานต้องได้รับผลตอบแทนที่ดี โดยใช้ระบบคุณธรรมในการพิจารณาบุคลากรที่จะก้าวเข้าสู่การบริหารระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง ซึ่งในปัจจุบันคนสอบได้ระดับหัวหน้าแผนกก็ไม่มีอะไรพิเศษ

         "ทุกคนจะถามตัวเองว่าแล้วจะไปสอบเป็นหัวหน้าทำไม ถ้าทุกอย่างเท่าเดิม แต่ความผิดชอบมากขึ้น หนักกว่าเดิม เนืื่องจากเงินเดือนของ กยท. เป็นไปตามอายุงานไม่ได้เป็นไปตามตำแหน่ง ดังนั้นจำเป็นจะต้องปรับปรุงการให้ผลตอบแทนใหม่ จะต้องสร้างแรงจูงใจ เพื่อที่ได้คนที่ทำงานเก่ง มีฝีมือ มีความเชีี่ยวชาญ และมีความสามารถ ซึ่งจะทำให้ การทำงานของ กยท.มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงให้ทุกหน่วยงานของ กยท.มีสวัสดิการที่เท่าเทียมกัน"

      ทั้งนี้ในปัจจุบัน กยท.มีอัตรากำลังที่จะต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพการทำงาน เมื่อมีคนเกษียณแล้วจะไม่รับเพิ่มมาใหม่ ยกเว้นมีความจำเป็นจะใช้วิธีจ้าง

        “กยท.จะต้องเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง พนักงานทุกคนจะทำแผนรายบุคคล แผนแผนก แผนกอง แผนฝ่าย แผนเขต และแผนองค์กร ทุกคนจะมีตัวชี้วัด โดยจะเริิ่มนำมาใช้่ในปี 2563 เผื่อกระตุ้นการทำงาน คนที่ทำงานดีก็จะได้รับผลตอบแทนที่ดีเอาตัวเลขเป็นตัวชี้วัด" นายสุนันท์ กล่าว

         

นอกจากนี้ในปี 2563 กยท.จะต้องดำเนินการคือ การทำธุรกิจ ตามมาตรา 9 (2) ตาม พรบ.การยางแห่งประเทศไทย คือ ธุรกิจเกี่ยวกับยาง เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 กยท.ได้จัดตั้งหน่วยธุรกิจขึ้นมา เพื่อหารายได้จากการบริหารงานด้านธุรกิจ โดยจะต้องเป็น Global player ตัวหนึ่งในตลาด เพื่อไปทำตลาดให้มีการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งหน่วยธุรกิจนี้ในอนาคตจะพัฒนาไปสู่การเป็นบริษัทลูกของ กยท. โดยจะทำธุรกิจที่เกี่ยวกับยางทั้งหมดที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยางประเภทต่างๆ ไม้ยาง ผลิตภัณฑ์ยาง ปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องกับยาง เคมีภัณฑ์การเกษตรไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหรือยา โลจิสติกเป็นการขนส่งเกี่ยวกับยาง การออกใบรับรองเกี่ยวกับยาง การให้เงินกู้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร เป็นต้น ซึ่งล่าสุดสั่งให้เปิดโรงงานของกยท.ทั้ง 6 โรงงาน ซึ่งมีทั้ง โรงงานผลิตยางแท่ง โรงงานน้ำยางข้น โรงงานยางแผ่น โรงงานแปรรูปไม้ ซึ่งจะสอดรับกับหน่วยธุรกิจ ที่จะนำ กยท.เข้าสู่การเป็น Global player

          หลังจากนี้ ต้องจับตาดู กยท.ในมิติใหม่ ภายในการบริหารงานของลูกหม้อ กยท. "สุนันท์ นวลพรหมสกุล” จะเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่? 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ