
กรมธรณีเปิดแผนที่เสี่ยงภัยชุมชน17จังหวัด
กรมธรณีเปิดตัวแผนที่เสียงภัยระดับชุมชน มาตราส่วน 1 ต่อ 10,000 นำร่อง 17 จังหวัดเหนือ และภาคใต้ รวม 31 อำเภอ 68 ตำบลแล้วเสร็จ พร้อมสาธิตพื้นที่นครศรีธรรมราช กระบี่ปลายเดือนมิ.ย.นี้ ชี้แผนที่ระบุร่องรอย ขอบเขต และหมู่บ้านเสี่ยงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้
วันที่ 8 มิ.ย. นายอดิศักดิ์ ทองไข่มุกต์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และอุทกภัยขนาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 24-31 มี.ค.ที่ผ่านมา ในหลายจังหวัดทางภาคใต้ สร้างความสูญเสียเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มียอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 64 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตเนื่องจากดินถล่ม 14 รายในจ.นครศรีธรรมราช 2 ราย และ กระบี่ 12 ราย ซึ่งจากการวิเคราะห์สถานการณ์ดินถล่ม ในปี 2548 พบพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม 51 จังหวัด 254 อำเภอ 692 ตำบล 2,371 หมู่บ้าน ต่อมาในปี 2553 ได้สำรวจพบพื้นที่เสี่ยงภัยเพิ่มเติมใน 51 จังหวัด 323 อำเภอ 1,056 ตำบล 6,450 หมู่บ้าน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการจัดตั้งชุมชนขึ้นใหม่ในพื้นที่เสี่ยงภัย
นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมทรัพยากรธรณี ได้ดำเนินการคัดเลือกพื้นที่เสี่ยงภัยในระดับสูง เพื่อดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัยดินถล่มให้ครอบคลุมทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ประ กอบด้วยพื้นที่ภาคใต้ 7 จังหวัด คือ ระนอง ชุมพร กระบี่ สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และตรัง และพื้นที่ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ น่าน ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ และตาก โดยจะมีการจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยดินถล่มในระดับชุมชน : สำหรับการวางแผนเตรียมความพร้อมรับภัยพิบัติดินถล่มที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ใช้มาตราส่วน 1: 10,000 ครอบคลุม 17 จังหวัด 31 อำเภอ 68 ตำบลแล้วเสร็จ
“แผนที่เสี่ยงภัยดินถล่มระดับชุมชน มีองค์ประกอบหลักอยู่ 2 ส่วน คือส่วนแรก แสดงรายละเอียดร่องรอยดินถล่มที่เกิดขึ้น ขอบเขตตำบลพร้อมสถานที่สำคัญ ขอบเขตพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ตำแหน่งหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้ง ตำแหน่งบ้านเสี่ยงภัย และสถานที่ปลอดภัยสำหรับจัดตั้งศูนย์อพยพชั่วคราว ส่วนที่สองของแผนที่เสี่ยงภัยฯจะ แสดงตำแหน่งบ้านของเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัยดินถล่ม ตำแหน่ง จุดวัดปริมาณน้ำฝน และตำแหน่งจุดเฝ้าระวังธรณีพิบัติภัยบริเวณต้นน้ำขึ้น” นายอดิศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ยังมีการ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัยดินถล่ม ให้ครอบคลุมอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งเดิมในเดือนมี.ค.มีเครือข่ายอยู่ 15, 421 คน แต่ปัจจุบันเพิ่มอีก 966 รวม 16,387 คนแล้ว และจัดทำแผนการบูรณาการด้านการเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัยดิน ซึ่งเป็นแผนบูรณาการในระยะก่อนเกิดเหตุ โดยการวิเคราะห์ ประเมินและเฝ้าระวังสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยดินถล่ม เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 27-28 มิ.ย.นี้ กรมฯจะลงพื้นที่ เพื่อนำแผนที่เสี้ยงภัยชุมชนไปเผยแพร่ในพื้นที่ประสบภัยที่ จ.นครศรีธรรมราช-กระบี่



