ปลาเก๋าหรือปลากะรัง แม้จะเป็นปลาที่สืบพันธุ์และวางไข่ในท้องทะเลลึก แต่ลูกปลาเล็กๆ กลับมาใช้ชีวิตอยู่อาศัยตามบริเวณชายฝั่งทะเล และปากแม่น้ำเป็นส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่ปลาชนิดนี้ต่างไปจากปลาเลี้ยงชนิดอื่นๆ ตรงที่มันสามารถเปลี่ยนเพศได้ เมื่อปลาอายุได้ 3 ปี มีน้ำหนักตัวประมาณ 3 กิโลกรัมก็จะเป็นเพศเมีย แต่เมื่อปลาเจริญเติบโตมีน้ำหนักตัวประมาณ 7 กิโลกรัม ก็จะเปลี่ยนเป็นเพศผู้ทันที 

ดังนั้น การผสมพันธุ์ของปลาชนิดนี้ในธรรมชาติจะเกิดจากปลาเพศผู้ที่มีขนาดใหญ่กับปลาเพศเมีย อีกอย่างปลาเก๋าจะไม่สามารถอยู่ในน้ำจืด เช่นเดียวกับปลากะพงขาวได้ ดังนั้น สถานที่ใช้เลี้ยงปลาเก๋า จะต้องมีความเค็มตลอดทั้งปี อย่างน้อยต้องมีความเค็มตั้งแต่ 10 ส่วนในพันส่วน(ppt)ขึ้นไป

วิธีการเลี้ยงนั้น ไม่ยาก ผู้เลี้ยงจะต้องให้ความสำคัญสถานที่เลี้ยงหรือฟาร์มเป็นอันดับแรก เพราะถ้าเลือกผิดความล้มเหลวในการเลี้ยงก็จะมีมาก ไม่ว่าจะเป็นบ่อเลี้ยงหรือกระชังก็ตาม ฉะนั้นการเลือกสถานที่เลี้ยงควรจะอยู่ในบริเวณต่อไปนี้

 ข้อ 1 ต้องเป็นบริเวณที่มีกำบังจากคลื่นลม กระแสน้ำ ไต้ฝุ่น น้ำท่วม และตะกอน ข้อ 2 ต้องไม่มีน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม การเกษตร และบ้านเรือนไหลลงไปได้ ข้อ 3 มีหนทางคมนาคมสะดวก แต่ต้องปลอดภัยจากการบุกรุกหรือขโมยได้ ข้อ 4 ต้องมีภูมิอากาศที่เหมาะสม เพราะจะมีผลต่อคุณภาพน้ำ ที่สำคัญควรอยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิและความเค็มไม่ปลี่ยนแปลงมากนักและข้อสุดท้ายต้องมีน้ำจืดอย่างเพียงพอ เพื่อแก้ปัญหาในระหว่างการเลี้ยงและการรักษาโรคได้ทันท่วงที

แต่หากผู้เลี้ยงเลือกสถานที่เลี้ยงในบ่อดินที่ใช้น้ำกร่อย ถ้าอยากจะเลี้ยงปลาให้โตเร็วและรอดตายสูง ควรจัดการน้ำในบ่อให้มีคุณภาพ โดยต้องคำนึงความเป็นกรดเป็นด่าง 7.5-8.3 ส่วนอุณหภูมิ 25.0-32.0 องศาเซลเซียส ในขณะที่ความเค็มอยู่ที่ 20.0-32.0 ส่วนในพันส่วน (ppt) ออกซิเจนในน้ำ (DO) 4.0-8.0 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ไนไตรท์-ไนโตรเจน 0-0.05 ส่วนในล้านส่วน (ppm) และแอมโมเนีย น้อยกว่า 0.02 ส่วนในล้านส่วน (ppm)

ส่วนดินพื้นบ่อ ควรเลือกที่เป็นดินเหนียว ดินร่วนปนดินเหนียว หรือดินร่วนปนทราย แต่อย่าเลือกบริเวณที่ดินเป็นกรดหรือมีการปนเปื้อนของสารเคมี เพราะอาจเป็นอันตรายต่อปลาได้ ส่วนพื้นที่จะต้องมีความลาดเอียงที่พอเหมาะเพื่อป้องกันการพังทลาย การซึม และน้ำท่วม

แต่จะเป็นประโยชน์อย่างมากถ้าสามารถใช้การขึ้นลงของน้ำช่วยในการถ่ายเทน้ำในบ่อ และบ่อควรมีความลึกไม่น้อยกว่า 0.8 เมตร แต่สิ่งที่ผู้เลี้ยงควรคำนึงถึงมากที่สุดถ้าเป็นการเลี้ยงแบบพัฒนา ก็ควรจะกันพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สำหรับการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียและของเสียจากการเลี้ยงเอาไว้ด้วย