10 กันยายน 2562 นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิชีววิถี(ไบโอไทย)เปิดเผยว่าวันนี้ (10ก.ย.)เครือข่ายต้านสารเคมีวัถตุอันตรายทางการเกษตร ที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งหมด 68 6องค์กร จะเดินทางปกระทรวงเกษตรฯ 

 

ทั้งนี้เพื่อเข้าพบ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในการสนับสนุนให้มีการแบนสารพิษ 3 สาร พาราควอต ไกลโฟรเซส คลอร์ไพริฟอส ในสิ้นปีนี้ ตามคำให้สัมภาษณ์ของรมช.เกษตรฯรวมทั้งยังที่ได้ให้นโยบายแก่ผู้บริหารและข้าราชการกรมวิชาการเกษตร ไว้เมื่อตอนเข้ารับตำแหน่งรมช.เกษตรฯ


นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ตัวแทนเครือข่ายกว่า 30 คน มาเข้าพบครั้งนี้เพื่อต้องการจะเสนอแนะต่อรมช.เกษตรฯในเรื่องการหามาตรการสนับสนุนเกษตรกร ที่ต้องการปรับเปลี่ยนทำเกษตรโดยไม่ใช้สารพิษร้ายแรง ทั้งนี้กรณีที่รมช.เกษตรฯได้ประกาศตั้งกรรมการพิจารณาผลกระทบการใช้สารเคมี 3 ชนิด ภายใน 15 วัน ทางเครือข่ายไม่เห็นด้วยเพราะการตั้งคณะกรรมการมาศึกษาผลกระทบ ได้ตั้งหลายรอบแล้วซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ผลสรุปชัดเจนอยู่แล้วว่ามีผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นให้คณะกรรมการชุดของรมช.เกษตรฯมุ่งไปสู่เรื่องการหามาตรการทดแทนการใช้สารเคมีและ มาตรการสนับสนุนเกษตรกร ปรับเปลี่ยนวิธีทำเกษตรโดยไม่พึ่งสารเคมี


มาตรการทดแทน  วิธีการทดแทน มีหลายมาตรการ มากกว่าการใช้สารเคมี เช่นการใช้เครื่องจักรกล เครื่องมือกลทางการเกษตร การจัดระบบปลูกพืช การใช้พืชคลุมดิน ซึ่งหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ และกรมวิชาการเกษตร ที่ผ่านมามีงานวิจัยและมาตรการการทดแทนใช้สารเคมี ไว้เป็นจำนวนมากแต่กลับไม่ถูกนำเสนอขึ้นมา  อีกทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

 

ขณะนี้มีประสบการณ์มากมาย ของเกษตรกร ผู้ประกอบการ ที่ทำเกษตรประสบความสำเร็จโดยไม่ใช้สารเคมีใดๆ ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯไม่สนใจ วิธีการเหล่านี้จะผลัดดันลงพื้นที่ให้ถึงเกษตรกรไทยและจริงๆมีหน่วยงานดูแลทำเรื่องนี้ในกรมวิชาการเกษตร ไม่ดึงมาดำเนินการโดยตรง ในสิ่งที่เกิดประโยชน์กับประชาชนและเกษตรกร จึงเป็นเรื่องน่าแปลกใจมาก

 

นายวิฑูรย์ กล่าวว่าตอนนี้กระทรวงเกษตรฯอย่าโยนภาระให้กระทรวงอื่นในเรื่องการแบนสารพิษ เพราะเป็นหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร โดยตรงที่จะไม่อนุญาตนำเข้าสารเคมี และเสนอให้มีการแบนตามขั้นตอน ไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตราย พร้อมกับข้อเสนออย่างน้อยสองในเรื่องมาตรการทางเลือก วิธีทดแทนสารเคมี มีความเสี่ยงสูง และมาตรการสนับสนุนเกษตร บางส่วนที่ต้องการได้รับการสนับสนุน ซึ่งตรงนี้เป็นส่วนของนโยบาย ว่าจะสนับสนุนอย่างไรเพราะเกษตรกรบางกลุ่ม บอกว่าถ้าใช้เครื่องจักรกล ต้นทุนแพง ก็จะต้องมีทางเลือกทดแทนไว้ให้ด้วย 

 

ครั้งนี้เป็นการพิสูจน์รัฐบาล เอาจริงหรือไม่เอาในการแบนสารพิษ ซึ่งเสียงประชาชนเรียกร้องให้แบนมีเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย และพิสูจน์ตัวเองของรมช.มนัญญา ด้วยที่รับปากไว้จะทำได้จริงหรือไม่ ซึ่งผมได้ข่าวขณะนี้เหมือนกับ หน่วยงานข้างล่าง ไม่สนับสนุนนโยบายรมช.เกษตรฯเต็มที่ และข้างบนดูเงียบ ๆ

 

ดังนั้นการขับเคลื่อนของประชาชน จะมีผลให้ตัดสินใจเรื่องนี้ รวมทั้งบรรยากาศการเมืองเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เห็นว่าสิ่งที่แถลงนโยบายไว้ ถ้าไม่ทำอะไรจะมีผลกระทบทางการเมืองทันที พรุ่งนี้มาพบเพื่อสนับสนุน การแบนสารพิษร้ายแรงภายในสิ้นปี พร้อมเสนอแนะขบวนการทำงานขั้นตอนต่อไป เพราะถ้าไปดูพื้นที่จริงๆคนที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่เกษตรกรส่วนใหญ่ ซึ่งควรเปลี่ยนวิธีสนับสนุนอย่างไรโดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน