
ลำปางหนุนกองทุนผู้ยากไร้ สละเบี้ยยังชีพให้ผู้ด้อยโอกาส
ชาวลำปางใจบุญ ให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสกว่า หลังจากเทศบาลเมืองลำปาง ผุดแนวคิด "กองทุนผู้ยากไร้" เพื่อสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย จากผู้ที่ไม่ประสงค์รับเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุจากรัฐบาล เพราะมีรายได้และฐานะดีอยู่แล้ว
จากการสำรวจคุณภาพชีวิตพบว่า ชาวลำปางมีคุณภาพชีวิตที่ต่ำ ส่งผลให้ ดร.นิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีนครลำปาง เกิดแนวคิดจัดตั้ง “กองทุนผู้ยากไร้” เพื่อสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย หลังประชาสัมพันธ์ออกไป ปรากฏว่า ประชาชนอยากมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ผู้ช่วยเหลือรายแรกคือ นางสรัตนา เหมจินดา อายุ 65 ปี เจ้าของภัตตาคารสระน้ำ-เรือนแพ ร้านอาหารชื่อดังของ จ.ลำปาง เป็นบุคคลหนึ่งที่เล็งเห็นความสำคัญของกองทุนสงเคราะห์ผู้ยากไร้ของเทศบาลนครลำปาง และเต็มใจที่จะสละเงินเบี้ยยังชีพเดือนละ 500 บาท ให้แก่กองทุน
นางสรัตนา กล่าวว่า ทราบจากเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการ ของเทศบาลว่าจะมีการก่อตั้งกองทุนผู้ยากไร้ของเทศบาลนครลำปาง พอทราบอย่างนี้ก็สนใจอย่างมาก ตนได้เบี้ยยังชีพเดือนละ 500 บาท และได้มาปีกว่าแล้ว และเงินก็ยังอยู่ในบัญชีของธนาคารธนาคารกรุงไทย ตั้งแต่เดือนแรก จะถึงปัจจุบัน มีเงินประมาณ 13,000 บาท ตั้งใจไว้ว่าจะยังไม่เบิกเงินในบัญชี เพราะว่าเป็นเงินที่เราได้มาตามสิทธิ คิดว่าเงินจำนวนนี้น่าจะเอาไปทำประโยชน์ คิดอยู่ว่าจะเอาเงินไปทำประโยชน์อะไรดี แต่ต้องนำไปทำบุญ ทำประโยชน์อะไรสักอย่าง ที่ไม่ใช่เพื่อตนเอง แต่เพื่อคนอื่น แต่ยังนึกไม่ออก
พอทราบเรื่องการก่อตั้งกองทุนดังกล่าว จึงจะนำเงินไปเข้ากองทุนเพราะเป็นกองทุนที่ช่วยเหลือคนยากไร้ และเต็มใจที่จะมอบให้ตลอดไป ดังนั้นจึงตัดสินใจนำหลักฐานบัญชีธนาคารดังกล่าว ไปแจ้งความประสงค์ ทำเรื่องมอบอำนาจ มอบเงินเบี้ยยังชีพให้แก่ทางเทศบาลไปดำเนินการทั้งหมด
สำหรับผู้สูงอายุมีหลายแบบ บางรายแข็งแรง มีลูกหลานดูแล มีเงินส่วนที่ไม่ได้ใช้ ส่วนใหญ่ไม่ได้ไปไหน เราเอาเงินตรงนี้มาช่วยกัน ถือว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง ปกติตัวเองเป็นคนชอบทำบุญอยู่แล้ว สำหรับเงิน 500 บาทถึงแม้จะดูไม่มาก หากผู้สูงอายุใจบุญทั้งหลายมาช่วยกันมำบุญ ก็จะกลายเป็นเงินก้อน เพื่อนำไปทำตามวัตถุประสงค์ของ “กองทุนผู้ยากไร้” เพื่อสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ของเทศบาลนครลำปาง ต่อไป
ดร.นิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีนครลำปาง กล่าวว่า การจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์ผู้ยากไร้ในเขตพื้นที่เทศบาลนครลำปางนั้น จะนำไปช่วยเหลือเบื้องต้น ซ่อมแซมบ้าน ซื้อตุ๊กตาให้เด็กๆ ที่ขาดความอบอุ่น ทั้งกลุ่มเด็ก กลุ่มคนพิการ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มผู้สูงอายุ โดยการช่วยเหลือเครื่องอุปโภค บริโภค ทุนประกอบอาชีพ ซ่อมแซมที่พักอาศัย อุปกรณ์การศึกษา ฯลฯ
เงินทุนของกองทุนผู้ยากไร้นี้ ดร.นิมิตร ตั้งความหวังว่า จะได้รับการมอบ “สิทธิรับเงิน 500 บาท” จากผู้ที่ไม่ต้องการที่จะรับเบี้ยยังชีพ จำนวน 1,000 คนโดยประมาณในเขตเมืองลำปาง เพราะมีฐานะดีอยู่แล้ว และไม่ต้องการเงินจำนวน 500 บาทจากรัฐบาล ซึ่งต้องนำส่งคืนรัฐบาลไปหากไม่รับ ดังนั้นจึงเชื่อว่า เงินเดือนละ 5 แสนบาทหรือปีละ 6 ล้านบาทนี้ เพียงพอที่จะนำไปซ่อมแซมบ้านหรือช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในเขตเทศบาลเมืองลำปางได้
ความร่วมมือนี้จะทำให้เมืองลำปางเป็นนครน่าอยู่ ผู้คนเป็นสุข ด้วยวิธีการต่างๆ จากกลุ่มคนผู้ใจบุญ และผู้มีฐานะที่จะบริจาคเงินช่วยเหลือได้ รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับเบี้ยยังชีพในเขตเทศบาลนครลำปาง



