ข่าว

เทควันโดทุ่มงบ3ล้านปั้นเด็กใหม่แทนรุ่นพี่

เทควันโดทุ่มงบ3ล้านปั้นเด็กใหม่แทนรุ่นพี่

09 มิ.ย. 2554

เทควันโดผุดไอเดียต่อเนื่องสร้าง "สายเลือดใหม่" แทนรุ่นเก๋าที่เริ่มโรยรา เพื่อเข้าศูนย์ฝึก "อคาเดมี" ของสมาคมด้วยงบปีละ 3 ล้านบาท ล่าสุดได้หัวกะทิจากทั่วประเทศถึง 20 คน เพื่อไปสู้ศึก "โคเรีย โอเพ่น" ปลายเดือนนี้

 นายปรีชา ต่อตระกูล ประธานคัดเลือกตัวนักเทควันโดทีมชาติไทย เปิดเผยว่า หลังจากสมาคมได้เรียกตัวนักเทควันโดระดับเยาวชนที่สร้างผลงานดีในการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย และกีฬาแห่งชาติช่วงปีที่ผ่านมา มารายงานตัวฝึกซ้อมที่ศูนย์ฝึก "อคาเดมี" ของสมาคมภายใน กกท.หัวมหาก เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนมากถึง 55 คน โดยสมาคมได้ตัดตัวไปแล้วถึง 2 ครั้ง จนเหลือนักกีฬาฝีเท้าดีจำนวน 25 คน ก่อนที่จะให้โอกาสจอมเตะดาวรุ่งเหล่านี้ได้เก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเองอีกครั้ง และจะตัดให้เหลือแค่ 20 คนเท่านั้น แยกเป็นชาย 12 คนและหญิง 8 คน เพื่อเดินทางไปร่วมการแข่งขันเทควันโด "โคเรีย โอเพ่น 2011" ช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ ที่ประเทศเกาหลีใต้

 ล่าสุดจากการประชุมของคณะกรรมการบริหารสมาคม โดยมี "บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเป็นประธาน มีความคิดเห็นตรงกันว่า ถึงเวลาแล้วที่สมาคมจะต้องสร้างสายเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทนนักกีฬารุ่นพี่ที่โรยราไปตามวัย เนื่องจากกีฬาชนิดนี้ต้องมีการกระทบกระทั่งและปะทะกันตลอดเวลา หากไม่มีการสร้างดาวรุ่งขึ้นมาใหม่ อาจจะเหมือนสมาคมกีฬาอื่นที่ขาดแคลนนักกีฬาก็เป็นได้ สมาคมจึงได้ริเริ่มโครงการเทควันโด "สายเลือดใหม่" ขึ้นมา เน้นเอาเฉพาะเยาวชนอายุระหว่าง 14-17 ปีเท่านั้นทั้งชายและหญิง ซึ่งจะเริ่มในปีนี้เป็นปีแรก หลังนักกีฬาที่มีอยู่หมดสภาพตามวัย คาดว่าจะคัดเลือกเอานักกีฬาฝีเท้าดีจากทั่วประเทศในช่วงแรกมาอยู่ในศูนย์ฝึกประมาณ 20-30 คน จากนั้นก็จะหาที่เรียน ที่อยู่ พร้อมอาหารและเบี้ยเลี้ยงให้ทั้งหมด โดยสมาคมจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้เองเฉลี่ยปีละประมาณ 3 ล้านบาท เพื่อสร้างนักกีฬาขึ้นมาแทนชุดใหญ่ต่อไป

 ประธานคัดเลือกตัวนักเทควันโดทีมชาติไทย กล่าวอีกว่า การคัดเลือกตัวนักกีฬาที่จะมาอยู่ในศูนย์ฝึกแห่งนี้ จะต้องเน้นคนที่ทุ่มเทตั้งใจจริง ทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กรอบระเบียบและกฎกติกาเดียวกัน โดยเฉพาะการฝึกซ้อมที่หนักหน่วงจากโค้ชเช ยอง ซอก เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ สำหรับนักกีฬาจากต่างจังหวัดเราจะหาที่เรียน ที่พัก และค่าเบี้ยงเลี้ยงต่างๆ ให้ ส่วนนักกีฬาที่อยู่ กทม.ก็จะให้มาแบบเช้าไปเย็นกลับ แต่ก็จะมีเบี้ยงเลี้ยงดูแลให้เช่นเดียวกัน เพราะเราต้องบริหารจัดการทุกอย่างแบบโปร่งใส ยิ่งเราเป็นสมาคมที่มีความหวังในโอลิมปิกเกมส์ ทุกอย่างจะต้องมีแบบแผนชัดเจนให้ทุกคนได้รับรู้ความเคลื่อนไหว

 "ต้องยอมรับว่าโครงการนี้ใช้งบประมาณสูงทั้งการให้ที่พัก เบี้ยงเลี้ยง รวมทั้งส่งไปแข่งขันต่างประเทศ จะต้องใช้งบประมาณตลอดปีละ 3 ล้านบาท ซึ่งสมาคมได้รับการสนับสนุนจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และการกีฬาแห่งประเทศไทย อยู่ในโครงการสปอร์ตฮีโร่ ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ดีที่จะให้งบประมาณกับนักกีฬาต่างจังหวัด หรือไปเก็บตัวฝึกซ้อมในต่างจังหวัด แต่บางครั้งต้องให้สมาคมเป็นฝ่ายเลือกนักกีฬาเอง และมีงบให้สมาคมส่งนักกีฬาของโครงการไปแข่งขันในต่างประเทศ อยากให้ กกท.มาช่วยดูแลอีกที ถือเป็นการสนับสนุนที่ถูกตามวัตถุประสงค์ทั้ง กกท. และสมาคม ซึ่งนักกีฬาเยาวชนเหล่านี้จะต้องก้าวขึ้นมาเป็นทีมชาติในอนาคตอย่างแน่นอน" นายปรีชา กล่าวทิ้งท้าย