
เลือกตั้ง...
เป็นธรรมดาของเทศกาลเลือกตั้ง จะมองไปทางไหนก็พบแต่ป้ายหาเสียง ทั้งรูปและข้อความอยู่เกลื่อนตามถนนและตรอกซอยทั่วไปหมด
ป้ายหาเสียงคราวนี้ไม่มีแต่รูปคน ยังมีรูปสัตว์อย่าง หมา ลิง และแม้แต่ (หมี) แพนด้าหลินปิงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างน่าประหลาดใจสุดๆ
จะว่าไปแล้วการเลือกตั้งไทยไม่ว่าจะในระดับชาติหรือว่าท้องถิ่น ก็มักจะมีเรื่องให้ประหลาดอัศจรรย์ใจทุกครั้ง อย่างเช่นครั้งนี้ถึงกับมีคนถือขวานกับมีดดาบเดินเข้าไปสมัคร ส.ส. จน กกต.ตกใจแทบจะลุกวิ่งหนี ทั้งขี่ม้า นั่งเกวียน รถสามล้อ ซาเล้ง แห่หัวหมู จนกระทั่งถึงการลงไปนอนในโลงศพ ก็มีให้เห็นกัน
ป้ายหาเสียงส่วนใหญ่ผู้สมัครแต่ละคนมักดูดีมีรอยยิ้ม เว้นแต่คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คนเดียว ที่ทำหน้าถมึงทึง ใครเห็นใครก็ขำ คุณชูวิทย์คือสีสันประชาธิปไตยไทยยุคใหม่นี้ ที่ใครก็ไม่ควรประมาทครับ
อาจารย์ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า นักการเมืองคือคนที่ขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งในระหว่างหาเสียงนั้น ทำได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายหาเสียงที่แต่ละพรรคการเมืองกำลังแข่งกันทำอย่างเหลือเชื่ออยู่ในเวลานี้
ที่ระบอบประชาธิปไตยไทยดูเหมือนว่า จะมีเอาไว้ขายกันอย่างเดียวเท่านั้น
ระบอบประชาธิปไตยแบบนี้ ใครที่เก่งทางด้านการตลาดมากกว่าก็จะเป็นผู้ชนะ
ประชาธิปไตยที่เน้นความสำคัญในสิทธิเสรีภาพ และศักดิ์ศรีของมนุษย์มากลายเป็นสินค้าหรือว่าขนมหวานแบบกินได้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าประชาชนอยากจะได้อะไร นับตั้งแต่ บ้าน ที่ดิน ร้านค้า ลงมาจนถึงไข่ไก่ ปุ๋ย น้ำมันราคาถูก ฯลฯ นักการเมืองทุกคนและทุกพรรคการเมืองต่างแข่งกันรับรองว่า จะต้องจัดหามาให้ได้ทุกอย่าง ถ้าไม่อยากเป็นฝ่ายแพ้
แม้กระทั่งบัตรเครดิตก็จะหามาให้ ทั้งที่รู้ดีว่าไม่แคล้วที่จะต้องตามไปใช้หนี้ ไถ่หนี้ให้กันอีกในภายหลัง
ประชาธิปไตยที่วิเศษ เป็นราวกับแก้วสารพัดนึกอย่างนี้ ไม่น่าจะมีอยู่จริงที่ไหนในโลก นอกจากที่ประเทศไทยของเรา ประชาธิปไตยที่กินได้ และสัมผัสจับต้องได้กันถึงขนาดนี้
ระบอบประชาธิปไตยตามที่มีผู้บัญญัติไว้ ว่าเป็นการปกครองของประชาชนโดยประชาชน และเพื่อประชาชนนั้น คงมิได้หมายถึงการเอาใจ ตามใจประชาชนไปทุกอย่าง เพราะประชาชนที่นับวันมีแต่จะถูกทำให้เป็นลูกแหง่อ่อนแออยู่อย่างนี้ ที่สุดแล้วจะปกครองตนเองได้อย่างไรไหว
นอกจากจะต้องพึ่งนักการเมืองและพรรคการเมืองอยู่ตลอดไปทั้งชาติ
แล้วที่สุดระบอบการปกครองนี้ ก็จะกลายเป็นการปกครองของนักการเมืองโดยพรรคการเมือง และเพื่อพรรคการเมืองไปโดยปริยาย โดยที่มีนักการเมืองคอยปรนเปรอ แล้วครอบงำประชาชนให้โงหัวไม่ขึ้นอยู่ไปตลอดกาลนาน
ระบอบประชาธิปไตยอันเป็นระบอบการปกครองที่มุ่งสร้างดุลยภาพในอำนาจระหว่างรัฐกับประชาชนให้เกิดความเป็นธรรม มีเกียรติมีศักดิ์ศรี จะไม่มีวันเกิดขึ้นจากประชาธิปไตยที่มักง่ายเห็นแก่ได้เช่นนี้เป็นอันขาด
อนึ่ง มองกันในอีกด้านก็น่าเห็นใจพรรคการเมืองและนักการเมืองอยู่มาก ที่ไม่ยอมเอ่ยถึงทั้งเรื่องการแก้ปัญหาโครงสร้างของประเทศ และการแก้ปัญหาคอรัปชั่นอย่างที่ว่าๆ กัน เพราะเรื่องอย่างนี้ เวลานี้ พูดไปก็เปลืองเปล่า ไม่มีคะแนนให้ นักการเมืองเขารู้ดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาคอรัปชั่นคนส่วนใหญ่ทุกวันนี้มักเห็นเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกับไก่กินข้าวสาร ใครที่ชอบย้ำอยู่บ่อยๆ ว่าเป็นคนซื่อคนตรง
นอกจากจะไม่มีใครเชื่อแล้ว อาจถูกหมั่นไส้เสียคะแนนเปล่าอีกครับ



