“...Out of the Gobi อัตชีวประวัติของ เวย เจียน ชาน...”


          “...เวย เจียน ชาน จบ MBA จากมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก และปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ เขาเติบโตในจีนแผ่นดินใหญ่ ในยุค 50 โดยที่เขาได้รับการศึกษาเพียงชั้นประถมตอนต้นเท่านั้น ยังไม่ได้เข้าเรียนชั้นประถมตอนปลายเสียด้วยซ้ำ เพราะตอนนั้น ผู้นำจีน เหมา เจ๋อ ตุง ได้ทำการ “ปฏิวัติวัฒนธรรม” ขึ้นในจีน โดยนโยบายดังกล่าวทำให้จีนเข้าสู่ยุคของความหายนะของสังคม โดย เหมา เจ๋อ ตุง ใช้กลุ่มยุวชนแดงที่เรียกตัวเองว่า Red Guard เข้าโจมตีศัตรูที่ถูกมองว่าเป็นกลุ่มหัวโบราณ กลุ่มปฏิกิริยานิยม กลุ่มอนุรักษนิยม ที่ต้องถูกกำจัดให้สิ้นไปทั้งแผ่นดินจีน กลุ่มยุวชนแดงได้เข้าไปทำลายทรัพย์สิน คร่าชีวิตคนจีนที่เคยเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ เคยสร้างคุณงามความดีให้แก่บ้านเมือง เคยเป็นครูบาอาจารย์ พนักงานรัฐ หรือแม้แต่สหายของ เหมา เจ๋อตุง เอง ก็ต้องถูกกำจัดไปอย่างน่าเวทนา...”

 

 

          “...เวย เจียน ชาน ตอนนั้นยังเป็นเยาวชนอยู่ ได้เห็นการกระทำอันโหดร้ายของ Red Guard อย่างน่าสะพรึงกลัว บ้านของเขาเองก็เคยถูกกลุ่มยุวชนแดงบุกเข้าไปในบ้าน จนแม่ของเขาต้องเอาปลาเงินปลาทองไปทิ้ง เพราะอาจถูกมองว่า ปลาเงินปลาทองเป็นสัญลักษณ์ของความเอาเปรียบ เพราะไม่ทำอะไรนอกจากว่ายไปว่ายมาอย่างเชื่องช้า เวย เจียน ชาน มองว่าพฤติกรรมของพวกกลุ่มยุวชนแดง (Red Guard) คือความโหดร้ายและความน่าสมเพชในสังคมจีนในยุคนั้น...”

 

 

ความหลัง ครั้ง Red Guard

 


          “...ตอนที่ เวย เจียน ชาน อายุ 15 ปี เขาและเยาวชนจีนทั้งเด็กชายและเด็กหญิง ได้ถูกส่งไปทำงานในทะเลทรายโกบี โดยทำงานใช้แรงงานเป็นหลัก โดยเขาไม่ได้รับการศึกษาหลังจากจบการศึกษาประถมต้นเป็นเวลา 6 ปี ก่อนที่จะกลับกรุงปักกิ่งบ้านเกิดของเขา หลังจากนโยบายใหม่ของผู้นำ เติ้ง เสี่ยว ผิง...”


          “...เขาเริ่มเรียนภาษาอังกฤษที่ปักกิ่งอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อตอนที่เขามีอายุ 21 ปีไปแล้ว และได้เดินทางเข้าสู่อเมริกาในทศวรรษ 1980 เพื่อเรียน MBA ที่ซานฟรานซิสโก จนกระทั่งกลายเป็นนักธุรกิจและอภิมหาเศรษฐีในปัจจุบัน...”

 



          “...ความพยายามอย่างแรงกล้าของเขา ไม่ยอมท้อแท้ต่ออุปสรรคทั้งปวง แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ ที่ได้ถูกบรรยายในหนังสือเล่มนี้ รวมถึงนโยบายและการบริหารของประเทศที่ถูกต้องเหมาะสม (จาก “เหมา เจ๋อ ตุง” สู่ “เติ้ง เสี่ยว ผิง”) ที่นำพาประเทศจีน จากความยากจนแสนสาหัส สู่ยุคของความรุ่งเรืองทางธุรกิจอย่างมหัศจรรย์ของจีนในปัจจุบัน ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ว่าความพยายามอย่างแรงกล้าของมนุษย์ มักจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ...”


          “...ปัจจุบัน เวย เจียน ชาน เป็น CED ของ PAG ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินธุรกิจทางด้าน Private Equity Fund ด้านอสังหาริมทรัพย์ เคยเป็นกรรมการผู้จัดการ JP Morgan และอาจารย์ที่ Wharton Business School ครับ...” สมพงษ์ สุวรรณจิตกุล