ข่าว

 ความเสียหายในสนามกอล์ฟ

ความเสียหายในสนามกอล์ฟ

09 มิ.ย. 2554

กอล์ฟในอดีตที่ผ่านมาถูกกล่าวหาว่าเป็นกีฬาผู้ดี เพราะมีการเล่นกันอยู่ในวงจำกัด อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายในการเล่นและการฝึกซ้อมแพง นักอนุรักษ์ธรรมชาติก็ต่อต้านด้วยมองเห็นว่า การสร้างสนามกอล์ฟคือการทำลายธรรมชาติ แถมยังกล่าวหาว่ามีการใช้ยาฆ่าแมลงจำนวนมาก

 แต่ถึงกระนั้นก็ตามธุรกิจสนามกอล์ฟก็เกิดและเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ที่ถือว่าเป็นแดนสวรรค์ของคนชอบเล่นกอล์ฟ มีสนามกอล์ฟทุกระดับกระจายอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศ  
 
 ธุรกิจสนามกอล์ฟในประเทศไทยส่วนใหญ่ มักจะเปิดขึ้นมาควบคู่กับการขายที่ดินและบ้านพักอาศัยสำหรับพักผ่อน เท่ากับว่าสนามกอล์ฟคือตัวสร้างมูลค่าเพิ่มให้ที่ดินในส่วนของที่อยู่อาศัย เป็นธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีลักษณะต่างออกไป จากธุรกิจบ้านจัดสรรโดยตรง  

 สนามกอล์ฟในส่วนสำหรับการเล่นกอล์ฟที่เรียกกันว่าแฟร์เวย์ และกรีน จึงมีบ้านพักของสมาชิกปลูกกันอย่างสวยงามเรียงรายเคียงคู่ไปตลอดทาง ซึ่งแน่นอนว่าลูกกอล์ฟที่ถูกตีออกจากปลายไม้ของผู้เล่น ย่อมมีโอกาสปลิวลอยไปทำความเสียหายให้ต้นไม้และสิ่งของที่อยู่ในรัศมีได้ตลอดเวลา ส่วนจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับการวางผังหรือเลย์เอาท์ของสนาม

 ในขณะเดียวกันเกือบทุกสนามกอล์ฟก็ยังมีป้ายเตือนในลักษณะข้อความที่คล้ายกันทุกแห่งว่า หากมีนักกอล์ฟตีลูกกอล์ฟออกนอกทิศทางจนทำให้บ้านของผู้อื่นเสียหาย นักกอล์ฟผู้นั้นต้องรับผิดชอบค่าเสียหายของความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นๆ ด้วยตนเอง หรือเท่ากับว่าเป็นการประกาศปฏิเสธความรับผิดชอบของสนามอย่างชัดเจน

 เรื่องอย่างนี้ผมว่าเป็นการทำธุรกิจอย่างขาดความรับผิดชอบเท่าที่ควรของผู้บริหารสนามกอล์ฟ เพราะหากผู้บริหารสนามกอล์ฟวางผังของสนามเอาไว้ดี สร้างบ้านเรือนให้อยู่นอกทิศทางของลูกกอล์ฟจะไปถึงได้อย่างเด็ดขาด ความเสียหายก็ไม่เกิดขึ้น แต่ผู้บริหารต้องการให้บ้านที่จะขายเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับบริเวณเล่นกอล์ฟ เพราะถือว่าเป็นทำเลที่จะทำให้ขายได้ในราคาที่สูงขึ้น ก็ต้องหาทางป้องกันไม่ให้ทั้งสองฝ่าย คือทั้งผู้เล่นกอล์ฟและผู้อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย

 คงไม่มีนักกอล์ฟแม้แต่เพียงคนเดียว ที่คิดว่าจะเข้าไปในสนามเพื่อตีกอล์ฟไปให้โดนบ้านเรือนหรือต้นไม้ เพราะการเล่นกอล์ฟย่อมหมายถึงการตีลูกกอล์ฟ ไปให้ถึงเป้าหมายเร็วที่สุดด้วยจำนวนครั้งการตีลูกน้อยที่สุด แต่การที่ลูกกอล์ฟจะลอยออกไปนอกทิศทางก็เป็นสิ่งที่ทุกคนรับรู้ว่าเกิดขึ้นได้ทุกขณะ ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากความผิดพลาดของผู้เล่น หรือมาจากฝีมือของผู้เล่นที่ฝึกฝนยังไม่ถึงขั้น ในระดับที่จะบังคับทิศทางลูกได้แม่นยำเพียงพอก็ตาม

 สิ่งที่สนามกอล์ฟควรทำสำหรับการจัดการกับปัญหาดังกล่าวก็คือ ทำการประกันภัยให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยและคนในสนามกอล์ฟ โดยอาจจะคิดเบี้ยประกันรวมไปกับค่าเช่าสนามหรือกรีนฟี ซึ่งมูลค่าของเบี้ยประกันต่อคนต่อครั้งในการเล่นน่าจะอยู่ที่ไม่กี่สิบบาทด้วยซ้ำ หรือจะคิดเบี้ยประกันตามแต้มต่อของนักกอล์ฟแต่ละคนก็ยังได้

 คนที่เข้าไปเล่นกอล์ฟในสนามก็จะสบายใจและรู้สึกดีๆ กับสนาม คนที่เข้าไปซื้อบ้านพักอาศัยในสนามก็สบายใจ ที่ไม่ต้องไปทะเลาะกับคนที่เข้ามาเล่นกอล์ฟ คนเล่นกอล์ฟและคนที่ต้องทำงานในสนามกอล์ฟก็สบายใจ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นมา ก็จะได้รับค่ารักษาพยาบาลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทุกฝ่ายล้วนแต่ได้รับผลประโยชน์ตามที่ตนเองต้องการทั้งสิ้น

 แต่กอล์ฟซึ่งถูกหาว่าเป็นกีฬาผู้ดี เป็นกีฬาชั้นสูงของคนอีกระดับหนึ่ง กลับไม่เคยพัฒนาในทิศทางที่ควรจะเป็น ปล่อยให้ทั้งผู้เล่นและผู้อยู่อาศัย รวมทั้งคนทำงาน ต้องไปเผชิญชะตากรรมของแต่ละคนกันเอาเอง เพียงเพราะผู้บริหารสนามกอล์ฟทั้งหลายไม่อยากรับผิดชอบ และไม่อยากทำงานมากขึ้นเท่านั้นเอง

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ