
ปตท.เล็งชงขึ้นราคา"เอ็นจีวี"ก.ย.นี้แบกขาดทุนอ่วม-ยันแก้ปัญหาไม่เพียงพอเต็มที่
ปตท.เล็งเสนอรัฐบาลใหม่ปรับราคาเอ็นจีวีในเดือนกันยายนนี้ พร้อมทยอยขึ้นแบบขั้นบันได ระบุแบกภาระขาดทุนแล้วกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท เร่งแก้ปัญหาเอ็นจีวีไม่เพียงพอ ยันไม่มีกักก๊าซไว้แน่นอน แต่ยอดการใช้พุ่งสูงทำให้มีปัญหาในบางพื้นที่
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการแก้ปัญหาก๊าซธรรมชาติในรถยนต์ (เอ็นจีวี) ไม่เพียงพอว่า ปตท.ได้พยายามหาทางแก้ปัญหาอยู่ และยืนยันว่าไม่ได้กักก๊าซเอ็นจีวีอย่างแน่นอน โดยที่ผ่านมาได้ประชุมผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายแล้ว และใช้อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ อย่างเต็มที่แล้ว แต่ปริมาณการใช้ที่เพิ่มขึ้นมาก ทำให้ในบางพื้นที่มีการการจัดส่งจึงไม่เพียงพอ และในอนาคตปริมาณการใช้จะเพิ่มขึ้นอีกมาก
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจะต้องจัดการให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์อย่างสมดุล เพราะทุกวันนี้ ปตท.ต้องแบกภาระขาดทุน 4-5 บาทต่อกิโลกรัม จากการตรึงราคาไว้ที่ 8.50 บาทมาตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในตอนแรกกำหนดให้ขึ้นราคาแบบขั้นบันได แต่ราคาสูงสุดต้องไม่เกิน 50% ของราคาน้ำมัน หากยึดเกณฑ์นี้ คำนวณจากราคาดีเซลที่ไม่มีการอุดหนุนอยู่ที่ลิตรละ 36 บาท ราคาเอ็นจีวีก็จะต้องสูงกว่ากิโลกรัมละ 10 บาท
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา ปตท.รับภาระขาดทุนประมาณ 8,000 ล้านบาท แต่หากรวมยอดการขาดทุนสะสมทั้งหมดจะสูงถึง 2.7 หมื่นล้านบาท ส่วนในปีนี้น่าจะขาดทุนเพิ่มอีก 1 หมื่นล้านบาท จากการขยายตัวเพิ่มขึ้นของการใช้เอ็นจีวี ทำให้ต้องลงทุนด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น และในอนาคตจะมียอดขาดทุนเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ ซึ่ง ปตท.จะแบกภาระมากกว่านี้อีก เพราะไม่สามารถเอาทรัพยากรทุกอย่างมาอุดหนุนเอ็นจีวีเพียงอย่างเดียวจนไม่มีกำลังทำธุรกิจอื่นอีก ดังนั้น จึงต้องทยอยขึ้นราคาแบบขั้นบันได
“เราเข้าใจว่าการปรับราคาทีละ 4-5 บาทเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องมีอนาคตมีทิศทางให้เกิดแสงสว่าง ธุรกิจเอ็นจีวีเป็นธุรกิจที่ไม่หวังผลกำไร แต่ก็ต้องไม่ให้เลือดไหลออกมากกว่านี้ เงินทุกบาทที่ไหลออกไปคือเงินกระทรวงการคลังที่เป็นผู้ถือหุ้น ปตท. ซึ่งก็คือเงินของประชาชน” นายประเสริฐกล่าวและว่า ปตท.จะยังคงยืนราคานี้ไปจนถึงเดือนกันยายนนี้ และจะพิจารณาราคาอีกครั้งหนึ่ง โดยจะนำข้อเท็จจริงมาประกอบการตัดสินใจหาจุดสมดุล และชี้แจงให้รัฐบาลใหม่รับทราบข้อมูลต่างๆ ให้เกิดความเข้าใจและค่อยๆ ร่วมกันแก้ปัญหา
นายประเสริฐย้ำว่า ปตท.ไม่สามารถรับภาระฝ่ายเดียวได้ ปัญหาต้องถูกแก้ไข โดยทุกฝ่ายไม่อยากเห็น ปตท.มีปัญหา และไม่อยากให้ผู้ใช้เดือดร้อน ดังนั้นทุกคนต้องมานั่งหาทางออกที่ดี วางมาตรการระยะสั้น กลาง และยาว ไม่เช่นนั้นธุรกิจนี้จะเดินต่อไม่ได้



