รัฐมนตรี​เกษตร​ฯ​ ชู​ "กฤษฎา​โมเดล" จากโครงการ​ปลูก​ข้าวโพด​หลัง​นา​ เป็น​ต้นแบบ​การวางแผน​การผลิต​ภาค​การเกษตร​ของ​ประเทศ​ ซึ่ง​ในอนาคต​เกษตร​กรจะทำเกษตร​กรรม​ใด​ จะต้องรวมกลุ่ม​กัน​ทำและผลิตตามความต้องการของตลาดเพื่อ​ไม่ต้องประสบภาวะราคา​ผลผลิต​ตกต่ำและมีรายได้​มั่นคง​ยั่งยืน​


   
      

 

     นาย​กฤษฎา​ บุญ​ราช​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​เกษตร​และสหกรณ์ตรวจความก้าวหน้าโครงการ​สานพลังประชา​รัฐ​เพื่อ​สนับสนุน​การปลูก​ข้าวโพด​เลี้ยง​สัตว์​หลัง​ฤดู​ทำนา​ที่บ้านเปือย หมู่ที่ 5 ตำบลโนนทัน อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นแปลงปลูกข้าวโพดของนางทองเที่ยง สุดจอมและนายสำลี ล้นทม สมาชิกสหกรณ์การเกษตรหนองเรือ จำกัด 

   นาย​กฤษฎา​กล่าวว่า​ โครงการ​ส่งเสริมการปลูกพืชหลังนาเป็นนโยบายสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งหวังที่จะสร้างสมดุลของปริมาณผลผลิตข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยลดพื้นที่การปลูกข้าวนาปรัง  แล้วหันมาปลูกพืชอื่นที่มีศักยภาพและสามารถบริหารจัดการด้านการตลาดได้ทดแทน ในปีนี้นำร่องส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นต้นแบบเนื่องจาก​ได้ศึกษา​ความต้องการ​ของ​ตลาด​พบว่า​ ไทยยังผลิตข้าวโพด​เลี้ยง​สัตว์​ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ​ ปัจจุบัน​ผลิตได้ปีละ​ 5  ล้านตัน​ แต่ตลาดต้องการ​ 8​ ล้าน​ตัน​ ยังขาดอยู่​ 3 ล้านตัน​ ทั้งนี้​ก่อนจะจัดทำโครงการ​นี้​ กระทรวง​เกษตร​ฯ​ ได้ศึกษา​รูปแบบ​การทำการเกษตร​ของ​ประเทศ​ที่พัฒนาแล้ว​ รวมถึง​ให้ผู้ช่วยทูตฝ่ายเกษตร​ซึ่ง​มี​ 11​ สำนัก​งานใน​ 9​ ประเทศ​เช่น​ สหภาพ​ยุโรป​ ออสเตรเลีย​ จีน​ญี่ปุ่น​ เป็น​ต้น​ พบว่า​ เกษตร​กรจะทำเกษตร​แบบรวมกลุ่ม​ และจะสำรวจความ​ต้องการ​ของ​ตลาด​ก่อน​ แล้วจึงเพาะปลูก​ เลี้ยงสัตว์​ และทำประมง​ให้ผลผลิตสมดุล​กับความต้องการ​ของ​ตลาด​เพื่อ​ไม่ให้​ผล​ผลิต​ล้นเกิน​ จนราคาตกต่ำหรือถูก​คนกลางกดราคา

   นาย​กฤษฎา​กล่าว​ว่า​ ได้ปรับกระบวนการ​ทำงานของหน่วยงานต่างๆ​ ของ​กระทรวง​ใหม่​ให้บูรณาการ​กัน​ โดยก่อนเริ่มโครงการ​ปลูก​ข้าวโพด​หลัง​นา​นั้น​ กรม​พัฒนา​ที่ดิน​จะสำรวจพื้นที่​ที่ดินมีคุณสมบัติ​เหมาะสม​ กรม​ชลประทาน​สำรวจและเพิ่มศักยภาพ​การจัดสรรน้ำให้เพียงพอ​ตลอด​ฤดูกาล​เพาะปลูก​ 4  เดือน​ กรมส่งเสริมการเกษตร​เข้ามาให้​คำแนะนำ​ในการปลูกและ​ดูแล​แปลง​ กรมวิชาการเกษตร​เข้ามาช่วยแนะนำ​เรื่อง​การให้ปุ๋ยและการกำจัด​แมลงศัตรู​พืช​ กรมปศุสัตว์​ประสาน​สมาคม​ผู้ผลิต​อาหารสัตว์​ในการเข้าทำข้อตกลง​รับซื้อ​ผลผลิต​ กรมส่งเสริม​สหกรณ์​สนับสนุน​ให้​สหกรณ์​การเกษตร​ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรกิจ​จัดหาเมล็ด​พันธุ์​ ปัจจัย​การผลิต​ รวมทั้ง​ตั้งจุดรวบรวม​และรับซื้อผลผลิต​เพื่อ​ส่งให้บริษัท​ผู้​ผลิต​อาหาร​สัตว์​ต่อไป​ ซึ่ง​ขณะนี้​สามารถ​จัดตั้ง​จุดรับ​ซื้อ​ได้ครอบคลุม​ทุกอำเภอใน​ 37​ จังหวัด​ของ​โครงการ​ ทำให้​เกษตร​กรไม่ต้องขนผลผลิต​ไปขายเป็น​ระยะทางไกล​ เพิ่มต้นทุน​ค่าขนส่งขึ้นอีก

   นาย​กฤษฎา​กล่าวว่า​ ในจังหวัด​ขอนแก่น​นั้น​ เกษตรกร​เริ่มปลูกข้าว​โพดได้​ 45​ วันแล้ว​ คาดว่า​ จะเก็บผลผลิต​ได้ปลายเดือน​เมษายน​ถึงต้นพฤษภาคม​ ซึ่ง​ข้าวโพด​เลี้ยง​สัตว์​หน้าแล้ง​นั้น​ สมาคม​ผู้ผลิต​อาหารสัตว์​ระบุว่า​ มีคุณภาพดี​ ความชื้นต่ำเนื่องจาก​เมื่อข้าวโพด​แก่​ ยังไม่มีฝน​ เมล็ดเสียจึงน้อย​ อีกทั้งสมาคม​ผู้ผลิต​เมล็ด​พันธุ์ของ​ไท​ย​ร่วมให้ความรู้​ จัดทำแปลงสาธิต​ เป็น​พี่​เลี้ยง​ทุกขั้นตอน​จนกระทั่ง​เก็บผลผลิต​ จึงคาดว่า​ ผลผลิต​ต่อไร่เฉลี่ย​ 1,200​ กิโลกรัม​ หากดูแล​ดีสามารถ​สูงถึง​ 1,500  ถึง​ 1,800​ กิโลกรัมต่อไร่ดังเช่นที่แปลงนำร่องในจังหวัด​อุตรดิตถ์​และพิษณุโลก​ประสบผลสำเร็จ​มาแล้ว​  เมื่อหักต้นทุน​การผลิต​ทั้งหมด​จะมีกำไร​ 3,000​ ถึง​ 4,000​ บาท​ ขณะที่​ข้าวนาปรังได้กำไรเพียง​ 300​ ถึง​ 400​ บาทต่อไร่​ การปลูกข้าวโพด​เลี้ยง​สัตว์​จึงได้กำไรมากกว่า​ 10  เท่า​ โดยกระทรวง​เกษตร​ฯ​ จะใช้​เป็นต้นแบบ​ส่งเสริม​เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชชนิดอื่นๆ หลังฤดูทำนาในปีต่อๆ​ ไป เช่น ถั่วเหลือง​ ถั่วเขียว​ และพืชผัก​ โดยจะต้องทำเกษตร​แบบแปลงใหญ่​หรือสหกรณ์​เพื่อ​ให้​เกษตรกร​สามารถ​ลดต้นทุน​การผลิต​และมีกำลัง​ในการต่อรองราคา​ขายให้ได้รับความเป็​นธรรม​ ไม่ถูก​กดราคา​จากคนกลางเหมือน​ที่ผ่านๆ​ มา

   "ตามฐานข้อมูล​เกษตร​กรนั้น​ ประเทศ​ไทยมีผู้ประกอบอาชีพ​เกษตร​กรรม​ 7.5  ล้านครัวเรือน​ซึ่ง​จากนี้ไปจะต้องเข้า​สู่แผนการผลิต​ภาค​การเกษตร​ของ​ประเทศ​เพื่อ​สร้างความมั่นใจว่า​ มีผู้รับซื้อผลผลิต​ทั้งหมด​ ได้รับราคาเป็น​ธรรม​ หากเกิดภัยพิบัติ​มีระบบประกันภัยจ่ายค่าชดเชย​ให้​ ดังนั้นต่อไป​ รัฐไม่ต้องนำงบประมาณ​เป็น​จำนวน​มาก​มารับจำนำผล​ผลิต​หรือรับซื้อในราคานำตลาด​ ซึ่งที่ผ่านมา​ แต่ละปีต้องใช้งบหลายแสนล้านบาท​ อีกทั้งเมื่อ​ซื้อผลผลิต​แล้ว​ ยังต้องเสียค่าเช่า​โกดังเก็บรักษา​ ผล​ผลิต​เสื่อม​คุณ​ภาพ​ หรือเกิด​ปัญหา​ผล​ผลิต​ที่เก็บไว้หาย​ ต้นแบบนี้เป็น​ 'กฤษฎาโมเดล' ซึ่ง​แม้ว่า​จะเปลี่ยนรัฐบาล​ ยังคง​ใช้​เป็น​แนวทางการดูแลเกษตรกร​ให้มีรายได้มั่นคง​และยั่งยืน​ได้ต่อไป​"  นายกฤษฎา​กล่าว

   ทางด้านนายวิศิษฐ์​ ศรี​สุวรรณ​ รองอธิบดี​กรม​ส่งเสริม​สหกรณ์​กล่าว​ว่า​   สำนักงานสหกรณ์จังหวัดขอนแก่นร่วมกับหน่วยงานสำรวจเกษตรกรที่มีความพร้อมและสมัครใจเข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อการสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาจำนวนทั้งสิ้น 1,053 ราย พื้นที่เพาะปลูก 6,389.75 ไร่ คาดว่าจะได้ปริมาณผลผลิตข้าวโพด 9781 ตัน.  ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกสหกรณ์จำนวน 64 ราย พื้นที่เพาะปลูก 315 ไร่   ซึ่งสหกรณ์จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว โดยทำหน้าที่บริหารจัดการผลผลิตเริ่มตั้งแต่การส่งเสริมการผลิตให้เกษตรกร จัดหาเมล็ดพันธุ์ ปัจจัยการผลิตต่างๆ ประสานหน่วยงานที่มีนักวิชาการเกษตรเข้ามาถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการดูแลพื้นที่เพาะปลูก การเก็บเกี่ยวผลผลิต การรวบรวมผลผลิต ตลอดจนจัดหาตลาดมารับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกร ซึ่งในจังหวัดขอนแก่นมีสหกรณ์ภาคเกษตรที่มีความพร้อมเปิดจุดรับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรหนองเรือ จำกัด  สหกรณ์การเกษตรบ้านฝาง จำกัด สหกรณ์การเกษตรภูเวียง จำกัด  สหกรณ์การเกษตรชุมแพ จำกัด  สหกรณ์การเกษตรน้ำพอง จำกัด  สหกรณ์การเกษตรเขาสวนกวาง จำกัด  สหกรณ์การเกษตรกระนวน จำกัด  สหกรณ์การเกษตรอุบลรัตน์ จำกัด  สหกรณ์การเกษตรมัญจาคีรี จำกัด  สหกรณ์การเกษตรชนบท จำกัด ซึ่งสหกรณ์มีอุปกรณ์การตลาดทั้งโกดัง ลานตาก  พร้อมสำหรับการเก็บรวบรวมข้าวโพดจากเกษตรกร ก่อนจะส่งขายให้กับบริษัทเอกชนในอำเภอชุมแพ เพื่อนำไปอบลดความชื้นและแยกสิ่งเจือปน เพื่อส่งให้กับโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งโครงการนี้เป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือจัดการข้าวโพดแบบครบวงจรระหว่างภาครัฐ สหกรณ์ และภาคเอกชน 
 

                 สำหรับแปลงปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของนางทองเที่ยง สุดจอมและนายสำลี ล้นทม ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรหนองเรือ จำกัด นั้น เกษตรกรทั้ง 2 รายนี้ได้เริ่มทดลองหันมาปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ พื้นที่เดิมเคยทำนาและปลูกผักสวนครัว และใช้น้ำใต้ดิน(น้ำบาดาล)ในการเพาะปลูก ซึ่งการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา เนื่องจากมีความมั่นใจในมาตรการที่ภาครัฐให้การสนับสนุน  ทั้งการสนับสนุนสินเชื่อจากธกส.อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 การทำประกันภัยพืชผลเพื่อป้องกันความเสี่ยงเมื่อเกิดความเสียหายในการเพาะปลูก และยังได้มีการประสานกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์และภาคเอกชนในการเข้ามารับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ  โดยมีสหกรณ์เป็นตัวกลางในการดูแลและบริหารจัดการผลผลิตให้กับเกษตรกร 
ส่วนต้นทุนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของสมาชิกสหกรณ์/เกษตรกรในพื้นที่อำเภอหนองเรือ เฉลี่ย 4,980 บาทต่อไร่  โดยรวมต้นข้าวโพดมีความเจริญเติบโตสมบูรณ์ คาดว่าจะได้ผลผลิตเฉลี่ย 1,500 – 2,000 กก.ต่อไร่  ซึ่งสหกรณ์จะรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด โดยรับซื้อเป็นข้าวโพดฝักแก่เมล็ดติดฝักปลอกเปลือก ในราคาไม่ต่ำกว่า 5 บาทต่อกิโลกรัมในระดับความชื้น 27-30​ % หรือ​หากสีแกะเมล็ด​ นำไปปรับปรุง​คุณภาพ​จนได้ความชื้นร้อยละ​ 14.5​ จะขายได้ไม่ต่ำกว่า​กิโลกรัม​ละ​ 8​ บาทแน่นอน​ ซึ่งจากแปลงนำร่องที่เก็บเกี่ยว​และขายแล้ว​ เกษตรกรมีรายได้ไม่ต่ำกว่าไร่ละ 9,000 บาท             เมื่อหักต้นทุนการผลิตแล้วมีกำไรเฉลี่ย 4,020 บาทต่อไร่ และคาดว่าโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในจังหวัดขอนแก่นไม่น้อยกว่า 48 ล้านบาท