
"ทำลายป้าย-ฆ่าหัวคะแนน"วิชามาร...ล่าเก้าอี้"ผู้แทน"
เหลือเวลาเพียง 20 กว่าวัน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งก็จะมีโอกาสเข้าคูหาเลือกผู้แทนราษฎรเข้ามาเป็นตัวแทนในการบริหารบ้านเมือง แต่ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งมากขึ้นเท่าใด คดีความที่เกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้งนับวันยิ่งทวีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะการทำลายป้ายหาเสียงเ
ล่าสุดศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำวจแห่งชาติ (ศรส.ลต.ตร.) เผยตัวเลขป้ายหาเสียงของบรรดาผู้สมัครต่างๆ ถูกคนร้ายทำลายแล้วรวมทั้งสิ้น 1,057 ป้าย
โดยพื้นที่ที่มีการทำลายป้ายหาเสียงมากที่สุดคือ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 301 ป้าย รองลงมาคือ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 148 ป้าย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 142 ป้าย กองบัญชาการตำรวจนครบาล 104 ป้าย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 จำนวน 86 ป้าย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 65 ป้าย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 จำนวน 64 ป้าย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จำนวน 57 ป้าย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 46 ป้าย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จำนวน 39 ป้าย และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 11 ป้าย
ตัวเลขดังกล่าวยังไม่นับรวมป้ายหาเสียงอีก 2 ป้าย ของพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ใน จ.ลพบุรี ซึ่งถูกเด็กชายอายุ 13-14 ปี จำนวน 5 คน ทำลายเมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังก่อเหตุตำรวจสามารถควบคุมเด็กกลุ่มนี้เอาไว้ได้
“ได้เรียกผู้ปกครองของเด็กมาว่ากล่าวตักเตือนและให้รับกลับไปแล้ว โดยไม่ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดี เนื่องจากผู้เสียหายไม่ได้แจ้งความเพราะไม่ต้องการเอาผิดกับเด็ก จากการสอบสวนชัดเจนว่าเด็กกลุ่มนี้ทำไปเพราะความคึกคะนองไม่ได้มีเบื้องหลังใดๆ แอบแฝง” พล.ต.ต.ชาติชาย แดงเอี่ยม ผบก.ภ.จว.ลพบุรี เผยความคืบหน้าทางคดี
ก่อนหน้านี้ ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีทำลายป้ายหาเสียงของผู้สมัครรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองต่างๆ ได้แล้วรวม 4 คดี โดยตำรวจสอบสวนกลางจับกุมได้ 2 คดี ตำรวจภูธรภาค 3 จับได้ 1 คดี ที่เหลืออีก 1 คดี ตำรวจภูธรภาค 6 เป็นผู้ดำเนินการ
“ผู้ต้องหาที่จับกุมได้ มักอ้างว่าทำไปเพราะความคึกคะนองและเมาสุรา แต่ตำรวจจะขยายผลต่อไปว่ามีการใช้จ้างวานจากฝ่ายตรงข้ามให้ทำลายป้ายหาเสียงกันหรือไม่ หากพบก็จะดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องทันที และหากเข้าข่ายกระทำผิดตามกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 53 ก็จะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณายุบพรรคการเมืองต่อไป” พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา (สบ 10) หัวหน้าศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าว
นอกจากคดีทำลายป้ายหาเสียงแล้ว คดีอาชญากรรมร้ายแรงที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเกิดขึ้นแล้วอย่างน้อย 10 คดี ได้แก่ ในพื้นที่รับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจนครบาล 3 คดี คือ ยิงหัวคะแนนที่บึงกุ่ม, ยิงหัวคะแนนที่หนองจอก และยิงบ้านหัวคะแนนพรรคประชาธิปัตย์ที่บางบอน
คดียิงนายประชา ประสพดี ผู้สมัครรับการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และคดีระเบิดบ้านหัวคะแนนที่ จ.สมุทรปราการ รวมถึงคดียิงนายวิโรจน์ ดำสนิท นายก อบต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง คนสนิทนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
คดียิงผู้ใหญ่บ้านแม่จันเสียชีวิต ยิงหัวคะแนนที่ จ.ลำปาง และคดีการทะเลาะวิวาทกันระหว่างสองพรรคใหญ่ ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 โดยคดีความที่เกิดขึ้นทั้งหมดตำรวจอยู่ระหว่างคลี่คลายคดี
พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า สถานการณ์การแข่งขันกันทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างดุเดือด ล่าสุดมีนักการเมืองแจ้งความเอาผิดฝ่ายตรงข้ามจากการพูดจาในทำนองใส่ร้ายป้ายสีแล้ว 20 คดี มีนักการเมืองที่ร้องขอกำลังไปคุ้มครองความปลอดภัยแล้ว 256 ราย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดตำรวจไปดูแลให้แล้วทั้งสิ้น 540 นาย
กว่าจะถึงวันนับคะแนนเสียงเลือกตั้งแล้วเสร็จ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่สอดส่องดูแลเฝ้าระวังการกระทำความผิดทุกประเภทที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยให้จับกุมผู้กระทำความผิดทันทีที่พบเห็น พร้อมจัดเตรียมกำลังตำรวจไว้กว่า 1 แสนคน หรือเกือบครึ่งของตำรวจที่มีอยู่ทั่วประเทศ ไว้สำหรับปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในวันเลือกตั้งนี้
มาตรการเหล่านี้...หวังเพียงอำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยมากที่สุด หากใครพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งทุกประเภทสามารถแจ้งเบาะแสได้ทันทีที่หมายเลข 1599 หรือที่สถานีตำรวจทุกแห่งทั่วประเทศ



