
แจ้งจับเพื่อนซี้แอบหลงรักเมียดักจี้ชิงเมีย-รถปิกอัพ
พ่อค้าขายหนังสือโร่แจ้งความจับเพื่อนสนิท แอบหลงรักภรรยาตัวเอง จ้างวัยรุ่นยืนขวางถนนเปิดประตูรถชักมีดจี้ไล่ลงจากรถ ก่อนพาเมียและรถปิกอัพขับหลบหนี
เหตุเพื่อนรักจี้ชิงเมีย-รถรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 เมษายน นายเกษม ชัยตลาด อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 463 หมู่ 8 ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.ณัฐพงษ์ ฉวีทอง ร้อยเวร สภ.เมืองอุดรธานี ว่า ถูกคนร้ายใช้มีดจี้ชิงรถยนต์และภรรยา โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บริเวณจุดกลับรถบ้านหนองหมื่นท้าว ถนนมิตรภาพ สายอุดรธานี-ขอนแก่น ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี
จากการสอบสวน นายเกษมให้การว่า มีอาชีพขายหนังสือตามตลาดนัด และได้แต่งงานกับนางลินจง สาครเจริญ อายุ 45 ปี มีบุตร 2 คน ก่อนเกิดเหตุ ตนและภรรยายืมรถกระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ ทะเบียน บจ 4927 อุดรธานี จากพี่ชายภรรยา เพื่อไปทำธุระในเมืองอุดรธานี เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นจุดกลับรถได้ชะลอรถ จากนั้นพบ นายทวี บุญทวี อายุ 58 ปี อยู่ซอยประชาสันติ 8 ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของตน มีอาชีพค้าขาย นำชายวัยรุ่นไม่ทราบชื่ออีก 2 คน มายืนขวางรถของตนไว้
"เมื่อผมจอดรถ นายทวีได้เดินมาเปิดประตูรถด้านคนขับ พร้อมกับใช้มีดปลายแหลมจี้บังคับให้ผมลงจากรถ แล้วนายทวีขึ้นไปนั่งแทนที่นั่งคนขับ ก่อนขับรถยนต์หลบหนีไปทาง จ.ขอนแก่น โดยภรรยาของผมยังนั่งอยู่ในรถ จึงมาแจ้งตำรวจให้ช่วยติดตามรถและภรรยาคืนมาให้ด้วย" นายเกษมกล่าว
นายเกษมยังให้การเพิ่มเติมว่า รู้จักกับนายทวีมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น คบหามานานจนเป็นเพื่อนสนิทกัน เรียกว่าเป็นเพื่อนตายก็ว่าได้ หากนายทวีมีปัญหาก็จะให้ความช่วยเหลือมาตลอด จนเมื่อปี 2551 นายทวี มาบอกว่าหลงรักภรรยาของตน และขอให้มาอยู่ด้วย ทั้งๆ ที่นายทวีก็มีภรรยาอยู่แล้ว แต่ภรรยาของตนไม่ยินยอม จึงพยายามตีตัวออกห่างจากนายทวี โดยไม่ไปมาหาสู่อีกเลย ทำให้นายทวีโกรธแค้น
นอกจากนี้ เมื่อคืนวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา นายทวียังก่อเหตุจี้ชิงรถของตน แต่ตำรวจพาไปเอารถกลับคืนมาได้ และตนก็ให้อภัยไม่ดำเนินคดี เพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อนกันมาก่อน แต่นายทวีกลับไม่สำนึก ยังได้ลงมือก่อเหตุอีก โดยก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ นายทวีมาพบตนและภรรยาที่บ้าน เพื่อพูดจาขอภรรยาจากตนอีก โดยขอแบ่งภรรยาของตนไปอยู่ด้วยแค่ 2 วัน และให้อยู่กับตน 5 วัน ทำให้ภรรยาของตนโกรธมาก และไม่ยินยอม พร้อมกับต่อว่าด่าทอนายทวี และไล่นายทวีให้ออกจากบ้านไป ทำให้นายทวีกลับไปด้วยความไม่พอใจ และมาก่อเหตุนำวัยรุ่นมาจี้ชิงรถและภรรยาของตนไป ซึ่งไม่ทราบว่าภรรยาจะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะไม่สามารถติดต่อได้
“ครั้งนี้ผมคงจะไม่ให้อภัยเพื่อนคนนี้อีกแล้ว และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” นายเกษม กล่าว หลังสอบปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และจะติดตามนายทวีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



