SALIKA เป็นสำนักข่าวหนึ่งซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองของคนในวงการสื่อ


          หากเราเข้าไปดูเฟซบุ๊กของ SALIKA เราจะพบ การกดไลก์ การคอมเมนต์ และการแชร์ ข่าวของ SALIKA จากนักอ่าน Generation Y เป็นส่วนใหญ่

 

 

          เพราะ Theme หลักของ SALIKA คือการเป็นสำนักข่าวที่นำเสนอเรื่องราวของ “นวัตกรรม” จึงทำให้โดนใจนักอ่าน Generation Y ค่อนข้างมาก


          เนื้อหาอีกส่วนหนึ่งของ SALIKA คือการนำเสนอความก้าวหน้าของ “อุตสาหกรรมเป้าหมาย” หรือ 12 S-Curve ของรัฐบาล ภายใต้การดำเนินงานของอีอีซี หรือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก


          คอลัมน์ “ตำข่าวสารกรอกหม้อ” นิตยสาร “เนชั่นสุดสัปดาห์” หนังสือพิมพ์ “คมชัดลึก” เสาร์นี้ ได้รับเกียรติจาก “อาตมัน ทองอยู่” แห่งสำนักข่าว SALIKA มาจับเข่าคุยกันครับ


          ถาม: จุดเริ่มต้นของสาลิกา
          ตอบ:
จริงๆ จุดเริ่มต้นของ www.salika.co ในตอนแรก เราคิดว่ามันเป็นเหมือนโปรเจกต์หนึ่งซึ่งเราอยากทดลองสร้างพื้นที่สำหรับเล่าเรื่องนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ให้แก่สังคม เล่าเรื่องการศึกษาในยุคศตวรรษที่ 21 ที่ห้องเรียนอาจไม่สำคัญเท่าประสบการณ์หรือการลงมือทำจริง เล่าเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อ่าน รวมถึงสร้างมุมมองเชิงบวก ทั้งในด้านการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจ ด้วยการนำเสนอบทความที่มองถึงความเป็นไปได้ และการจัดการหรือแนวคิดเพื่อปัญหาและอุปสรรคผ่านเรื่องราวและกรณีศึกษาต่างๆ

 

          โดยส่วนตัว ผมมองว่าทุกวันนี้เราอยู่ในยุคที่เรียกว่า Information Overload คือข้อมูลที่เราได้รับในแต่ละวันมันเยอะมาก ซึ่งต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่จะเป็นข่าวหน้าหนึ่ง กับเอนเตอร์เทนเมนต์ แต่ผมก็ยังเชื่อว่า เรายังมีพื้นที่อีกมากสำหรับสร้างเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ ที่สร้างหรือรวบรวมองค์ความรู้ที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงทั้งในเรื่องเฉพาะบุคคลหรือในทางสังคมโดยรวม เพื่อเป็นตัวเลือกให้คนได้เสพเนื้อหาประเภทนี้ นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่อยากลองครับ




          ถาม: ก่อนหน้าจะมาบริหาร SALIKA คุณทำอะไรมาก่อน
          ตอบ: ทำ Production House เรียนจบปุ๊บก็ทำเลย ในช่วงสองปีแรก ผมกับเพื่อนอีกสองคนทำทุกอย่างเอง ลงแรงลงสมองเองกันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทำเว็บไซต์ หาลูกค้า รับบรีฟเขียนบท ถ่ายทำ ตัดต่อ ใส่ซีจี (Computer Graphic) ตอนนั้นรู้เลยว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงาน คือการลงมือทำ การแก้ไขปัญหา การดีลกับคนที่เราไม่เคยรู้จัก พอบริษัทเริ่มโตก็เริ่มฝึกทักษะด้านการบริหาร ทั้งเรื่องของการจัดการงาน การบริหารคนภายในองค์กร ซึ่งอันหลังจะเหนื่อยกว่า


          หลังจากนั้นก็ไปเปิดร้านอาหารชื่อ “กากเจียวก๋วยเตี๋ยวเรือ” ที่ขอนแก่น ซึ่งก็ไปได้ดี ตอนนี้พอธุรกิจเริ่มโต เราต้องเริ่มคิดถึงเรื่องความอยู่รอดขององค์กร เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวและมีทีมงานที่เขาต้องรับเงินเดือนจากเรา ทำอย่างไรจะให้บริษัทของเราโตขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างมั่นคง ซึ่งก็สนุกดีครับ